SONIC ล็อกสเปซสู้วิกฤติ จับตาค่าระวางเรือพุ่ง
#SONIC #ทันหุ้น – SONIC รับแรงสั่นสะเทือน “อิหร่าน–สหรัฐ” เขย่าโลจิสติกส์โลก ดันค่าระวางเรือมีแนวโน้มพุ่ง ชูความได้เปรียบด้านวอลุ่ม สายสัมพันธ์เดินเรือ หนุนรายได้บริการจัดการขนส่งโตต่อ คาดผลงานโค้งแรกสดใส
ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งสินค้าทั่วโลก โดยเฉพาะแนวโน้มค่าระวางเรือที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น และปัญหาความล่าช้าของเรือขนส่งที่ยังคงเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน การขนส่งทางอากาศก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย เนื่องจากหลายประเทศในตะวันออกกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนถ่ายและกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ เมื่อเกิดความไม่สงบจึงทำให้ระบบขนส่งทางอากาศสะดุด และกระทบต่ออุตสาหกรรมโลจิสติกส์โดยรวมเป็นวงกว้าง
หนุนธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม SONIC มองว่าผลกระทบดังกล่าวกลับเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ เนื่องจากรายได้จากการบริหารจัดการขนส่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีความได้เปรียบจากขนาดธุรกิจและปริมาณการขนส่ง (Volume) ที่สูง ช่วยเพิ่มอำนาจในการเจรจาและบริหารจัดการพื้นที่ระวางสินค้าได้ดีกว่าผู้ประกอบการรายเล็กในช่วงที่สเปซมีจำกัด อีกทั้งความพร้อมและความสัมพันธ์กับสายเดินเรือยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้
ทั้งนี้เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างจากช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยประเมินว่าความขัดแย้งดังกล่าวจะส่งผลกระทบในระดับ “กลาง” และไม่น่าจะยืดเยื้อระยะยาว เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมขนส่ง รวมถึงสายเดินเรือต่างๆ ได้มีบทเรียนและปรับตัวจากวิกฤติก่อนหน้า ทำให้การบริหารความเสี่ยงทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่แนวโน้มค่าระวางเรือที่ปรับขึ้น ปัญหาความล่าช้า และความต้องการบริการมืออาชีพที่เพิ่มสูง ประกอบกับศักยภาพในการบริหารวอลุ่มสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง ส่งผลให้ SONIC คาดว่าผลงานไตรมาส 1/2569 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยย้ำว่าเมื่อเกิดภาวะไม่ปกติ ความพร้อมและพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัทจะทำให้โดดเด่นกว่าคู่แข่งทันที
ตั้งเป้าโต 10%
ดร.สันติสุข กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 10% จากปี 2568 ที่มีรายได้ 1,897.88 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 120.21 ล้านบาท
ล่าสุด บริษัทได้จดตั้งบริษัทย่อยใหม่คือ บริษัท โซนิค อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ จำกัด จะดำเนินธุรกิจด้านประกันภัย ซึ่งสอดคล้องกับธุรกิจโลจิสติกส์ของ SONIC และช่วยเสริมบริการให้ครบวงจรยิ่งขึ้น
สำหรับธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัยนี้ถือเป็น New S-Curve ของกลุ่ม เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ความเสี่ยงสูง อีกทั้งยังมี Margin (ส่วนต่างกำไร) ที่ดีกว่าธุรกิจหลัก และมีการแข่งขันที่แม้จะดูรุนแรงแต่ยังถือว่าน้อยกว่าธุรกิจเดิมที่ทำอยู่