TKN รุกหนักแคนาดา ปั้นยอดขายโต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 09.09 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงสร้างการเติบโตของยอดขายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ พร้อมสร้างกำไรอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ผ่านพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่แข็งแกร่ง การขยายช่องทางจำหน่าย และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
ทั้งนี้การทำการตลาด การเจาะตลาดจีน ผ่าน Snack Store คาดว่าจะทยอยรับรู้การเติบโตของยอดขายจากช่องทางร้านสแน็คสโตร์ในจีน (เช่น ร้านบีซี่หมิง) อย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/2569 ซึ่งจะเข้ามาช่วยเพิ่มยอดขายรวมในปีนี้ ส่วนตลาดแคนาดา บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผู้แทนการจัดจำหน่าย เพื่อรุกตลาดดังกล่าวมากขึ้น เนื่องจากมีความต้องการสินค้าอยู่ค่อนข้างมาก
ส่วนต้นทุนสาหร่ายปีนี้คาดปรับตัวลดลง โดยมีราคาถูกกว่าปี 2568 ประมาณ 5-8% ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจัดการต้นทุนให้ดีขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานประจำปีที่ผ่านมา โดยบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 409 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 7.7% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 5,308 ล้านบาท ซึ่งลดลง 7.1% จากปีก่อนหน้า ด้านผลประกอบการเฉพาะไตรมาส 4 บริษัทมีรายได้ 1,376 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 112 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.2%
พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมเตรียมจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการทั้งปีในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.12 บาทต่อหุ้น และเตรียมจ่ายส่วนที่เหลืออีก 0.13 บาทต่อหุ้นในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้
ยอดขายในประเทศทำ New High ภาพรวมยอดขายในประเทศของ TKN เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยทำยอดขายได้ 2,340 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการทำกิจกรรมการตลาดและการออกสินค้าใหม่ในกลุ่มสาหร่ายมากกว่า 40 SKU รวมถึงการเปิดตัวสินค้าในกลุ่ม Non-Seaweed อย่างขนมบุก "ซุปเปอร์กรุบ" (Super Krup) ที่ทำส่วนแบ่งการตลาดได้ถึง 8% หลังเปิดตัวเพียง 3 เดือน รวมไปถึงการดึงตัว "น้องเกล-แม่ชมพู่" มาช่วยโปรโมทสินค้าสาหร่ายโรยข้าวในไตรมาส 4 และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน TKN and Major Popcorn เพื่อบุกตลาดป๊อปคอร์นในช่องทางค้าปลีก
รุกหนักตลาดต่างประเทศ ดึง "เฉินเจ๋อหยวน" นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ แม้ภาพรวมตลาดต่างประเทศในปีที่ผ่านมาจะเผชิญความท้าทายจากอัตราแลกเปลี่ยนและการแข่งขัน จนทำให้ยอดขายรวมอยู่ที่ 2,968 ล้านบาท ลดลง 17% แบ่งเป็นประเทศจีน 1,121 ล้านบาท และ ประเทศอื่นๆ 1,847 ล้านบาท แต่บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนในไตรมาส 4 โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มียอดขายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 303 ล้านบาท เติบโต 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
กลยุทธ์สำคัญในการบุกตลาดต่างประเทศ คือ การเปิดตัว "เฉินเจ๋อหยวน" ซูเปอร์สตาร์ชาวจีน เป็น Global Brand Ambassador เพื่อกระตุ้นยอดขายทั้งในจีนและเอเชีย พร้อมขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในจีนเข้าสู่ร้าน Snack Store อย่าง "บีซี่หมิง" ที่มีสาขามากกว่า 20,000 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งบริษัท TKN ในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มความคล่องตัวในการขยายตลาดท้องถิ่น
ต้นทุนสาหร่ายลดหนุนมาร์จิ้น ชูความยั่งยืนด้วยโปรเจกต์รักษ์โลก ในด้านการจัดการต้นทุน TKN ได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนสาหร่ายฤดูกาลใหม่ที่มีราคาถูกลงกว่าปีก่อนประมาณ 5-10% ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวดีขึ้นในระยะยาว
นอกจากเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจ บริษัทยังมุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน (ESG) ผ่านการจับมือกับพันธมิตรอย่าง SCGC และ Dow Chemical ในการทำโปรเจกต์ "Close Loop" เพื่อนำซองบรรจุภัณฑ์สาหร่ายที่ใช้แล้วมารีไซเคิลกลับมาเป็นเม็ดพลาสติกเพื่อผลิตใหม่ ซึ่งถือเป็นโปรเจกต์แรกๆ ของประเทศในลักษณะนี้
ด้าน บล.กรุงศรี ระบุ TKN ราคาสะท้อนแนวโน้มที่อ่อนแอในตลาดต่างประเทศแล้ว
ฝ่ายวิจัย ยังคงคำแนะนำ “NEUTRAL” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 4.50 บาท ใน 4Q25 รายงานกำไรสุทธิที่ 109 ล้านบาท (-16% YoY, -1% QoQ) ซึ่งต่ำกว่าที่ Bloomberg consensus คาดการณ์ไว้ 4% ความสามารถในการทำกำไรที่อ่อนแอลงมีสาเหตุมาจากยอดขายที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในทิศทางขาขึ้นจากต้นทุนสาหร่ายที่ลดลง เนื่องจากปริมาณผลผลิตสาหร่ายในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นในปี 2025 คำแนะนำของเราอ้างอิงจากแนวโน้มที่อ่อนแอในตลาดต่างประเทศ (เช่น สหรัฐฯ) ซึ่งอาจถูกชดเชยด้วยการเติบโตของยอดขายในระดับปานกลางในประเทศไทย ทั้งนี้เรายังคงเฝ้าระวังต้นทุนสาหร่ายซึ่งอาจมีความผันผวนและส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
กำไรหลักใน 4Q25 ลดลง -16% YoY อยู่ที่ 109 ล้านบาท
กำไรหลักที่ 109 ล้านบาท (-16% YoY, -1% QoQ) มีปัจจัยลบจาก:
1. ยอดขายลดลง 6% YoY (อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท) และ
2. สัดส่วน SG&A ต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 4.8ppt (เป็น 22.1%) จากค่าใช้จ่ายในการจัดโปรโมชั่นที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่ง TKN ได้ว่าจ้างนักแสดงยอดนิยมเพื่อโปรโมตสินค้า และมีปัจจัยบวกคืออัตรากำไรขั้นต้น โดยขยายตัวขึ้น 3.8ppt YoY (เป็น 31.4%) จากต้นทุนสาหร่ายที่ลดลง (คิดเป็นประมาณ 40% ของ COGS) เนื่องจากราคาสาหร่ายที่ต่ำลงในผลผลิตรอบปี 2025 ทั้งนี้ เราตั้งข้อสังเกตว่ายอดขายในประเทศไทยเติบโต 3% YoY (อยู่ที่ 616 ล้านบาท) จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ยอดขายในจีนเติบโต 6% YoY (อยู่ที่ 303 ล้านบาท) จากการใช้จ่ายด้านโฆษณาที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนยอดขายในตลาดต่างประเทศอื่น ๆ ลดลง 22% YoY (อยู่ที่ 457 ล้านบาท) จากความไม่แน่นอนในสหรัฐฯ และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในภูมิภาคอื่น
แนวโน้มปี 2026 ยังคงมีความไม่แน่นอน
เชื่อว่าแนวโน้มปี 2026 อาจค่อนข้างมีความไม่แน่นอน โดยเราคาดการณ์การเติบโตของยอดขายที่ 6% (อยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากในประเทศและจีน
ความเสี่ยงสำคัญคือต้นทุนสาหร่าย
เรากำหนดราคาเป้าหมายโดยอิง 14x 2026F P/E ปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ 13.4x 2026F P/E ความเสี่ยงสำคัญคือต้นทุนสาหร่ายที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดทั้ง upside และ downside risks