โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลูมเบิร์กเผย “กลุ่มไทยซัมมิท” เล็งขายกิจการ มูลค่าสูงถึง 6.35 หมื่นล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 04.41 น.

บลูมเบิร์กเผย "กลุ่มไทยซัมมิท" เล็งขายกิจการ มูลค่าสูงถึง 6.35 หมื่นล้านบาท หลังเผชิญการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้า ความไม่แน่นอนทางการเมือง และช่องว่างการสืบทอดกิจการในครอบครัว

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท (Thai Summit Group) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย กำลังพิจารณาขายกิจการ ท่ามกลางแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ความไม่แน่นอนทางการเมือง และปัญหาการสืบทอดธุรกิจในครอบครัว

แหล่งข่าวระบุว่าธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลกหลายแห่งได้กลับมาเสนอแนวคิด (pitch) ต่อครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขายธุรกิจ โดยประเมินมูลค่าดีลไว้ราว 1.5-2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.65-6.35 หมื่นล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน) อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทยังไม่ได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน และการหารือยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งอาจไม่ได้นำไปสู่การทำธุรกรรมจริง

แม้ซัพพลายเออร์ยานยนต์ดั้งเดิมทั่วโลกจะเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แต่ปัญหาการถ่ายโอนธุรกิจระหว่างรุ่น (generational handover) ก็เป็นประเด็นที่พบมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจครอบครัวของเอเชีย โดยธนาคารต่าง ๆ ยังได้เสนอชื่อกองทุนระดับโลกอย่าง CVC Capital Partners, Warburg Pincus และ Blackstone Inc. เป็นผู้สนใจที่อาจเข้าซื้อกิจการ แม้ยังไม่มีการติดต่ออย่างเป็นทางการ

ครอบครัวผู้ก่อตั้ง ซึ่งสร้างบริษัทให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประสบปัญหาในการหาผู้สืบทอดตำแหน่งผู้บริหาร หลังจาก พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัท ถึงแก่อสัญกรรมในปี 2545 โดยธนาคารมองว่าดีลนี้น่าสนใจ เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พร้อมออกสู่ตลาดมีจำนวนไม่มาก

ก่อนหน้านี้ ธนาคารวอลล์สตรีทแห่งหนึ่งเคยประเมินมูลค่าบริษัทในปี 2567 ไว้สูงสุดถึง 2.8 พันล้านดอลลาร์ แต่การเจรจาไม่คืบหน้าเพราะความเห็นของสมาชิกครอบครัวยังไม่สอดคล้องกัน ขณะที่การแข่งขันจากรถ EV กำลังกดดันอัตรากำไร และอาจฉุดมูลค่ากิจการลงในปัจจุบัน

แหล่งข่าวระบุว่า Thai Summit Group มี EBITDA ต่อปีมากกว่า 250 ล้านดอลลาร์ จากรายได้รวมกว่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ และมีพนักงานมากกว่า 20,000 คนทั่วประเทศ พร้อมมีโรงงานในต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย

ด้านภาพรวมอุตสาหกรรม ยอดขายรถยนต์ในไทยปี 2568 ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองปี โดยรถ EV คิดเป็น 45% ของยอดส่งมอบทั้งหมด ขณะที่การผลิตรถยนต์ในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.5 ล้านคัน ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ตามข้อมูลจาก Federation of Thai Industries

ทั้งนี้กระบวนการพิจารณาดีลยังเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งเพิ่มความซับซ้อนต่อบรรยากาศการตัดสินใจ โดยสมาชิกบางส่วนของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจมีความเชื่อมโยงกับพรรคก้าวไกล ซึ่งถูกยุบในปี 2567 หลังจากเสนอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...