โลกลุ้น 4 ทุ่ม ศาลฎีกาสหรัฐอาจชี้ขาดคดี “ภาษีทรัมป์” เดิมพันอำนาจประธานาธิบดี-ทิศทางการค้าโลก
ตลาดการเงินโลกกลับมาจับตา “ศาลฎีกาสหรัฐฯ” อีกครั้งในคืนนี้ (20 ม.ค.) โดยมีความเป็นไปได้ที่ศาลจะออกคำวินิจฉัยในบรรดาคดีสำคัญหลายคดี ซึ่ง “หนึ่งในคดีที่ทั่วโลกเฝ้ารอ” คือคดีท้าทายความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีศุลกากรวงกว้างที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ปี 1977 ในการประกาศเก็บภาษีภายใต้เหตุฉุกเฉินระดับชาติ
ทำไมคดีนี้ถึงสำคัญ
คดีดังกล่าวถูกมองว่าเป็น “หมุดหมาย” ที่จะชี้ขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐในการใช้อำนาจภาวะฉุกเฉินเพื่อดำเนินนโยบายการค้า เพราะก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้น/ศาลล่างบางส่วนวินิจฉัยว่า IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจชัดเจน ต่อการเก็บภาษีวงกว้างในลักษณะดังกล่าว (มุมมองเรื่อง “ใช้อำนาจเกินขอบเขต”)
ศาลฎีกาสหรัฐรับฟังคดีนี้ไปแล้วตั้งแต่ 5 พ.ย. 2025 แต่ยังไม่ออกคำตัดสิน ทำให้ตลาดตีความว่า “คดีอาจซับซ้อน และผลกระทบปลายทางสูง”
เวลา “4 ทุ่ม” คืออะไร
สื่อไทยหลายสำนักประเมินว่า “รอบการขึ้นนั่งบัลลังก์/อ่านคำวินิจฉัย” ของศาลฎีกาสหรัฐอาจเริ่มต้น ราว 22.00 น. ตามเวลาไทย (ขึ้นกับวันและกำหนดการของศาล) โดยศาล ไม่ประกาศล่วงหน้า ว่าจะตัดสินคดีใดเป็นกรณีเฉพาะในแต่ละรอบ และมีโอกาสเลื่อนการตัดสินคดีสำคัญออกไปได้
ฉากทัศน์ที่ตลาดกำลัง “วัดใจ”
นักวิเคราะห์มองว่า หากศาลฎีกา “ชี้ขาด” คดีภาษีทรัมป์ในช่วงนี้ จะเกิดผลต่อทั้งการค้าโลกและตลาดทุนผ่าน 3 ทางหลัก
1) ศาล “คงไว้” (Uphold) หรือให้ไปต่อในทางปฏิบัติ
- ภาษีเดิมยังอยู่ ตลาดอาจคลายความเสี่ยงด้านนโยบายระยะสั้น
- แต่ความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์/การตอบโต้ทางการค้าอาจยังเป็นตัวแปร (โดยเฉพาะประเด็นยุโรป–สหรัฐฯ ที่สื่อสากลจับตาเชื่อมโยงกับกรณี Greenland)
2) ศาล “ตีตก” (Strike down) ชี้ว่าใช้อำนาจไม่ชอบ
- ตลาดจะจับตา 2 เรื่องทันที
- การจัดเก็บภาษีในช่วงที่ผ่านมาอาจเสี่ยง “คืนเงินภาษี” ให้ผู้นำเข้า ซึ่ง Reuters เคยประเมินว่า ภาษีที่เสี่ยงต่อการคืนเงินจากคำสั่งศาลอาจมีมูลค่า เกิน 133.5 พันล้านดอลลาร์
- ฝ่ายบริหารจะ “เดินเกมใหม่” เร็วแค่ไหน—โดยรายงานระบุว่า ฝ่ายนโยบายการค้าสหรัฐเตรียมพร้อมจะ ออกมาตรการภาษีทดแทนอย่างรวดเร็ว หากศาลตัดสินให้มาตรการเดิมใช้ไม่ได้
3) ศาล “ตีความจำกัด” (Narrow ruling)
- อาจเปิดช่องให้เก็บภาษีได้ “บางส่วน/บางเงื่อนไข” หรือส่งสัญญาณให้สภาคองเกรสต้องเข้ามากำหนดกรอบใหม่
- ผลลัพธ์แบบนี้มักทำให้ตลาดผันผวนต่อเนื่อง เพราะ “ไม่จบในคำตัดสินเดียว”
ผลต่อไทย: ใครได้-ใครเสีย ถ้าความผันผวนกลับมา
แม้คดีจะเกิดในสหรัฐฯ แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถส่งผ่านมายังไทยได้ 3 มิติ
(1) ความเสี่ยงต่อ Global Play
หากตลาดตีความว่าความตึงเครียดการค้าจะรุนแรงขึ้นหรือคาดเดายากขึ้น
หุ้นกลุ่ม ส่งออก และ เดินเรือ/โลจิสติกส์ อาจถูกกดดันจากความผันผวนของคำสั่งซื้อและค่าระวาง/ต้นทุนประกันความเสี่ยง
(2) ค่าเงิน-ทองคำ-สินทรัพย์ปลอดภัย
- เหตุการณ์ที่เพิ่มความไม่แน่นอนมักดัน “โหมดปิดรับความเสี่ยง” ซึ่งอาจหนุนทองคำ/ดอลลาร์บางช่วง และกระทบกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่
(3) โฟลว์ต่างชาติในตลาดหุ้นไทย
- หากผลคำตัดสินทำให้ตลาดโลก “เสี่ยงขึ้น” เงินทุนอาจชะลอ/สลับจังหวะ โดยเฉพาะในหุ้นที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจโลก
สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาคืนนี้
- 22.00 น. (เวลาไทย) ศาลขึ้นนั่งบัลลังก์/มีโอกาสอ่านคำวินิจฉัย (แต่ไม่การันตีว่าจะเป็นคดีภาษีทรัมป์)
- ถ้อยคำในคำตัดสิน (ถ้ามี) ว่าศาล “ตีความ IEEPA” อย่างไร—นี่คือหัวใจของความเสี่ยง
- ถ้าศาลตีตก: ความเร็วของ “มาตรการทดแทน” จากฝ่ายบริหารสหรัฐ
- ตลาดฟิวเจอร์ส/ค่าเงิน/ทองคำ ในช่วงหลังข่าวออก เพราะมักสะท้อนการตีความของตลาดเร็วที่สุด