โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปี'68 ไทยปิดกิจการ 2.3 หมื่นราย สวนทาง 'ต่างชาติ' ลงทุน 3 แสนล้าน สูงสุดในรอบ 5 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ลุยสกัดนอมินี-บัญชีม้า ปี ’69 เพิ่มความเข้มข้น ใช้เทคโนโลยีสกรีนกลุ่มเสี่ยง เช็ก 4 กลุ่มต่างชาติ 2.1 หมื่นรายฮุบที่ดิน

เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทั้งปี 2568 มียอดธุรกิจตั้งใหม่ 85,251 ราย ลดลง 2,345 ราย หรือลดลง 2.68% เทียบกับ ปี 2567 เฉพาะเดือนธันวาคม 2568 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 5,187 ราย เทียบเดือนพฤศจิกายน 2568 ลดลง 367 ราย หรือลด 6.61% แต่เทียบเดือนธันวาคม 2567 เพิ่มขึ้น 810 ราย หรือเพิ่ม 18.51%

โดยมีทุนจดทะเบียน 13,385 ล้านบาท เมื่อพฤศจิกายน 2568 ลดลง 9.92% เทียบเดือนธันวาคม 2567 ลดลง 41.54% ซึ่ง 3 ประเภทธุรกิจขยายตัวน่าสนใจ คือ ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ เพิ่มขึ้น 194.21% ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด เพิ่มขึ้น 48.73% ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า รวมถึงคนโดยสาร เพิ่มขึ้น 29.70%

สำหรับจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนธันวาคม 2568 มี 6,112 ราย เทียบเดือนพฤศจิกายน 2568 เพิ่ม 3,618 ราย หรือเพิ่ม 145.07% เทียบเดือนธันวาคม 2567 เพิ่ม 47 รายหรือ 0.77% ทำให้ทั้งปี 2568 จดทะเบียนเลิกธุรกิจ 22,783 ราย ลดลง 896 ราย หรือ 3.78% เทียบปี 2567

โดยปี 2569 จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และปัจจัยภายนอกประเทศยังสูง อาจมีผลต่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่ กรมฯจึงประมาณการณ์จัดตั้งธุรกิจใหม่ไว้ที่ 8.0-8.5 หมื่นราย ใกล้เคียงกับปี 2568

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนธันวาคม 2568 อนุญาตคนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย 105 ราย เงินลงทุนรวม 12,986 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากสิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ส่งให้ทั้งปี 2568 มีการอนุญาตฯ 1,078 ราย รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท ถือว่าเป็นมูลค่าเงินลงทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี นับจากปี2564 ซึ่งในแง่จำนวนเพิ่มขึ้น 13% มูลค่าเพิ่มขึ้น 42% ประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 186 ราย คิดเป็น 17% ลงทุน 85,688 ล้านบาท สิงคโปร์ 167 ราย คิดเป็น 15% ลงทุน 103,399 ล้านบาท จีน 152 ราย คิดเป็น 14% ลงทุน 35,046 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา 148 ราย คิดเป็น 14% ลงทุน 5,073 ล้านบาท ฮ่องกง 113 ราย คิดเป็น 10% ลงทุน 14,869 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 312 ราย คิดเป็น 30% ลงทุน 80,073 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปี 2568 ภายใต้พ.ร.บ.คนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มี 313 ราย คิดเป็น 29% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 12 ราย คิดเป็น 4% มูลค่า 106,461 ล้านบาท คิดเป็น 33% เป็นนักลงทุนจากจีน 83 ราย เงินลงทุน 19,263 ล้านบาท ญี่ปุ่น 67 ราย เงินลงทุน 33,840 ล้านบาท สิงคโปร์ 46 ราย เงินลงทุน 23,238 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 117 ราย เงินลงทุน 30,120 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปี 2568 กรมฯเร่งปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจัง มีแผนปฎิบัติชัดเจน อาทิ แต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการเฉพาะด้านครอบคลุมการป้องกันการจดทะเบียน การวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ การตรวจสอบบัญชีธุรกิจ และด้านกฎหมาย พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร รวม 17 หน่วยงานหลัก มุ่งตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 6 กลุ่ม เป้าหมายกว่า 46,918 ราย ได้แก่ 1. ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง 2. ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ 3. e-Commerce ขนส่งและคลังสินค้า 4.โรงแรมและรีสอร์ท 5.เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร และ 6.ก่อสร้างทั่วไป โดยกรมฯส่งข้อมูลผู้เข้าข่ายกระทำความผิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) หรือตำรวจในท้องที่เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

สำหรับภารกิจเร่งด่วนปราบนอมินีบัญชีม้ารอบ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบใน 12 พื้นที่สำคัญ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ พบนิติบุคคลที่เข้าข่ายการกระทำผิดและได้ส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการตามกฎหมาย 11 ราย พร้อมส่งข้อมูลนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินรวม 357 ราย และส่งให้กรมสรรพากรดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวม 3,634 ราย

ขณะเดียวกันได้จับมือกับหน่วยงานพันธมิตรจัดงานมหกรรม “รวมพลังปราบนอมินี บัญชีม้า” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้นักบัญชีเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,625 ราย รวมทั้งออก 5 มาตรการจดทะเบียนใหม่ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพจดทะเบียนนิติบุคคลและนำไปเปิดบัญชีม้านิติบุคคล เพื่อป้องกันนอมินีคนไทยให้การช่วยเหลือสนับสนุนชาวต่างชาติกระทำความผิด

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปี 2569 กรมเดินหน้าปราบปรามบัญชีม้าและนอมินีต่อเนื่อง พร้อมยกระดับมาตรการ อาทิ เพิ่มการใช้เทคโนโลยีและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นทาง กรมฯจะใช้ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล เป็นเครื่องมือหลักในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศแบบเชิงลึกและพุ่งเป้ามากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งมีเป้าหมาย 21,459 ราย และตรวจสอบบัญชี งบการเงิน และกลุ่มเสี่ยงนอมินีและกลุ่มบุคคลในบัญชีม้า HR03 จำนวน 4,554 ราย รวมถึงสำนักงานรับทำบัญชีและให้คำปรึกษาธุรกิจ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนนิติบุคคล งบการเงิน และโครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อระบุพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายนอมินีบัญชีม้า

ทั้งนี้ กรมฯ จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการเข้ม ‘4 คำสั่ง 2 ประกาศ’ ตั้งแต่ขั้นตอนจดทะเบียน เชื่อมโยงข้อมูลผู้ถือหุ้น งบการเงิน และบุคคลเสี่ยงสูง เพื่อสร้างระบบธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเริ่มบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 มกราคม 2569

สำหรับการตรวจสอบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทน เป้าหมาย 21,459 ราย นั้น เน้นตรวจสอบทั้ง 4 กลุ่ม คือ การลงทุนโดยตรง(เอฟดีไอ) การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การครอบครองเพื่อการเกษตรกรรม และการครอบครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ซึ่งในบ่ายวันที่ 20 มกราคมนี้ จะมีการประชุมครั้งแรกกับ 17 หน่วยงาน เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบ สำหรับจังหวัดเป้าหมายจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ประจวบคีรีขัน สุราษฎ์ธานี กรุงเทพและปริมณฑล เป็นต้น

ซึ่งตอนนี้ต่างชาติสินใจเข้ามาครอบครองที่ดินในไทยมากขึ้น อาทิ รัสเซีย อิสราแอล ยุโรป อินเดีย จีน เป็นต้น แม้ในแง่ของความเสียหาย ไม่อาจประเมินเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ แต่ย่อมมีผลกระทบต่อการลงทุนในไทยแน่นอน

“การตรวจสอบนอมินีและบัญชีม้าผ่านผู้ได้สิทธิบัตรผู้มีรายได้น้อย นั้น พบว่ามีเพิ่มต่อเนื่อง พบยอดเข้าข่ายบัญชีม้าหรือยอมให้ใช้ชื่อแทนแล้วกว่า 200 ราย นับจากเริ่มดำเนินการต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งจะเร่งดำเนินการต่อไป“ นายพูนพงษ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปี’68 ไทยปิดกิจการ 2.3 หมื่นราย สวนทาง ‘ต่างชาติ’ ลงทุน 3 แสนล้าน สูงสุดในรอบ 5 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...