โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกษิษฏ์ เปิดไทมไลน์ทวนคำตอบ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ปมที่ดินเขากระโดง จริงหรือ? ที่พูดว่า พร้อมสู้ในกระบวนการ และ อยากให้ฟ้อง

VoiceTV

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 12.37 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ เปิดไทมไลน์ทวนคำตอบ ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ บนเวทีดีเบต เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเขากระโดง จริงหรือ? ที่ ‘ไชยชนก ชิดชอบ พูดว่า พร้อมที่จะสู้ในกระบวนการ และ อยากให้ฟ้องด้วยซ้ำ’ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (18 มกราคม 2569)

ผมได้มีโอกาสออกรายการดีเบต ร่วมกับคุณไชยชนก และตัวแทนจากพรรคอื่นๆ แลกเปลี่ยนในประเด็นปัญหาสแกมเมอร์และคอรัปชั่น เลยได้มีโอกาสถามคุณไชยชนก เกี่ยวกับที่ดินพิพาทเขากระโดง ก็ยินดีที่ได้ยินคุณไชยชนก ตอบว่า “พร้อมที่จะสู้ในกระบวนการ” และ “อยากให้ฟ้องด้วยซ้ำ”

แต่หากดูข้อเท็จจริง กลับเกิดคำถามว่า มีความพยายามทำให้กระบวนการที่คุณไชยชนกพร้อมต่อสู้นั้นไม่เกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจาก อำนาจในการเพิกถอนที่ดินที่เป็นที่พิพาทนั้น เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินเพียงผู้เดียว ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในระหว่างที่พรรคภูมิใจไทย ได้กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทยและคมนาคม สังคมได้เกิดข้อสงสัย ถึงความพยายามในการประวิงเวลาเพื่อไม่ให้เข้าสู่กระบวนการเพิกถอนนี้หรือไม่ แม้ศาลจะมีคำพิพากษาแล้วก็ตาม

ปี 2513 นายชัย ชิดชอบ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับการรถไฟเพื่อขออาศัยในพื้นที่บริเวณเขากระโดง โดยแจ้งว่าหากการรถไฟยินยอมจะทำการเช่าต่อไป แต่ในปี 2515 พบว่า ชัย ชิดชอบได้ทำการขอออกโฉนดซึ่งได้มาในหมายเลข 3466 และโอนให้ภรรยา ซึ่งต่อมาได้ขายให้บ.ศิลาชัย บุรีรัมย์ ทั้งหมดนี้ไม่พบว่ามีสัญญาเช่ากับการรถไฟ

ปี 2541 คณะกรรมการกฤษฏีกาได้ตอบหนังสือจากจังหวัดบุรีรัมย์ที่ถามมาว่า กรมที่ดิน ออกเอกสารสิทธิ์ทับที่เขากระโดงหรือไม่ โดยกฤษฏีกา บอกว่า กรมที่ดินออกโฉนดทับที่การรถไฟจริง พื้นที่นี้เป็นที่ของการรถไฟ เป็นสภาพที่ดินหลวง หวงห้ามไว้ใช้ในราชการ

ปี 2552 กระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยชื่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และประธานสภาผู้แทนราษฏร ชื่อ นายชัย ชิดชอบ กรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการและพิจารณาว่า แปลง 3466 ที่เป็นที่ตั้งของบริษัท ศิลาชัย และโฉนดที่ 8564 ถือครองโดยนางกรุณา ชิดชอบ ไม่ควรเพิกถอนโฉนด แม้ภายหลังในปี 2554 ปปช.มีคำสั่งให้เพิกถอนที่ดินดังกล่าวแต่กรมที่ดินก็ปฏิเสธ จึงมีคำถามไปยังอัยการสูงสุด และอัยการวินิจฉัยออกมาว่า ให้การรถไฟไปร้องศาล เพื่อขอให้มีการเพิกถอนโฉนด ต่อมา ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฏีกา วินิจฉัยตรงกันว่า พื้นที่ 5083 ไร่ ในบริเวณเขากระโดงนี้ เป็นพื้นที่ของการรถไฟ และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้สั่งเพิกถอนเอกสาร นส.3 ออกจากพื้นที่ทั้งหมด

ปี 2562 เกิดการเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เป็นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ถูกตั้งข้อสังเกตจากสังคมในฐานะที่กำกับการรถไฟ ว่า ไม่เร่งรัดให้การรถไฟ ฟ้องผู้บุกรุกตามคำพิพากษาของศาลฏีกา ในปี 2561 เพื่อให้ที่ดินกลับมาเป็นของการรถไฟ แต่กลับให้การรถไฟไปฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อประวิงเวลา

ปี 2566 ศาลปกครองกลาง พิพากษาตามที่การรถไฟยื่นร้องไว้ ให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการ เพื่อสำรวจแนวเขาและเพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่หลวง อธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้น มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2566 แต่เมื่อนายอนุทิน ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน ณ ขณะนั้น ขอยื่นใบลาออก ทำให้อนุทินได้แต่งตั้งลูกชายอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์มาเป็น อธิบดีที่ดิน และเมื่อปี พฤศจิกายน 2567 อธิบดีท่านนี้ มีคำสั่งไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินในพื้นที่เขากระโดง ซึ่งในวันที่ท่านอนุทินได้กลับมาเป็นนายกฯและรัฐมนตรีมหาดไทยอีกครั้ง ก็มีสื่อเห็นอธิบดีท่านนี้ปรากฏที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งหลังจากนั้นหนึ่งเดือน ก็ได้รับการแต่งตั้งกลับมาเป็นอธิบดีกรมที่ดินอีกครั้ง ขณะที่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ผู้ว่าการรถไฟ ที่ได้ลงนามในหนังสือฟ้องเพิกถอนผู้ยึดถือครอบครองที่ดินเลขที่ 3466 และเลขที่ 8564 บริเวณแยกเขากระโดง ซึ่งเป็นของนางกรุณา ชิดชอบและ บริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง

ในวันที่ท่านอนุทินได้กลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าการรถไฟที่พยายามเริ่มกระบวนการดึงพื้นที่ที่ศาลตัดสินแล้วกลับมาเป็นของการรถไฟต้องยื่นใบลาออก แต่อธิบดีกรมที่ดินที่เคยพิจารณาไม่เพิกถอนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอธิบดีกรมที่ดินอีกครั้ง จึงเกิดคำถามว่า นี่เป็นการขัดขวางไม่ให้กระบวนการเพิกถอนที่ดินพิพาท ในพื้นที่เขากระโดงหรือไม่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...