AI ช่วยให้สบายกี่โมง? วิจัยเผย AI ช่วยประหยัดเวลาจริง แต่เราก็เอาเวลาที่เหลือไปทำงานเพิ่มอยู่ดี
ทุกคนเชื่อว่า AI จะมาช่วยให้ทำงานน้อยลง
.
ภาพที่ถูกวาดไว้ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคือ AI จะมารับหน้าที่งานจำเจแทนเรา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล สรุปรายงาน หรือเขียนโค้ดพื้นฐาน แล้วเราจะได้มีเวลาโฟกัสกับงานที่ “มีคุณค่า” หรือ "ใช้สมองจริงๆ" มากกว่าเดิม จึงทำให้องค์กรทั่วโลกลงทุนกับเครื่องมือเหล่านี้อย่างหนัก เพราะหวังว่าคนเท่าเดิมจะทำงานได้มากขึ้น ส่วนพนักงานเองก็คาดหวังว่าชีวิตการทำงานจะเบาลงสักที
.
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ทยอยรายงานออกมาในช่วงต้นปี 2026 กำลังบอกเรื่องที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
.
คนทำงานไม่ได้ทำงานน้อยลง หลายคนทำงานหนักขึ้นกว่าเดิม และที่น่ากังวลกว่านั้นคือหลายคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
.
สรุปแล้ว AI มันช่วยให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้น ทำงานน้อยลง หรือทำงานเยอะขึ้นกันแน่?
.
.
AI ช่วยทำงานกี่โมง?
.
เมื่อฟังจากปากของผู้นำทางธุรกิจหรือผู้นำทางเทคโนโลยีของโลกนั้น การมาถึงของ AI เหมือนจะมาช่วยให้ชีวิตคนทำงานนั้น “ง่ายขึ้น” และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อ รวมถึงองค์กรที่รีบลงทุนกับ AI tools ไปเต็มๆ เพราะหวังว่าคนเท่าเดิมจะทำงานได้มากขึ้น
.
แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง โดยที่ทางด้าน UC Berkeley ส่งนักวิจัยเข้าไปนั่งสังเกตพฤติกรรมพนักงานในบริษัทเทคฯ แห่งหนึ่งในอเมริกา นานถึง 8 เดือน สิ่งที่เขาเจอน่าสนใจมาก
.
ในช่วงแรก พนักงานรู้สึกตื่นเต้นกับ AI มาก มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองทำได้มากกว่าเดิม Product Manager คนหนึ่งเริ่มลองเขียนโค้ดด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก เพราะ AI คอยช่วยแนะนำทุกขั้นตอน นักวิจัยเริ่มทำงาน engineering ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองขยายขีดความสามารถออกไปได้
.
ดูเผินๆ แล้วเหมือนจะดี แต่นั่นแหละคือปัญหาใหญ่ที่คนทำงานกำลังซัฟเฟอร์อยู่ทุกวัน
.
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ งานใหม่เหล่านั้นค่อยๆ สะสมจนขยายขอบเขตของงานออกไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยที่ไม่มีใครรู้สึกว่าตัวเองกำลัง "ทำงานเพิ่ม" เพราะงานแต่ละอย่างมันรู้สึกเหมือน การทำงานอย่างละนิดอย่างละหน่อย โดยมี AI คอยช่วยอยู่
.
ยิ่งไปกว่านั้น ในวงการเทคฯ ที่กำลังโดน AI Disrupt อยู่เต็มๆ นั้น ก็ปลูกฝังชุดความคิดของการ “ทำงานเยอะ” มากขึ้นเรื่อย
.
โดยต้องบอกว่า ภายใน Silicon Valley มีกลุ่ม founder และคนทำงานในสตาร์ทอัพที่เริ่มแชร์ไลฟ์สไตล์การทำงาน 12-16 ชั่วโมงต่อวัน ไม่มีวันหยุด ด้วยความภาคภูมิใจ เพราะ AI ทำให้พวกเขารู้สึกว่าร่างกายไม่เหนื่อย แม้จะทำงานนานขึ้นนั่นเอง
.
พูดง่ายๆ ก็คือ มันเหมือนกับการที่มีคนคอยช่วยแบกของหนักครึ่งหนึ่ง เลยรู้สึกว่าเดินต่อไปได้อีก โดยไม่ทันสังเกตว่าระยะทางที่เดินไปนั้นไกลขึ้นมากแค่ไหน และมันสมควรเดินไปไกลขนาดนั้นจริงไหม
.
.
ทำงานได้เยอะขึ้นจริง แต่งานที่ได้นั้นดีจริงไหม
.
DORA Report 2024 ที่ถือเป็น benchmark ระดับโลกด้านประสิทธิภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์ พบว่า การเพิ่ม AI adoption ขึ้น 25% ไม่ได้แม้จะทำงานได้มากขึ้น แต่งานที่ได้ออกมานั้น อาจไม่ได้ดีเสมอไป
.
[ ] Delivery Throughput (ปริมาณงานที่ส่งมอบ) ลดลง 1.5%
[ ] Delivery Stability (ความเสถียรของงานที่ส่งมอบ) ลดลง 7.2%
.
แปลว่ายิ่งทีมใช้ AI มากขึ้น งานกลับออกช้าลงและไม่เสถียรขึ้น
.
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยพบว่าเมื่อพวกเขาใช้ AI tools พวกเขาใช้เวลาทำงานนานขึ้น 19%
.
รวมถึงทางด้านผลสำรวจจาก Workday เองก็พบว่า หลังจากสำรวจทำงานกว่า 3,200 คน แม้จะพบว่า AI สามารถช่วยให้ตัวเองประหยัดเวลาได้ 1-7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็เสียเวลาไปกว่า 40% ไปกับการตรวจสอบว่างานที่ AI ทำออกมานั้นมีประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐานของตัวเราไหม
.
ท้ายที่สุดนี้ ไม่มีใครบอกว่า AI ไม่มีประโยชน์ เพราะมันมีประโยชน์จริง
.
แต่สิ่งที่น่าทำในตอนนี้คือตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เวลาที่ AI ช่วยประหยัดได้ คุณเอามันไปทำอะไร? ถ้าคำตอบคือ "ทำงานอื่นเพิ่ม" นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังใช้ AI เพื่อทำงานได้มากขึ้น ไม่ใช่เพื่อทำงานได้ดีขึ้นต่างหาก
.
และสองอย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
.
.
อ้างอิง
- 12-hour days, no weekends: the anxiety driving AI’s brutal work culture is a warning for all of us : Arielle Pardes, The Guardian - https://bit.ly/4s4Lg3c
- AI Doesn't Reduce Work—It Intensifies It : Aruna Ranganathan and Xingqi Maggie Ye, Harvard Business Review - https://bit.ly/3MTmX9D
- AI is making us work harder, not better : David Braue, Informationage - https://bit.ly/4c4NsmL
.
.
#AI
#Productivity
#การทำงาน
#Trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast