โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สอบนโยบาย5พรรค น้ำเงินบุกภูเก็ตหักส้ม

ไทยโพสต์

อัพเดต 15 มกราคม 2569 เวลา 7.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภูเก็ตเดือด “อนุทิน” ลั่นเปลี่ยนเมืองหลวงส้มเป็นสีน้ำเงินยึดเกาะแทน หวดคนด่าโหนกระแสชาตินิยม อัดคนไทยหรือเปล่า "เจษฎ์" กังขา "ฟ้า-น้ำเงิน" หนุนโละ รธน. "มาร์ค" คว่ำโต๊ะจีนนายทุน ปลุกระดมทุนสีขาวขับเคลื่อนการเมืองสุจริต ลุยโรดแมป 90 วัน ปลุกเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ "ดร.เชน" ควง "โอ๊ค" ลุยอีสาน ขอชาวบ้านเรียกนายกฯ คนที่ 33 “แสวง” เตือนนักรณรงค์ไมค์จ่อปากล้ำเส้นข่มขู่คุกคาม ชี้ไม่ปล่อยมวลชนป่วนธนาธร ต้องดูพฤติการณ์เข้าข่ายผิด กม.เลือกตั้งหรือไม่ ดีเดย์ตรวจนโยบายการเงินประเดิม 5 พรรคแรก

เมื่อวันพุธ เวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพพรรคภูมิใจไทย พื้นที่ภาคใต้ และ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ตลาดเกษตร อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 1 พรรค ภท.

บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเข้ามาขอถ่ายรูป บางคนบอกว่า "ได้เห็นนายกฯ ตัวจริงแล้ว" บางช่วงชาวบ้านบางคนไม่กล้าเข้าไปถ่ายรูป นายอนุทินจึงเรียกเข้ามาร่วมถ่ายรูปกัน จนชาวบ้านออกปากชมว่า "นายกฯ ตัวจริงหล่อกว่าในทีวี"

นายอนุทินกล่าวถึงการปักธงในพื้นที่ภูเก็ตว่า เราต้องขยันลงพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราได้ทำมาโดยตลอด ครั้งนี้เราส่งผู้สมัครทั้ง 3 เขต เป็นคนพื้นที่รุ่นใหม่ไฟแรง มีความเข้าใจในความต้องการของพี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่า เมื่อสักครู่ที่เดินตลาดประชาชนในพื้นที่ชมเรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดน จะเป็นจุดขายให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการหวงแหนแผ่นดินของพี่น้องประชาชนชาวไทย เรื่องนี้อยู่ในหัวใจของคนไทยที่จะไม่ยอมให้ใครมารุกรานอธิปไตย ขนาดที่ภูเก็ตห่างไกลจากชายแดนไทย-กัมพูชาไม่รู้กี่พันกิโลเมตร ยังรู้สึกตรงนี้

“ดังนั้นถึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาหาคะแนน สิ่งที่เขาชื่นชม รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะรักษาอธิปไตยของประเทศ ที่จะให้คนไทยทุกคนมีความมั่นใจว่า เกียรติภูมิของประเทศ อธิปไตยของประเทศ พื้นแผ่นดินของประเทศจะไม่ถูกรุกล้ำยึดครองโดยคนต่างชาติ” นายอนุทินระบุ

เมื่อถามว่า คิดว่าครั้งนี้ภูเก็ตจะเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีน้ำเงินได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้อง Hope for the best (หวังในสิ่งที่ดีที่สุด)

ส่วนที่มีหลายคนมองว่า ภท.โหนกระแสชาตินิยมนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าไม่นิยมชาติไทยของเราแล้วจะไปนิยมใคร คนที่พูดคำว่าปลุกกระแสชาตินิยมแล้วไม่ดี เป็นคนไทยหรือเปล่า ไปเห็นแก่ชาติอื่นดีกว่าประเทศไทยหรือเปล่า ถ้าเห็นแบบนี้จะมาอาสาทำงานเพื่อบ้านเมือง พูดได้เต็มปากได้อย่างไร

“ชาตินิยมแปลว่าอะไร ไม่ใช่รักชาติ รักแผ่นดินอย่างเดียว ต้องสนับสนุนสินค้าไทย ต้องใช้สินค้าไทยเยอะๆ ต้องท่องเที่ยวในเมืองไทย ต้องไม่ไปต่างประเทศ ไม่เอาเงินไทยไปใช้ต่างประเทศ ต้องรักสามัคคีกันในหมู่คนไทยด้วยกันเอง ไม่ด้อยค่ากัน นี่คือชาตินิยม ภท.สนับสนุนแนวนี้มันเสียหายตรงไหนล่ะ เดี๋ยวถามแล้วเดี๋ยวยิ่งได้คะแนน” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่และมีอายุยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตว่า นายอนุทินและคณะได้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้า และประตูทองคำกิวอ๋องไต๋เต๋ เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จ มีอำนาจวาสนา และแคล้วคลาดปลอดภัย ก่อนที่นายอนุทินจะปิดทองที่ประตูศาลเจ้า จากนั้นติดทองที่รั้ว พร้อมกล่าวว่า ต้องสร้างรั้วด้วย ตามนโยบายพรรคภูมิใจไทย รั้วทองคำประเทศไทยมีรั้วเป็นทองคำ ซึ่งต่อให้ถูกเผาก็ยังเป็นทอง ใครทำอะไรไม่ได้

ต่อมานายอนุทินได้ตีระฆังทั้งสิ้น 37 ครั้ง พร้อมกล่าวว่า “ซา จับ ฉิก” ซึ่งแปลว่า 37 ในภาษาจีนแต้จิ๋ว เป็นหมายเลขของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยถึงบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเช้า พื้นที่ จ.ภูเก็ต เขต 2 ร่วมกับนายเฉลิมพงศ์ แสงดี (โค้ชแซม) ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 เบอร์ 6 โดยระบุว่า วันนี้เราไม่ได้เดินมาด้วยมือเปล่า แต่เราเดินมาพร้อมกับต้นทุนหน้าตักที่สะสมมาตลอด 2 ปี 6 เดือน จากการทำงานอย่างหนักของ สส.เขต ที่ไม่เคยอยู่เฉย แม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่งานในพื้นที่ไม่เคยเป็นรองใคร ต้นทุนจากการทำงานจริงคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าเม็ดเงินมหาศาลที่คู่แข่งพยายามนำมาปักธง โดยเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของคนภูเก็ต

“คนภูเก็ตเป็นคนที่เงินกี่บาทก็ซื้อไม่ได้ เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองดี เศรษฐกิจดี พี่น้องประชาชนสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้มหาศาล เงินแจก 2-3 พันบาทถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับโอกาสที่เขาควรได้รับ ดังนั้นคนภูเก็ตไม่ได้มองหาคนแจกเงิน แต่มองหาตัวแทนที่จะนำพาภูเก็ตไปสู่จุดที่เขาคาดหวังได้จริง มั่นใจว่าพรรคประชาชนจะสามารถรักษาพื้นที่เกาะภูเก็ตซึ่งเป็น “พื้นที่แรกที่พรรคส้มปักธงในภาคใต้ได้” เอาไว้อย่างเหนียวแน่นทั้ง 3 เขต” น.ส.ภคมนกล่าว

เชนควงโอ๊ค

ที่ จ.นครราชสีมา ที่เทศบาลตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายพชร จันทรรวงทอง ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 เบอร์ 5 หาเสียง โดยมีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมมาให้กำลังใจที่เวที

นายยศชนันปราศรัยตอนหนึ่งว่า คาดวันนี้ก็ขอทั้ง 16 เขตสำหรับพื้นที่เมืองที่เป็นของสีส้ม และอีกหนึ่งเขตที่สู้กับสีน้ำเงินนั้นเราทำการบ้านมาดีพอสมควร มั่นใจว่าจะชนะใจและสามารถมี สส.ในพื้นที่โคราชเพิ่มได้ ส่วนกรณีที่อดีต สส.เราย้ายไปภูมิใจไทยนั้นก็ไม่มีปัญหา เลือดเก่าไหลออกไปก็มีเลือดใหม่ไหลเข้า

เมื่อถามว่า โพลที่ออกมาพรรคเพื่อไทยยังเป็นรอง จะเร่งเครื่องหรือปรับยุทธศาสตร์อย่างไร นายยศชนันกล่าวว่า มั่นใจว่าโพลของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่นักวิเคราะห์มองว่า 2 สีที่จะแข่งกันจัดตั้งรัฐบาลคือสีน้ำเงินกับสีส้มนั้น เราไม่เคยยอมรับเรื่องนี้ เรายังมองไปข้างหน้าว่าเราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาล แต่แน่นอนว่าการทำงานจะต้องทำร่วมกัน ประเทศไทยบอบช้ำมาเยอะแล้ว ไม่อยากให้ประชาชนหรือสื่อมวลชนมองว่าเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 เพราะส่วนตัวมองว่าพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1 มาตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนจะพยายามแนะนำทั้งชื่อเล่น ชื่อจริง แต่พ่อแม่พี่น้องจะเรียกอะไรก็ได้ แต่ขอให้เรียกนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ได้หรือไม่ และวันนี้จะทำไม่ได้ ถ้าโคราชไม่เลือกเพื่อไทยทั้ง 16 เขต ขอโคราชเป็นแดงทั้งแผ่นดิน ขอ สส. ยกจังหวัดทั้ง 16 เขตได้หรือไม่

ที่สวนลุมพินี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะประชาชน ณ สวนลุมพินี พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงวิสัยทัศน์การยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง โดยเฉพาะการเร่งจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่กลับมาวิกฤตอีกครั้ง โดยเน้นย้ำการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผ่าน "กฎหมาย-แรงจูงใจ-ความร่วมมือระหว่างประเทศ"

นายอภิสิทธิ์เปิดเผยถึงแผนงานสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงโค้งก่อนการเลือกตั้ง โดยเตรียมโชว์วิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจและจัดกิจกรรมระดมทุนครั้งใหญ่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อขับเคลื่อนการเมืองที่โปร่งใส โดยในวันศุกร์ที่ 16 ม.ค.2569 ที่จะถึงนี้ พรรคเตรียมนำเสนอ "แผนปฏิบัติการ 90 วัน" ซึ่งเป็นโรดแมปเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะเน้นไปที่การสร้าง "เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่" ที่สอดรับกับบริบทโลกและตอบโจทย์การยกระดับรายได้ของคนไทยอย่างยั่งยืน

คว่ำโต๊ะจีน

สำหรับการจัดงานระดมทุนในวันที่ 17 นี้ ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า ต้องการเปลี่ยนรูปแบบการระดมทุนจากการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนแบบเดิม มาเป็นการพบปะพูดคุยระหว่างสมาชิกพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่าน และผู้สนับสนุน โดยมุ่งเน้นไปที่ "ทุนสีขาว" ระดมทุนจากประชาชน เพื่อแสดงพลังสนับสนุนพรรคที่ยึดถือแนวทางสุจริตการเมืองโปร่งใส เน้นให้พรรคการเมืองเติบโตได้ด้วยศรัทธาและเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป เพื่อความเป็นอิสระในการทำงานเพื่อส่วนรวม

ที่ จ.นครราชสีมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ตลาดโฮมการ์เด้นวิลล์ จอหอ นายเจษฎ์กล่าวถึงกรณีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนในหลายพื้นที่ พบว่าประชาชนจำนวนมากประหลาดใจต่อท่าทีของบางพรรคการเมืองที่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่า หากเป็นพรรคส้มและพรรคแดงเห็นชอบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ แต่สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามคือ เหตุใดพรรคสีอื่นๆ เช่นสีน้ำเงินและสีฟ้าจึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ประชาชนบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า พรรคการเมืองบางพรรคเคยจัดตั้งรัฐบาลโดยได้รับการช่วยเหลือจากทหารด้วยซ้ำไป แต่กลับมาสนับสนุนแนวคิดยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกมองว่าเป็นเครื่องมือรักษาเสถียรภาพของประเทศ ธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทำให้พี่น้องทหารหาญสามารถดูแลบ้านเมืองปกป้องอธิปไตยได้ เหตุใดพรรคการเมืองสีดังกล่าวจึงต้องการให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“พรรคที่ประชาชนบอกว่าประหลาดใจที่สุด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในจังหวัดภาคใต้คือ พรรคสีฟ้า ซึ่งพี่น้องชาวภาคใต้บางส่วนสะท้อนว่า พรรคดังกล่าวเคยจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร แล้วยังมาบอกว่าจะกวาดเสียงชาวใต้ทั้ง 14 จังหวัด ทั้งๆ ที่พี่น้องชาวใต้บอกว่าจะรักษารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เอาไว้ ไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กลับมาสนับสนุนแนวคิดยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และเมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนในเขต กทม. ก็พบมุมมองคล้ายกับในภาคใต้ ประชาชนก็ตั้งคำถามต่อท่าทีพรรคสีฟ้าที่ประกาศจะกวาดคะแนนในกรุงเทพฯ ที่มีคู่แข่งแค่พรรคส้ม แต่กลับคิดเรื่องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เหมือนกับพรรคส้มเลย" นายเจษฎ์ระบุ

วันเดียวกัน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ประชุมครั้งแรก พร้อมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นของร้อน ระยะเวลาก็สั้น ซึ่งจะต้องตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองให้แล้วเสร็จก่อนวันลงคะแนน โดยจะนำข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ ไปให้ประชาชนพิจารณาก่อนลงคะแนน ซึ่งคณะกรรมการฯ ตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องนโยบายเกี่ยวกับการใช้เงินในการบริหารราชการเมื่อได้เป็นรัฐบาล และต้องทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ แต่เมื่อใช้นโยบายแล้ว จะเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือกระทบกับภาวะการเงิน และหนี้สาธารณะของประเทศ ซึ่งสำนักงานไม่มีความรู้ในส่วนนี้ จึงต้องอาศัยหน่วยงานที่มีความรู้ มีประสบการณ์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ นี่จึงเป็นที่มาของคณะกรรมการฯ ชุดนี้ ถือว่าเรามาช่วยชาติในช่วงของการเลือกตั้งอีกทาง สำหรับการประชุมในวันแรก กรรมการทุกคนก็ได้มีการแนะนำตัวกันก่อนเริ่มประชุม เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีพรรคการเมืองส่งนโยบายให้เข้ามาตรวจสอบ 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคประชาชน, พรรคประชาอาสาชาติ, พรรคประชากรไทย, พรรคประชาไทย, พรรคไทยธรรม และพรรครวมใจไทย แต่พรรครวมใจไทยได้ขอถอนนโยบายออกไปก่อนเพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้ ในการประชุมได้วางรูปแบบการพิจารณานโยบาย โดยจะมีการประชุมผ่านซูมร่วมกับผู้แทนของ 6 พรรคการเมือง เพื่อซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายที่ใช้หาเสียง แต่ไม่ได้ให้ผู้แทนทั้ง 6 พรรคร่วมรับฟังด้วย เพื่อให้การพิจารณานโยบายเป็นไปด้วยความรวดเร็วและทันก่อนการเลือกตั้ง ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่ได้ส่งตามกำหนดคือวันที่ 19 มกราคม ก็จะถูกปรับเป็นเงิน 500,000 บาท และปรับเพิ่มอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะส่งนโยบายมายัง กกต.ให้มีการตรวจสอบ

เร่งสอบคลิป

นายแสวงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลการประชุมคณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่การตรวจสอบคลิปภาพและเสียงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งว่า จากการตรวจสอบพบมี 5 คลิป และ 34 ข้อความโพสต์ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือใช้ข้อความก้าวร้าว รุนแรง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงานฯ หากมีการเสนอเข้ามาแล้ว กกต.เห็นชอบตามนั้น จะดำเนินการต่อไป ซึ่งปกติแล้วการทำคลิปหรือการเขียนข้อความปกติแล้วผู้สมัครจะไม่ใช่คนทำ เพราะเป็นหลักฐานอย่างดีในการกระทำผิดกฎหมาย ส่วนมากผู้ทำจะเป็นประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง เพื่อให้บรรยากาศการแข่งขันมีความเป็นประชาธิปไตย อย่าสร้างความสับสน เกลียดชัง ใส่ร้ายก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่มีการสกรีนเสื้อเป็นข้อความเลือกพรรคเลือกพรรคไหนหรือเลือกพรรคไหนนั้น นายแสวงกล่าวว่า อาจจะเป็น 1 ใน 34 ข้อความที่กำลังตรวจสอบอยู่

เมื่อถามกรณีพรรค ปชน.เรียกร้องให้ตรวจสอบกลุ่มบุคคลแสดงอาการข่มขู่คุกคามนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ที่เข้าร่วมดีเบตที่จังหวัดชลบุรีเมื่อวันที่ 11 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา นายแสวงกล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำร้อง แต่ได้รับแจ้งจาก กกต.จ.ชลบุรีว่าได้รับคำร้องแล้ว ซึ่งต้องแยก 2 อย่าง คือผิดกฎหมายเลือกตั้ง และผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วยหรือไม่ โดยหากเป็นการกระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง จะเป็นลักษณะการหมิ่นประมาท จะต้องส่งให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป แต่หากเป็นกฎหมายเลือกตั้ง จะเป็นลักษณะการใส่ร้าย คุกคามหรือข่มขู่ให้ลงคะแนน/ออกเสียง ให้ผู้สมัครใดหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งต้องดูลักษณะพฤติการณ์ แต่ทั้งนี้คงจะไม่ปล่อยผ่าน เพราะ กกต.ต้องทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งดีไปจนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งนับวันหลังจากนี้คงจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ก็ต้องรักษาระดับเอาไว้ให้ได้

เมื่อถามว่า หากพบว่าผู้กระทำผิดมีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครอยู่เบื้องหลังจะมีความผิดหรือไม่ นายแสวงบอกว่า หากเป็นการกระทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินการอยู่แล้ว แต่ก็ต้องดูพฤติกรรมว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อน และเมื่อเป็นสำนวนแล้ว ผิดหรือถูกก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่หากเป็นความไม่พอใจของประชาชนที่ไปรวมตัวกัน แล้วทำพฤติการณ์ผิดกฎหมาย ก็มีความผิดอยู่แล้ว เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย

นายแสวงให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มรณรงค์ประชามติไปตระเวนสอบถามผู้สมัคร สส.ถึงจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วมีการนำไปโพสต์ผ่านออนไลน์ในลักษณะเป็นคุณเป็นโทษต่อผู้สมัครว่า ในกรณีสอบถามเฉพาะจุดยืนสามารถทำได้ แต่อยากให้เป็นการสอบถามที่เต็มใจตอบ แต่หากผู้สมัครบางรายรู้สึกถูกข่มขู่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจไม่สะดวกตอบคำถามนี้ แต่กลุ่มรณรงค์กลับเอาไมค์ไปจี้แล้วนำไปโพสต์ จะต้องไปดูว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ซึ่งบางอย่างเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลว่าถูกรุกล้ำกล้ำกรายสิทธิ ซึ่งต้องดูเป็นกรณีไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มที่จะไปรณรงค์ประชามติหากจะไปสอบถามประชาชน ขอบเขตสามารถทำได้มากน้อยเพียงไหนเพื่อไม่ให้เป็นการข่มขู่คุกคาม นายแสวงกล่าวว่า กฎหมายประชามติคือเสรีภาพซึ่งกว้างกว่าสิทธิ แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ไปลิดรอนเสรีภาพของผู้อื่น ซึ่งการลิดรอนอาจจะไม่ผิดกฎหมายประชามติ แต่อาจจะไปผิดกฎหมายอาญา ส่วนการพิมพ์ข้อความว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยบนบรรจุภัณฑ์หรือหีบห่อสินค้านั้น สามารถทำได้ เพราะเป็นวิธีการรณรงค์อีกอย่างหนึ่ง

นายแสวงยังกล่าวถึงภาพรวมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงจำนวน 22,814,030 คน ซึ่งนายก อบต. ผู้มาใช้สิทธิ 16,075,164 คิดเป็น 70.46 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.อบต. 25,170,136 คน ผู้ออกมาใช้สิทธิ 17,592,239 คน คิดเป็น 69.89 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเกินที่คาดหมายเอาไว้ ส่วนจำนวนบัตรเสียก็น้อยลง ซึ่งเป็นจำนวนตัวเลขที่ดีทุกชนิดทั้งเปอร์เซ็นต์และบัตรเสีย เรื่องโนโหวตที่มีมากกว่า มี 2 แห่ง ที่จังหวังสงขลาและกระบี่ ซึ่งมีผู้สมัคร 7 คน แต่โนโหวตมีมากกว่า นั่นก็ต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ แล้วผู้สมัครคนเดิมก็ไม่สามารถสมัครได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...