โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่ออสังหาฯ ไทย เข้าสู่ปีทดสอบ เจาะ 16 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ใครยังยืนอยู่ในเกมจักรวาลที่อยู่อาศัยไทย

Thairath Money

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 02.35 น.
ภาพไฮไลต์

ปี 2568 ที่ผ่านมา คือ ปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ถูกกดดันจากดอกเบี้ยสูง ,กำลังซื้อชะลอตัว และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น แต่ผลประกอบการของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ยังคงสะท้อน “ความแข็งแกร่งของแบรนด์ใหญ่” ได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า 16 บริษัอสังหาริมทรัพย์ ที่จดทะเบียน ยังสามารถสร้างรายได้รวม อยู่ที่ 241,206 ล้านบาท และ มีกำไรรวมกัน 21,740 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

ตัวเลขนี้สะท้อนภาพสำคัญของอุตสาหกรรมว่า แม้ตลาดบ้านจะอ่อนแรง แต่ “จักรวาลดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่” ยังสามารถรักษาระดับรายได้ มากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปีได้

และนี่คือภาพของ THAI PROPERTY DEVELOPER GALAXY 2025

ส่องดาวเด่นของจักรวาลอสังหาฯ

เจาะกลุ่มบริษัทที่ยังทำกำไรระดับพันล้าน ในปีที่การแข่งขันรุนแรง บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายรายยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง

  • แสนสิริ กลายเป็นบริษัทที่ทำกำไรสูงสุดของกลุ่ม ด้วยกำไร 4,513 ล้านบาท จากรายได้ 34,395 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้ของบริษัทมาจากโครงการบ้านจัดสรรประมาณ 51% และคอนโดมิเนียม 49% สะท้อนกลยุทธ์กระจายพอร์ตที่สมดุลระหว่างตลาดแนวราบและแนวสูง
  • รองลงมาคือ เอพี (ไทยแลนด์) ที่มีรายได้สูงสุดในกลุ่ม 37,626 ล้านบาท และกำไร 4,317 ล้านบาท ขณะที่ ศุภาลัย ทำกำไร 4,015 ล้านบาท จากรายได้ 24,772 ล้านบาท

ทั้งสามบริษัทนี้ ถือเป็น “แกนหลัก” ของอุตสาหกรรม เพราะรายได้กว่า 80-90% ยังมาจากการขายบ้านและคอนโดฯโดยตรง ต่างจากบางบริษัทที่มีธุรกิจอื่นมาช่วยพยุงรายได้

ขณะที่บริษัทที่ยังทำกำไรระดับพันล้านยังมีอีกหลายราย เช่น

  • แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กำไร 3,716 ล้านบาท
  • คิวเฮ้าส์ กำไร 1,728 ล้านบาท
  • เอสซี แอสเสท กำไร 1,533 ล้านบาท
  • เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กำไร 1,456 ล้านบาท
  • แอสเซทไวส์ กำไร 1,078 ล้านบาท

กลุ่มนี้คือบริษัทที่ยังสามารถรักษา “ความสามารถในการทำกำไร” ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง

เมื่อกำไรหดเกือบทั้งอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ดี แม้หลายบริษัทจะยังทำกำไรได้ แต่ภาพรวมของตลาดไม่ได้สดใส ในประเด็นนี้ “สุรเชษฐ กองชีพ” หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ปี 2568 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ เผชิญแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน และผลที่เห็นชัดคือ กำไรสุทธิของบริษัทส่วนใหญ่ลดลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน

มีเพียง 3 บริษัทเท่านั้น ที่กำไรลดลงไม่ถึงระดับดังกล่าว ได้แก่

  • เอสซี แอสเสท
  • แสนสิริ
  • เอพี (ไทยแลนด์)

สะท้อนว่า การแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยรุนแรงกว่าที่เคย ขณะเดียวกันก็มีบางบริษัทที่เผชิญความท้าทายหนักจนผลประกอบการพลิกเป็นขาดทุน เช่น

  • พฤกษา ขาดทุน 540 ล้านบาท
  • สิงห์ เอสเตท ขาดทุน 1,966 ล้านบาท

ส่วนบางบริษัทมีกำไรเพียงระดับหลักสิบล้าน เช่น LPN และ อนันดา ซึ่งสะท้อนว่าตลาดอสังหาฯ ไม่ได้เอื้อกับทุกคนเหมือนในอดีตอีกต่อไป

ตลาดบ้านหดแรง โดยเฉพาะคอนโดฯ

เจาะภาพใหญ่ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กดดันผู้ประกอบการคือ การหดตัวของตลาดเปิดตัวโครงการใหม่ ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยปี 2568 จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า

  • มูลค่าโครงการเปิดใหม่รวม 295,400 ล้านบาท ลดลง 33%

แยกตามประเภท

  • บ้านเดี่ยว ลดลง 28%
  • ทาวน์เฮาส์ ลดลง 31%
  • คอนโดฯ ลดลงแรงที่สุด 40%

ในขณะที่ ซัพพลายคงค้างรวมยังสูงถึง 1.29 ล้านล้านบาท และแทบไม่ลดลงจากปีก่อน โดยเฉพาะ ทาวน์เฮาส์ที่สต็อกเพิ่มขึ้น 5% สะท้อนแรงกดดันด้านอุปทานที่ยังไม่คลี่คลาย นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์ ชะลอการเปิดโครงการใหม่ และเร่งโอนโครงการที่สร้างเสร็จแทน

กลยุทธ์ใหม่ของดีเวลลอปเปอร์

ทั้งนี้ เมื่อขายจำนวนมากไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป บริษัทที่ปรึกษาอสังหาฯ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า การแข่งขันในยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่จำนวนยูนิตที่เปิดขายอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันเชิงคุณภาพมากขึ้น

โดยมี 4 แนวทางสำคัญ ที่จะกำหนดทิศทางตลาด

1. Quality over Quantityตลาดจะเน้นโครงการคุณภาพในทำเลศักยภาพ มากกว่าการเปิดจำนวนยูนิตจำนวนมาก

2. Financial Disciplineบริษัทที่ควบคุมต้นทุนและมีรายได้ประจำ เช่น โรงแรม รีเทล หรือบริการอื่น จะรับมือเศรษฐกิจผันผวนได้ดีกว่า

3. Lifestyle Personalizationการออกแบบโครงการเฉพาะกลุ่ม เช่น

  • Pet Friendly
  • Senior Living
  • Solo Economy
  • Green Living

กำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญของตลาด

4. Smart Tech as a Standardเทคโนโลยีบริหารอาคาร ระบบความปลอดภัย และ Smart Building กำลังเปลี่ยนจาก “ทางเลือก” เป็น “มาตรฐานใหม่”

ปี 2569 ตลาดอสังหาฯเริ่มผ่านจุดต่ำสุด

แม้ปีที่ผ่านมา เป็นปีที่ยากของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายฝ่ายเริ่มเห็นสัญญาณบวกในปี 2569 “อารภัฏ โกมุทบุตร” ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ระบุว่า ตลาดอสังหาฯ เริ่มผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่การฟื้นตัวจะเป็นแบบ ค่อยเป็นค่อยไป

ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาด ได้แก่ …

  • เศรษฐกิจที่เติบโตแบบจำกัด ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบ้านอย่างระมัดระวัง
  • ธนาคารยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย
  • มาตรการผ่อนคลาย LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อในระยะสั้น
  • ผู้ซื้อคาดหวังโปรโมชั่นและดีลพิเศษมากกว่าปกติ

เกมของ “แบรนด์ใหญ่” ในตลาดที่ยากขึ้น

สุดท้าย ภาพรวมของ THAI PROPERTY DEVELOPER GALAXY 2025 สะท้อนชัดว่า ในวันที่ตลาดไม่ได้เติบโตเหมือนเดิม ผู้เล่นที่ยังอยู่ในเกมคือบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแรง เงินทุนแข็งแรง และปรับตัวเร็ว แม้ตลาดจะอ่อนแรง

แต่บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ยังคงเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง

เฉพาะ 3 บริษัทใหญ่ อย่าง

  • เอพี (ไทยแลนด์)
  • แสนสิริ
  • ศุภาลัย

ก็มีแผนเปิดโครงการใหม่รวมกัน มากกว่า 100,000 ล้านบาท หากรวมทั้งอุตสาหกรรม ปี 2569 อาจมีการพัฒนาโครงการใหม่ ระดับ 2-3 แสนล้านบาท

คำถามสำคัญของตลาดจึงไม่ใช่เพียง “ใครขายบ้านได้มากที่สุด” แต่คือ “ใครปรับตัวได้เร็วพอที่จะอยู่รอดในจักรวาลอสังหาฯ ยุคใหม่” ต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งนั่นเอง.

ติดตามข่าวสารด้านการตลาด กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่ออสังหาฯ ไทย เข้าสู่ปีทดสอบ เจาะ 16 บิ๊กดีเวลลอปเปอร์ ใครยังยืนอยู่ในเกมจักรวาลที่อยู่อาศัยไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...