โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"โมจตาบา คาเมเนอี" แถลงครั้งแรกหลังขึ้นผู้นำอิหร่าน ลั่นล้างแค้นศัตรูที่ฆ่าบิดา เดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.69 โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยประกาศยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่านในการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

คาเมเนอีเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของตน โดยกล่าวสดุดีผู้นำและบุคคลสำคัญของอิหร่านที่เสียชีวิตจากสงคราม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านร่วมกันแสดงความสามัคคีและยืนหยัดต่อสู้เพื่อประเทศ

สำนักข่าวซินหัวได้รวบรวมสาระสำคัญจากถ้อยแถลงของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ดังนี้

คาเมเนอีเริ่มต้นแถลงการณ์ด้วยการแสดงความเสียใจต่อ “การพลีชีพที่น่าสะเทือนใจ” ของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี บิดาผู้เป็นอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน พร้อมระบุว่า เขาได้รับทราบมติของสภาผู้เชี่ยวชาญที่ลงคะแนนเลือกเขาเป็นผู้นำคนใหม่ของอิหร่านผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาล เช่นเดียวกับประชาชนชาวอิหร่านคนอื่น ๆ

นอกจากนี้ คาเมเนอียังแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวอิหร่านที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งรวมถึงสมาชิกในครอบครัวของเขาที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีครั้งนี้ด้วย พร้อมให้คำมั่นว่าจะล้างแค้นให้กับชาวอิหร่านทุกคนที่เสียชีวิตจากสงคราม

ผู้นำสูงสุดคนใหม่ยังกล่าวชื่นชมความกล้าหาญของกองทัพอิหร่าน ซึ่งสามารถสกัดกั้นการรุกคืบของศัตรูด้วยการโจมตีตอบโต้ที่รุนแรง และทำลายความเพ้อฝันของฝ่ายตรงข้ามที่หวังจะครอบงำหรือแบ่งแยกอิหร่าน

เขายังให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีการรักษาพยาบาลฟรีแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม พร้อมสั่งการให้มีการชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน และกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

คาเมเนอียังกล่าวยกย่องประชาชนชาวอิหร่านที่ช่วยกันรักษาเสถียรภาพของประเทศในช่วงเวลาที่อิหร่านขาดผู้นำอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือกันรักษาความสามัคคีต่อไป โดยเน้นย้ำให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน และสนับสนุนซึ่งกันและกันในหมู่พลเมือง

ผู้นำสูงสุดคนใหม่ย้ำว่า การบริหารประเทศจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ หากปราศจากการสนับสนุนและการมีส่วนร่วมจากประชาชน

ในด้านยุทธศาสตร์ทางทหาร คาเมเนอีเรียกร้องให้ดำเนินมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป พร้อมประกาศว่าจะเปิดแนวรบใหม่ในการทำสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

เขาระบุว่า “ความต้องการของมวลชนคือการปกป้องประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ศัตรูต้องสำนึกเสียใจ มาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันต่อไปอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ คาเมเนอียังกล่าวขอบคุณกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มต่อต้านในอิรัก ที่ให้การสนับสนุนอิหร่านในสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้

ในช่วงท้ายของแถลงการณ์ คาเมเนอีได้ส่งสารถึงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคที่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่ตั้งฐานทัพ โดยเตือนว่าฐานทัพเหล่านี้เคยตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี และจะยังคงเป็นเป้าหมายต่อไปในอนาคต

เขาเรียกร้องให้ประเทศเหล่านั้นปิดฐานทัพสหรัฐฯ และออกห่างจากสหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่า “เวลานี้หลายประเทศคงตระหนักแล้วว่า ข้อกล่าวอ้างของสหรัฐฯ เรื่องการสร้างความมั่นคงและสันติภาพ เป็นเพียงคำลวง”

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสูงสุดอิหร่านยังยืนยันว่า อิหร่านต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 15 ประเทศ โดยกล่าวว่า อิหร่านพร้อมสร้างความสัมพันธ์ที่ “อบอุ่นและสร้างสรรค์” กับประเทศที่มีพรมแดนทางบกหรือทางทะเลร่วมกัน

แต่เขาก็ย้ำว่า เนื่องจากบางประเทศมีฐานทัพหรือแหล่งสนับสนุนทางการเงินของฝ่ายที่อิหร่านมองว่าเป็น “ศัตรู” ตั้งอยู่ อิหร่านจึงจะยังคงโจมตีเป้าหมายทางทหารเหล่านั้นต่อไป อย่างไรก็ตาม การโจมตีดังกล่าวจะไม่มุ่งเป้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านโดยตรง.

#อิหร่าน #โมจตาบาคาเมเนอี #ผู้นำสูงสุดอิหร่าน #อิหร่านสหรัฐ #อิหร่านอิสราเอล #ช่องแคบฮอร์มุซ #สงครามตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #Iran #HormuzStrait #MiddleEastConflict

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...