โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท.ยันเกณฑ์กำกับถือหุ้นแบงก์ เกิน 5% ต้องรายงานวัตถุประสงค์-แผน

Khaosod

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 11.11 น.

ธปท. ยัน กรณีกัลฟ์ถือหุ้นในธนาคารกสิกร ต้องรายงานวัตถุประสงค์การถือหุ้น-แผน ห้ามทำธุรกรรมที่มีเงื่อนไขพิเศษมากกว่าลูกค้าปกติ ประเมินความเสี่ยงรัดกุม

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สำหรับกรณี บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าได้เข้าถือหุ้นธนาคารกสิกรไทยที่ 10.03% และมีความกังวลวัตถุประสงค์ในการเข้ามาถือหุ้นหรือไม่นั้น
โดยเบื้องต้น เกณฑ์การกำกับของธปท.ถือหุ้น 10% มีการบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2551 ไม่ใช่เรื่องใหม่ และหากดูการนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน ซึ่งก.ล.ต.จะหักหุ้นที่ธนาคารจำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ

ขณะที่ ธปท.คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ซึ่งการถือหุ้นของบริษัทกัลฟ์ยังไม่ถึง 10% หรืออยู่ที่ 9.96% เท่านั้น อย่างไรก็ดี ภายใต้เกณฑ์การกำกับการถือหุ้นของธปท. หากมีการถือหุ้นเกิน 5% ไปแล้ว นับว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะต้องมีการรายงานธปท. ซึ่งเป็นเกณฑ์การกำกับเชิงรุก และวัตถุประสงค์ของการถือหุ้น และแผนการปรับเพิ่มขึ้นและลดสัดส่วนการถือหุ้นมายังธปท. ซึ่งที่ผ่านมามากัลฟ์ได้มีการรายงานมายังธปท.แล้ว
นอกจากนี้ จะต้องดูเรื่องการมีส่วนได้ส่วนเสีย หรือขัดกันของผลประโยชน์ (Conflict of Interest) นับตั้งแต่มีการถือหั้นเกิน 5% เช่น การกู้เพิ่มหรือทำธุรกรรม จะต้องมีผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) ที่เป็นเอกฉันท์ โดยธนาคารห้ามปล่อยสินเชื่อเกิน 5% ของเงินกองทุน หรือ 25% ของหนี้สินรวมทั้งหมดของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ซึ่งถือเป็นเกณฑ์การกำกับเข้มข้น และหากมีการทำธุรกรรมจะต้องพิจารณาเหมือนลูกค้าทั่วไป ห้ามมีข้อยกเว้นหรือให้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าที่ทำปกติไม่ได้ เพื่อป้องกันการเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ถือหุ้นใหญ่ และการประเมินความเสี่ยงต่างๆ จะต้องรัดกุม

ขณะเดียวเรื่องของธรรมาภิบาล (CG) เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในอดีตจะเกิดจากธรรมาภิบาล ดังนั้น การแต่งตั้งกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติสินเชื่อ หรือผู้ที่มีอำนาจสั่งการ โดยจะต้องมีการรายงานธปท.
และหากในกรณีถือหุ้นเกิน 10% จะต้องมีการรายงานธปท. เพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจครอบงำกิจการของสถาบันการเงิน

ซึ่งหลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือยกเว้นกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการปันผล ไม่ได้มีอำนาจการควบคุมกิจการ

“หากมีการถือหุ้นเกิน 5% เรามีเกณฑ์การกำกับเชิงรุกและเข้มข้น โดยมีกระบวนการติดตามดูแลเข้มข้นตามที่กล่าวมา และต้องมีการแจ้งวัตถุประสงค์ในการถือหุ้น ซึ่งเขารายงานเรามาแล้ว ส่วนประเด็นกังวลว่าจะมี Conflict of Interest ไปในเรื่องของการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) นั้น มองว่า เกณฑ์การกำกับทั้งธนาคาร และ Virtual Bank มีความเข้มข้น จะต้องApply ทำเหมือนกัน แต่จะเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจแตกต่างกัน จึงไม่กระทบ” นายสมชาย กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท.ยันเกณฑ์กำกับถือหุ้นแบงก์ เกิน 5% ต้องรายงานวัตถุประสงค์-แผน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...