โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เปิดเทรนด์ใหม่ลงทุนอสังหาฯ ออฟฟิศ-โรงแรมพุ่งหมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 03.41 น.

3 กูรูเปิดเทรนด์อสังหาปี’69 “ไนท์แฟรงค์” ชี้สำนักงานล้น ตลาดแข่งเดือด โอกาสเป็นของผู้เช่า ตึกเก่าแห่ขาย แปลงสภาพ “ซีบีอาร์อี” ยกดาต้าเซ็นเตอร์ดาวรุ่งแห่งปี ดันที่ดินนิคมราคาพุ่ง “เจแอลแอล” เผยท่องเที่ยวหนุนซื้อขายโรงแรม จ่อปิดดีลทะลุ 1 หมื่นล้าน

นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ที่ดินอุตสาหกรรมยังเติบโตต่อเนื่อง แม้การดูดซับที่ดินโซนอีอีซีที่เคยร้อนแรงได้ชะลอตัวลง ด้วยปัจจัยภาษีทรัมป์ ผู้ประกอบการต้องปรับทิศทางการลงทุน

ออฟฟิศตลาดเป็นของผู้เช่า

พื้นที่สำนักงานปีนี้จะเป็นโอกาสของผู้เช่า เนื่องจากมีซัพพลายเป็นตัวเลือกราคาเช่ามีสัดส่วนการต่อรอง 15-30% ปัจจุบันดีมานด์ยังคงมีต่อเนื่อง จากเทรนด์การทำงานได้ทุกที่ ทำให้ผู้เช่ามองหาอาคารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มิกซ์ยูส เช่น โรงหนัง โรงแรม ที่อยู่อาศัย ทำให้สแตนด์อะโลนหาผู้เช่ายากขึ้น

“อาคารเก่าต้องมีการรีโนเวต เริ่มเห็นเจ้าของอาคารตัดสินใจหันไปทำโรงแรม หรือขายให้รายอื่น อาทิ ตึกศรีเฟื่องฟุ้งขายให้ SC Asset พัฒนาเป็นคอนโดฯ”

ปี’70 พื้นที่ทะลัก 1 ล้าน ตร.ม.

ข้อมูลเดือนกันยายน 2568 จำนวน 300 จาก 450 อาคารในกรุงเทพฯ ไม่รวมอาคารสร้างใช้ในธุรกิจตัวเอง อาคารที่มีเจ้าของหลายคนและมีพื้นที่ 5,000 ตร.ม. พบว่า มีพื้นที่ 6.49 ล้าน ตร.ม. เพิ่มขึ้น 1% เทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามีพื้นที่เช่า 4.97 ล้าน ตร.ม. เพิ่มขึ้น 0.7% อัตราการเช่า 76.6% ลดลง 0.2% ราคาเสนอขายอยู่ที่ 853 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน

“ปัจจุบันค่าเช่าอาคารเกรด A เฉลี่ย 1,241 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน เกรด B เฉลี่ย 863 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน และเกรด C 547 บาทต่อ ตร.ม.ต่อเดือน คาดว่าจุดต่ำสุดของตลาดพื้นที่สำนักงานจะอยู่ในปี 2570 เนื่องจากมีซัพพลายใหม่อีก 1 ล้าน ตร.ม. และจะค้างอยู่ที่ปีนี้ ก่อนจะเพิ่มขึ้นหลังนั้น” นายณัฎฐากล่าว

ซื้อบ้านมือ 2 รีโนเวตมาแรง

นายณัฎฐา กล่าวว่า ข้อแนะนำทางรอดของผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางในปีนี้ คือคว้าโอกาสจากเทรนด์ซื้อบ้านมือสองจากธนาคารและกรมบังคับคดี ซึ่งมีราคาถูก 10-30% และมีช่องว่างทำกำไรเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน ขณะเดียวกัน การรีโนเวตบ้านมือสองเพื่อขายเป็นธุรกิจใหม่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เนื่องจากบ้านใหม่อยู่ทำเลที่ไกลและมีราคาสูงเกินไป

อีกเทรนด์ที่น่าสนใจคือ การ Redevelopment หรือการฟื้นฟูอาคารเก่าในทำเลใจกลางเมืองให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เช่น ทำเลทรงวาด ที่ผ่านมาเป็นโกดังไว้เก็บพืชผลทางการเกษตร ทุกวันนี้ค่าเช่าในอาคารเริ่มมีราคาสูงขึ้น หลังมีร้านอาหาร คาเฟ่ ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถใช้เงินลงทุนไม่มากมาพัฒนาเป็นโรงแรม หรือช็อป เพื่อเสริมจากโครงการที่ทำอยู่ในระหว่างที่เศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงขาลง

ดาต้าเซ็นเตอร์ดันที่ดินพุ่ง

น.ส.เพ็ญธิดา ศรีสว่าง ผู้อำนวยการบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นกุญแจสำคัญขับเคลื่อนภาคอสังหาฯไทยในปี 2568 และจะเป็นเทรนด์มาแรงในอนาคต โดยประเทศไทยเป็นเป้าหมายการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ระดับโลก ทั้งจากประเทศตะวันตกและประเทศตะวันออกนับ 10 ราย มูลค่าขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท ขณะนี้เริ่มมีการลงมือก่อสร้างแล้ว โดยมี 3 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ 1.ภูมิศาสตร์ 2.สิ่งอำนวยความสะดวก ความเสถียรของระบบไฟฟ้า 3.พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของคนไทยมีอยู่จำนวนมาก

“การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เกิดดีมานด์ที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่ม ทำให้ปีนี้ราคาที่ดินแบบขายขาดสูงขึ้นมาก ส่วนที่ดินแบบปล่อยเช่าเริ่มมีการเพิ่มระยะเวลาปล่อยเช่ามากขึ้น” น.ส.เพ็ญธิดากล่าว

ที่อยู่อาศัยหดขนาด-ลดยูนิต

น.ส.เพ็ญธิดากล่าวว่า ด้านกลุ่มที่อยู่อาศัยตลาดคอนโดฯไฮเอนด์ยังขยายตัว โดยเฉพาะทำเลกลางเมือง เช่น ลุมพินี สุขุมวิท โดยปีที่ผ่านมาโครงการเซ็นทรัลลุมพินีเป็นทำเลราคาขายเฉลี่ยสูงสุดที่ 360,125 บาทต่อ ตร.ม. ส่วนราคาเสนอขายคอนโดฯที่อยู่ระหว่างขายและก่อสร้าง สูงสุดอยู่โซนสุขุมวิทที่ 478,000 บาทต่อ ตร.ม.

สาเหตุจาก 3 โครงการที่เปิดตัวคือ Branded Residence สุขุมวิท 16 ของซีจี แคปปิตอล, สติลล์ สุขุมวิท 20 ของ SC Asset และ Porche Design สุขุมวิท 38 ของ บมจ.อนันดาฯ ซึ่งหลังเปิดตัวราคา ทำให้ราคาคอนโดฯสูงขึ้นและมีอีก 2 โครงการกำลังเปิดตัว ได้แก่ ศรีเฟื่องฟุ้งและ Upper House วิทยุของ ซิตี้ เรียลตี้ และ สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์

ขณะที่ตลาดแนวราบได้รับผลกระทบมาตั้งแต่โควิด ทำให้ผู้บริโภคต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น จะเห็นซัพพลายในตลาดลักเซอรี่ไปจนถึงอัลตราลักเซอรี่เพิ่มขึ้น แต่ปี 2568 ซัพพลายและดีมานด์คอนโดฯไฮเอนด์ลดลง เพราะกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของธุรกิจระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นหลังการมาของภาษีทรัมป์

“เมื่อดีมานด์ลดลง ผู้ประกอบการปรับตัวแบ่งพัฒนาเป็นเฟส ลดจำนวนยูนิต รองรับฟีดแบ็กและปรับเปลี่ยนเฟสต่อไปตามความต้องการได้เรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนการเงิน แม้ดีมานด์ลดลง ผู้ประกอบการที่ทำราคาได้ดี ทำเลถูกใจ จะเป็นผู้คุมเกมปีนี้” น.ส.เพ็ญธิดากล่าว

ครึ่งปีซื้อ รร.พุ่ง 1 หมื่นล้าน

นายการัณย์ คานิเยาว รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขาย ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก จากกลุ่มบริการการลงทุนด้านโรงแรม บริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ JLL เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายโรงแรมอยู่ที่ 2.64 หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะลดลงเหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี (2559-2568) อยู่ที่ 1.39 หมื่นล้านบาท โดยฝากความหวังไว้ที่การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าที่ 35.5 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักเป็นรัสเซีย จีน มาเลเซีย และเกาหลีใต้

“การลงทุนโรงแรมจะกระจายตัวไปยังต่างจังหวัด และเป็นแบบมิกซ์ยูสมากขึ้น รวมถึงเทรนด์การทำ Branded Residence เป็นจุดเด่นของไทยในตลาดเอเชีย โดยมีการนำแบรนด์โรงแรมระดับโลกเข้ามาช่วยยกระดับการบริการ จะช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าโรงแรมทั่วไป” นายการัณย์กล่าว

นายการัณย์กล่าวว่า เมืองไทยเป็นตลาดท่องเที่ยวที่ค่อนข้างแข็งแรง และดีมานด์การซื้อสินทรัพย์ที่มีรายได้ประจำ หรือ Recurring Income มาจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากการซื้อโรงแรมเป็นการรับรู้รายได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาก่อสร้าง ขออนุญาต หรือการจะเปิดโรงแรมเอง ไม่ใช่ว่าเปิดแล้วจะมีรายได้ทันที ต้องใช้เวลาสร้างการเติบโตประมาณ 5-6 ปี ส่วนโรงแรมที่อายุเหมาะสมในการซื้อขาย ต้องเป็นโรงแรมที่อยู่ในช่วงรายได้มั่นคง ส่วนใหญ่ใช้เวลา 3 ปี ทั้งนี้ คาดการณ์ดีลซื้อขายโรงแรมในครึ่งแรกของปี 2569 รวมทั่วประเทศมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเทรนด์ใหม่ลงทุนอสังหาฯ ออฟฟิศ-โรงแรมพุ่งหมื่นล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...