สหรัฐ ตั้ง Chubb เป็นบริษัทประกันหลักคุ้มครองเรือในอ่าวเปอร์เซีย
สหรัฐ เดินหน้าโครงการประกันภัยมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตั้ง Chubb เป็นบริษัทประกันหลักคุ้มครองเรือในอ่าวเปอร์เซีย
วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 04.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทประกันภัยรายใหญ่ Chubb จะทำหน้าที่เป็นผู้รับประกันหลัก (lead underwriter) ในโครงการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นแกนนำ เพื่อให้ความคุ้มครองแก่เรือสินค้าที่ต้องเดินทางผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
โครงการดังกล่าวจะดำเนินการร่วมกับ U.S. International Development Finance Corporation (DFC) ภายใต้แผนมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ ที่มีเป้าหมายช่วยให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์กลับมาเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวได้อีกครั้ง หลังการสู้รบทำให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น
ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาน้ำมันโลกปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายเหนือระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงเช้าวันพุธ แม้ว่าก่อนหน้านี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะประกาศประสานประเทศสมาชิกระบายน้ำมันสำรองรวม 400 ล้านบาร์เรล เพื่อลดแรงกดดันด้านอุปทานก็ตาม
นายฟาติห์ บิรอล ผู้อำนวยการ IEA ระบุว่า ภายใต้ภาวะปกติ ช่องแคบฮอร์มุซมีน้ำมันดิบไหลผ่านประมาณ 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์น้ำมันอื่น ๆ อีก 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปัจจุบันการขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวชะงักลงอย่างมาก แม้บริษัทพลังงานและรัฐบาลหลายประเทศจะพยายามหาทางบรรเทาปัญหาก็ตาม
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ ลูกเรือจำนวนมากไม่กล้าใช้เส้นทางนี้ เนื่องจากกังวลว่าจะถูกโจมตี โดยศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations) รายงานว่า เรือสามลำบริเวณชายฝั่งอิหร่านถูกยิงโจมตีด้วยวัตถุคล้ายกระสุนเมื่อวันพุธ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางเชื่อมระหว่าง อ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ และถือเป็นเส้นทางเดินเรือทางทะเลเพียงเส้นทางเดียวที่นำพาน้ำมันจากภูมิภาคผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกออกสู่ตลาดโลก
นายอีวาน กรีนเบิร์ก ประธานและซีอีโอของ Chubb กล่าวว่า “การค้าขายที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ดังนั้นการให้ความคุ้มครองด้านประกันภัยแก่เรือจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการฟื้นฟูการไหลเวียนของการค้า”
ภายใต้โครงการนี้ DFC จะทำหน้าที่ให้การประกันภัยต่อ (reinsurance) หรือประกันชั้นที่สองสำหรับบริษัทประกันภัย เพื่อคุ้มครองความเสียหายจากสงครามรวมประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Chubb จะเป็นผู้ให้ประกันภัยโดยตรงแก่ผู้ประกอบการเรือเดินสมุทร
เจ้าหน้าที่ DFC รายหนึ่งเปิดเผยว่า Chubb จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรือและสินค้า เพื่อช่วยดำเนินการด้านประกันภัย เนื่องจาก DFC ไม่มีบุคลากรด้านการประเมินความเสี่ยง (actuary) หรือโครงสร้างบุคลากรที่เพียงพอในการบริหารตลาดประกันภัยด้วยตนเอง
ความคุ้มครองของโครงการจะครอบคลุม ตัวเรือ เครื่องจักร สินค้า และความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดกรณีน้ำมันรั่วไหล ซึ่งเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักวิเคราะห์ระบุว่าต้องได้รับการประกันเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในพื้นที่สงครามยังเป็นอุปสรรคหลัก ต่อการเดินเรือ แม้จะมีการประกันภัยรองรับ เพราะหากลูกเรือยังรู้สึกว่าเสี่ยงต่อชีวิต เรือก็อาจยังไม่กลับมาใช้เส้นทางนี้
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเชื่อว่าสงครามกับอิหร่านจะจบลงในเวลาไม่นาน ได้เตือนว่า หากอิหร่านพยายามขัดขวางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ จะตอบโต้หนักกว่าเดิมถึง 20 เท่า พร้อมทั้งระบุเมื่อต้นสัปดาห์ว่า เขากำลังพิจารณาแนวคิด เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
นักวิเคราะห์มองว่า แนวทางที่ดีที่สุดต่อเสถียรภาพราคาน้ำมันคือการยุติความขัดแย้ง แต่หากสงครามยังดำเนินต่อไป สหรัฐฯ อาจต้อง ส่งกองทัพคุ้มกันเรือพาณิชย์ ที่ผ่านช่องแคบดังกล่าว
ราเชล เซียมบา ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท Horizon Engage กล่าวว่า “การประกันภัยด้านการเงินและการคุ้มครองทางกายภาพจากกองทัพสหรัฐฯ จำเป็นต้องเดินไปพร้อมกัน หากต้องการให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินได้อีกครั้ง”
อ้างอิง : cnbc.com