โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท ติดกำไล EM ห้ามออกนอกประเทศ

TOJO NEWS

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

ศาลฎีกาให้ประกันตัว “ไผ่-ครูใหญ่” คดี ม.112 พร้อมเงื่อนไขติด EM-ห้ามออกนอกประเทศ แต่ยังไม่ได้ปล่อยตัว รอยื่นประกันตัวคดีอื่นต่อ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ สองผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 จากกรณีปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 หลังจากครอบครัวยื่นประกันตัวทั้งสองคนไปเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา

คำสั่งศาลฎีกาที่อนุญาตให้ประกันตัวระบุโดยสรุปว่า “จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และเคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน และโทษที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยไม่สูงมากนัก เมื่อพิจารณาประกอบกับระยะเวลาที่จำเลยต้องขังมาแล้วจนถึงวันยื่นคำร้องนี้ หากจำเลยยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา”

ตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท โดยให้วางหลักประกันคนละ 250,000 บาท โดยมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (หรือกำไล EM) และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งไผ่และครูใหญ่จะยังไม่ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ เนื่องจากทั้งสองคนยังมีคดีอื่น ๆ ที่ถอนประกันและถูกพิพากษาจำคุกอยู่อีกหลายคดี โดยทนายความจะทยอยยื่นประกันตัวในคดีอื่น ๆ ภายในสัปดาห์นี้ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบต่อไป

ไผ่และครูใหญ่ถูกคุมขังในชั้นฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2568 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามศาลจังหวัดภูเขียวว่า ทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 โดยให้จำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน และจำคุกครูใหญ่ 2 ปี ส่วนข้อหาตามมาตรา 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลพิพากษายกฟ้อง

ต่อมาศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวในชั้นฎีกา ทำให้ทั้งสองคนถูกขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอภูเขียว และต่อมาได้ย้ายมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากมีสืบพยานในคดีที่ศาลอาญา และศาลอาญากรุงเทพใต้

ก่อนหน้านี้ “ไผ่” จตุภัทร์ ได้ยื่นประกันตัวในคดีนี้มาแล้ว 6 ครั้ง ส่วน “ครูใหญ่” อรรถพล ได้ยื่นประกันตัวในคดีนี้มาแล้ว 5 ครั้ง ศาลฎีกายกคำร้องทุกฉบับ จนทั้งสองคนถูกขังมาแล้ว 6 เดือนเศษ

ต่อมาในวันที่ 9 มี.ค. 2569 ครอบครัวของ “ไผ่” จตุภัทร์ ยื่นคำร้องขอประกันตัวไผ่เป็นครั้งที่ 7 และยื่นคำร้องขอประกันตัวครูใหญ่เป็นครั้งที่ 6
สำหรับคำร้องขอประกันตัวทั้งสองคนได้เสนอเงื่อนไขต่อศาลว่าจะมาศาลตามกำหนดนัด, ไม่เดินทางออกนอกประเทศหรือพื้นที่ที่กำหนด, ไม่ออกจากที่อยู่อาศัยของตน โดยมีหนังสือรับรองการประกันตัวจากบิดาและมารดาของไผ่ ซึ่งทั้งคู่เป็นทนายความ และเสนอหลักประกัน เพื่อรับรองว่าหากได้ประกันตัวแล้วจะไม่หลบหนี

คดีของจำเลยทั้งสองยังได้ยื่นฎีกาไปแล้ว และคดียังไม่ถึงที่สุด ทั้งคู่ถูกขังมาแล้วเป็นเวลา 6 เดือน สำหรับครูใหญ่นั้นถูกขังเป็นเวลา 1 ใน 4 ของอัตราโทษแล้ว จึงขอให้ศาลพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ภายหลังยื่นประกันตัว ศาลจังหวัดภูเขียวส่งคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งลงวันที่ 11 มี.ค. 2569 อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุว่า

“พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และเคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน และโทษที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่สูงมากนัก เมื่อพิจารณาประกอบกับระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องขังมาแล้วจนถึงวันยื่นคำร้องนี้ หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ก็เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา

“ตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท โดยให้วางหลักประกันคนละ 250,000 บาท และร่วมกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนปล่อยตัว ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ยินยอมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ยกคำร้อง”

แม้ไผ่และครูใหญ่จะได้รับอนุญาตประกันตัวในคดีนี้แล้ว แต่ทั้งสองจะยังคงไม่ถูกปล่อยตัวในวันนี้ เนื่องจากในระหว่างถูกคุมขังคดีนี้ได้มีการถอนประกัน รวมถึงถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกในคดีอื่น ๆ ด้วย ซึ่งทนายความจะทยอยยื่นประกันตัวในทุกคดีที่ทั้งสองคนมีหมายขังอยู่ภายในสัปดาห์นี้

นอกจากคดีนี้แล้ว สำหรับ “ไผ่” จตุภัทร ยังมีคดีที่ถูกคุมขังอยู่อย่างน้อย 3 คดี ได้แก่ คดี ม.112 ชุมนุม 19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของศาลอาญา (ระหว่างพิจารณาคดี), คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุชุมนุม “รวมพลแห่เทียน ขับไล่เสนียดจัญไร ออกไป” ของศาลแขวงพระนครเหนือ (คดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 24 วัน) และคดี ม.116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย และ #หมายที่ไหนม็อบที่นั่น เมื่อปี 2563 ของศาลจังหวัดขอนแก่น (คดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน)

ส่วน “ครูใหญ่” อรรถพล ยังมีคดีที่ถูกคุมขังอยู่อย่างน้อย 4 คดี ได้แก่ คดี ม.116 ชุมนุม 19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของศาลอาญา (ระหว่างพิจารณาคดี), คดี ม.112 ชุมนุม #ม็อบ26ตุลา เดินจากสามย่านไปหน้าสถานทูตเยอรมัน ของศาลอาญากรุงเทพใต้ (ระหว่างพิจารณาคดี), คดี ม.112 ปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ของศาลอาญากรุงเทพใต้ (คดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 ปี) และคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุติดตามการจับกุม "นิว สิริชัย" หน้าสภ.คลองหลวง (ระหว่างพิจารณาคดี)

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...