โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สมาคมธนาคารไทย” ยกระดับความปลอดภัยบัตรเดบิต - เครดิต ใช้ 3D Secure ในการทำธุรกรรม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2564 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2564 เวลา 10.51 น.

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า  จากกรณีการตัดเงินที่ผิดปกติผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของลูกค้า โดยเกิดจากมิจฉาชีพสุ่มข้อมูลบัตรและนำไปสวมรอยทำธุรกรรมผ่านร้านค้าออนไลน์ต่างประเทศที่ไม่มีระบบให้ทำการยืนยันก่อนทำรายการ เช่น การใช้ One Time Password (OTP) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่  1 – 17 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา จำนวนรวม 10,700 ใบนั้น ทุกธนาคารได้ดำเนินการคืนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว สำหรับบัตรเดบิตจำนวน 4,800 ใบ จำนวนเงิน 30 ล้านบาท  หากมีรายการตกหล่นขอให้ลูกค้าติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรโดยตรง  สำหรับบัตรเครดิต 5,900 ใบ จำนวน 100 ล้านบาท ธนาคารได้ดำเนินการตั้งพักยอด และยกเลิกรายการ โดยลูกค้าไม่ต้องชำระเงินตามยอดเรียกเก็บที่ผิดปกติและไม่มีการคิดดอกเบี้ย

นอกจากนี้ หากมีธุรกรรมผิดปกติ ซึ่งทำรายการผ่านบัตรเดบิตออนไลน์โดยร้านค้าที่ไม่มี OTP เข้ามาในรูปแบบเดียวกันหลังวันที่ 17 ตุลาคม 2564  เมื่อได้รับแจ้งแล้วพบว่า ลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำรายการ ธนาคารจะพิจารณาคืนเงินภายใน 5 วันทำการเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีธุรกรรมผิดปกติในรูปแบบอื่นๆ เช่น กรณีที่ลูกค้ายืนยันว่าไม่ได้ทำรายการ แต่ทางระบบธนาคารแสดงว่าเป็นธุรกรรมออนไลน์ที่มีการยืนยันตัวตนถูกต้อง ธนาคารจะตรวจสอบหากลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำรายการ ธนาคารจะเร่งประสานกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร (Card Scheme) และร้านค้าปลายทาง เพื่อทำการคืนเงินโดยเร็ว

สมาคมฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันเชิงรุกให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งธุรกรรมที่มีจำนวนเงินต่ำและที่มีความถี่สูง หากพบธุรกรรมที่ผิดปกติจากการสุ่มข้อมูลบัตรเดบิตและนำไปสวมรอยทำธุรกรรม ธนาคารจะระงับการใช้บัตรทันทีและแจ้งลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบ Mobile Banking อีเมล หรือ SMS  รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังรายการธุรกรรมจากต่างประเทศเป็นพิเศษ ซึ่งปัจจุบันธุรกรรมที่ผิดปกติดังกล่าวมีประมาณลดลงมาก และหลายธนาคารไม่พบกรณีเพิ่มเติมแล้ว

  “สมาคมธนาคารไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานระบบการชำระเงิน ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต และชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา วางมาตรการป้องกันปัญหาเชิงรุก พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้สูงขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมบัตรเดบิตสำหรับร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการดูแลความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่ามาตรฐานที่ผู้ให้บริการเครือข่ายกำหนดไว้ในปัจจุบัน  โดยที่ประชุมสมาคมฯ มีมติที่จะผลักดัน โดยร่วมกับ ธปท. หารือกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตร  (Card Association เช่น VISA, Mastercard, Amex) ในการแก้ไขกฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สมาคมธนาคารไทยกำหนด เช่น การใช้ 3D Secure  กำหนดให้ใช้ข้อมูลตัวเลข 3 ตัวหลังบัตร (CVV)  หรือ ตัวเลข 3 ตัวหลังบัตร ร่วมกับการใช้ OTP (CVV+OTP) เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บัตรในการชำระเงินค่าสินค้าบริการผ่านทางออนไลน์ต่อไป” 

3D Secure (Verified by VISA/ MasterCardSecureCode) เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บัตรเครดิตชำระเงินค่าสินค้า/บริการผ่านทางออนไลน์ เพิ่มขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านรหัสการทำรายการแบบใช้ครั้งเดียว หรือ OTP (One-Time-Password) ที่จะถูกส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบัตรฯ เพื่อป้องกันผู้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าของลักลอบนำบัตรฯไปใช้เพื่อกระทำทุจริตและฉ้อโกงต่างๆผ่านทางออนไลน์ จึงทำให้ผู้ใช้บัตรเครดิตรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยสามารถนำรหัส OTP ที่ได้รับไปลงทะเบียนใช้งานได้ทันทีในระหว่างทำรายการซื้อขาย ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ

โดย ประโยชน์ของ 3D Secure ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ โดยมั่นใจได้ว่าร้านค้าออนไลน์ที่ท่านกำลังทำรายการอยู่นั้นได้ลงทะเบียนกับ VISA/ MasterCard (Verified by VISA/ MasterCard SecureCode) อย่างถูกต้อง โดยในระหว่างทำรายการซื้อขายบนหน้าเว็บไซต์ ระบบจะแสดงหน้าต่างให้กรอกข้อมูลส่วนตัวพร้อมปุ่มให้คลิกเพื่อขอรหัส OTP ส่ง SMS มายังหมายเลขโทรศัพท์มือถือของบัตรเครดิตเพื่อยืนยันตัวตนก่อนการทำรายการซื้อขายต่อไป

นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ทุกสถาบันผู้ออกบัตรฯ ได้ให้ความสำคัญและมีการลงทุนกับระบบเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติและการทำทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราความเสียหายจากการทุจริตบนผลิตภัณฑ์บัตรของประเทศไทยต่ำกว่าระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ชมรมฯ จะประสานงานกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการป้องกันควบคุมดูแลให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน

นายธวัช ไทรราหู ประธานชมรมตรวจสอบและป้องกันการทุจริต สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การให้บริการชำระเงินผ่านบัตรของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล ที่มีการออกแบบให้ธนาคารมีระบบที่มั่นคงปลอดภัยในการให้บริการลูกค้าบัตรและร้านค้าผู้รับบัตร ให้ได้รับความสะดวก และปลอดภัย  ทั้งเครือข่ายผู้ให้บริการการใช้บัตร  ธนาคารผู้ออกบัตร  ลูกค้าผู้ถือบัตร ร้านค้ารับบัตร   โดยธนาคารและร้านค้ามีความรับผิดชอบต่อกัน  เห็นได้จาก การที่ธนาคารผู้ออกบัตรได้แสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ด้วยการคืนเงินในกรณีลูกค้าไม่ได้ทำรายการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ไม่ได้ใช้ OTP และลูกค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  อีกทั้ง ธปท.และสมาคมธนาคารไทยได้ร่วมกับธนาคารสมาชิกยกระดับการดูแลลูกค้าผู้ถือบัตร จึงขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นในการให้บริการของธนาคาร  โดยลูกค้าสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือ แจ้งกรณีสงสัยรายการ ได้ที่ call center ของธนาคาร โดยธนาคารจะดูแลและแก้ไขโดยเร็ว

นายยศ กิมสวัสดิ์  ประธานสำนักงานระบบการชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ทุกธนาคารได้เฝ้าระวังธุรกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยสมาคมฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน  และจะมีการประชุมร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรในประเด็นนี้ ซึ่งการยกระดับมาตรฐานที่สูงขึ้น ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการบัตรในการแก้ไขกฎระเบียบ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สมาคมธนาคารไทยกำหนด 

สมาคมธนาคารไทย ให้ความมั่นใจว่า ระบบการชำระเงินออนไลน์ของธนาคารพาณิชย์ มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงเพิ่มเติม ขอความร่วมมือจากประชาชนใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมกับแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยง รวมถึงเฝ้าระวังและหมั่นตรวจสอบธุรกรรมของตนเองหรือทำการปรับวงเงินการใช้งานให้เหมาะสม หากมีข้อสงสัย ขอให้ลูกค้าติดต่อผ่านช่องทางบริการต่าง ๆ ของธนาคารทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...