“อินโดนีเซีย-สิงคโปร์” เล็งตั้งคณะทำงานร่วม แก้ปมหมอกควันไฟป่า
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่านายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ พบหารือกับนายอาร์มันนาธา นาซีร์ รมว.การต่างประเทศอินโดนีเซีย ที่กรุงจาการ์ตา
หลังการหารือนาน 2 ชั่วโมง อาร์มันนาธากล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางจัดตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล รวบรวมหลักฐานข้ามพรมแดน และอาจติดตามยึดทรัพย์สินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับไฟป่า
สิงคโปร์เสนอแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่เชื่อมโยงกับเหตุไฟป่า พร้อมย้ำว่า ต้องติดตามเส้นทางการเงินของบริษัทเหล่านี้ และไม่ควรมีพรมแดนใดเป็นเกราะกำบังผู้ที่หาผลประโยชน์จากการเผาป่า ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้เริ่มสอบสวนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าในคดีอาญาแล้ว
เขาระบุเพิ่มเติมว่า ทั้งสองประเทศมีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะหารือเรื่องไฟป่าอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น และหมอกควันจากไฟป่ายังปกคลุมไปถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย และติมอร์-เลสเต
ด้านนายบาลากริชนันกล่าวว่า สิงคโปร์พร้อมยืนหยัดเคียงข้างอินโดนีเซีย เพราะปัญหาหมอกควันเป็นปัญหาร่วมกันที่ต้องแก้ไขด้วยความร่วมมือ พร้อมระบุว่า ชาวอินโดนีเซียเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ และสิงคโปร์จะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศ หากพบว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อไฟป่า
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองประเทศไม่ได้กล่าวถึงความตึงเครียดจากกรณีอินโดนีเซียลดการส่งก๊าซธรรมชาติผ่านท่อให้สิงคโปร์ราว 8% ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลจาการ์ตาระบุว่าเป็นการรักษาปริมาณก๊าซสำรองสำหรับใช้ภายในประเทศ
ทั้งนี้ สิงคโปร์ผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติสูงถึง 95% แม้การลดส่งก๊าซจากอินโดนีเซียคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 2% ของความต้องการใช้ก๊าซรายวัน แต่นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ผู้นำสิงคโปร์ ย้ำว่า คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามข้อตกลง
ขณะที่นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รมว.กระทรวงพลังงานอินโดนีเซีย ตอบโต้ว่า ปริมาณก๊าซที่ส่งให้สิงคโปร์ยังเป็นไปตามระดับขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในสัญญา พร้อมเตือนว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่เคารพสัญญาและกฎเกณฑ์ จึงไม่ควรถูกสั่งสอนเรื่องการปฏิบัติตามสัญญา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS