โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาล รธน. ไม่รับคำร้อง อดีตผู้สมัคร สว. ฟ้อง กกต.-ผู้ตรวจการฯ ชี้เป็นเรื่องเดิมเคยมีคำสั่งแล้ว

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาล รธน. มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง "อดีตผู้สมัครสว." ฟ้อง กกต.-ผู้ตรวจการฯ-ศาล รธน. ปมเลือก สว. ชี้เป็นเรื่องเดิม-โต้แย้งดุลพินิจตุลาการ 3 พฤศจิกายน 2569 - ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ นายสมพล หริกุล อดีตผู้สมัครสว. (ผู้ร้อง) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การกระทำของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) ที่จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไม่เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องและผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 107 มาตรา 108 และมาตรา 224 (2) ทั้งการกระทำของผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ถูกร้องที่ 2) ว่าไม่ยื่นคำร้องของผู้ร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ (ผู้ถูกร้องที่ 3) เกี่ยวกับการที่กกต.จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างเหตุผลไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 มาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 นอกจากนี้ การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ละเลยหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่แสวงหาข้อเท็จจริง และมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องเกี่ยวกับการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาไว้พิจารณาวินิจฉัยตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2569 คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 19/2569 และคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 33/2569 ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้อง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 2 มาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 ทั้งนี้ก่อนที่ศาลจะพิจารณาคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของนายสมพล ฉบับลงวันที่ 13 ต.ค. 2569 ที่ยื่นคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 9 คน ได้แก่ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายนภดล เทพพิทักษ์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, นายอุดม รัฐอมฤต, นายสุเมธ รอยกุลเจริญ, นายสราวุธ ทรงศิวิไล และ พล.ต.ท. จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่เป็นเหตุคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อาจยกข้อคัดค้านขึ้นอ้างได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 35 จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ปรากฏว่าการกระทำของกกต. เป็นกรณีเดียวกับที่ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งที่ 33/2569 ลงวันที่ 11 มี.ค. 2569 ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 คำร้องนี้ไม่ปรากฏสาระสำคัญเพิ่มเติมจากคำร้องเดิม จึงไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคสาม ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้ ส่วนที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การกระทำของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ไม่ยื่นคำร้องของผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องนั้น ศาลเห็นว่าเป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 สำหรับการกระทำของศาลรัฐธรรมนูญ ที่สั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เป็นกรณีที่ผู้ร้องโต้แย้งดุลพินิจการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของผู้พิพากษาหรือตุลาการที่มีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 188 วรรคสอง ประกอบมาตรา 210 วรรคสาม ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...