โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามทะเลดำลุกลาม ท้าทาย “เส้นแดง” ของนาโต

เดลินิวส์

อัพเดต 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 3.13 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
การโจมตีเรือพาณิชย์ใกล้น่านน้ำโรมาเนียและบัลแกเรียทวีความรุนแรง แม้นาโตประกาศเพิ่มลาดตระเวนและเสริมระบบเรดาร์-โดรนรับมือภัยคุกคาม ท่ามกลางความกังวลว่ารัสเซียกำลังทดสอบ

สงครามทางทะเลในทะเลดำที่ลุกลาม กำลังกลายเป็นความท้าทายด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) หลังเรือบรรทุกสินค้าและเรือพาณิชย์หลายลำถูกโจมตีใกล้น่านน้ำของโรมาเนียและบัลแกเรีย ซึ่งเป็นสมาชิกนาโตที่ตั้งอยู่ริมทะเลดำ แม้พันธมิตรทางทหารที่นำโดยสหรัฐจะประกาศเพิ่มการลาดตระเวนทางทะเลและเสริมระบบเรดาร์กับโดรน เพื่อป้องกันภัยคุกคามบริเวณปีกตะวันออกแล้วก็ตาม

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเดือนต.ค. ที่ผ่านมา โดยมีเรือบรรทุกสินค้าถูกโจมตีแล้วอย่างน้อย 7 ลำ ก่อนนาโตประกาศมาตรการเสริมกำลังทางทะเล แต่เพียง 3 วันต่อมา เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เรืออีกลำถูกโจมตีบริเวณนอกน่านน้ำโรมาเนีย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรือคอนเทนเนอร์ของกรีซถูกโดรนทางเรือโจมตีจนจมลงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของบัลแกเรีย

นักวิเคราะห์ด้านการทหารหลายคนเชื่อว่า การโจมตีเหล่านี้เป็นฝีมือของรัสเซีย โดยบริษัทแอมบรีย์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในการเดินเรือ ระบุว่า โดรนทางเรือที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเหตุโจมตีครั้งล่าสุดมีลักษณะคล้ายกับโดรนรุ่นที่รัสเซียใช้งาน และสถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธว่า ไม่ได้ใช้โดรนโจมตีประเทศเพื่อนบ้านของยูเครน และกล่าวหาว่ารัฐบาลยุโรปต่างหากที่เป็นฝ่ายยกระดับสงคราม ด้วยการสนับสนุนความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน

เรือหลายลำที่ถูกโจมตีในเดือนต.ค. จอดทอดสมอหรือกำลังเดินทางเข้าออกบริเวณคลองสำคัญของโรมาเนีย ซึ่งยูเครนใช้เป็นเส้นทางส่งออกสินค้า โดยมีเรือลำหนึ่งถูกโจมตีในน่านน้ำอาณาเขตของโรมาเนีย ส่วนอีก 8 ลำอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของโรมาเนียและบัลแกเรีย

นางอิอูเลีย โจจา ผู้อำนวยการโครงการทะเลดำของสถาบันตะวันออกกลางในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียสะท้อนถึงความพยายามทดสอบเส้นแดงของชาติตะวันตก โดยอาศัยความไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้งของนาโตเป็นข้อได้เปรียบ คล้ายกับกรณีโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศสมาชิกนาโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในนาโตระบุว่า การกระทำของรัสเซียซึ่งมีเป้าหมายขัดขวางพันธมิตรในการสนับสนุนยูเครน ถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงอย่างร้ายแรง พร้อมยืนยันว่า พันธกรณีในการปกป้องสมาชิกทุกประเทศ รวมถึงประเทศริมทะเลดำ ยังคงมีความแน่วแน่ โดยนาโตให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบต่อต้านโดรนที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนเหมาะสม และได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนมากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.35 ล้านล้านบาท ) ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ทะเลดำคือเส้นทางยุทธศาสตร์

สำหรับโรมาเนีย ทะเลดำมีความสำคัญทั้งในด้านการค้าและความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโครงการก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งเนปจูน ดีป ซึ่งคาดว่าจะทำให้โรมาเนียก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป ( อียู ) ในปีหน้า

รัฐบาลบูคาเรสต์กล่าวหารัสเซียว่าโจมตีเรือพลเรือนอย่างเป็นระบบ แต่ยังไม่ระบุว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีแต่ละครั้ง เนื่องจากต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่บัลแกเรียยังไม่ได้กล่าวโทษรัสเซียโดยตรง แต่ระบุว่า เหตุโจมตีบางครั้งดูเหมือนเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัสเซีย

สถานการณ์ยังเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังทบทวนบทบาททางทหารในยุโรป เพื่อหันไปให้ความสำคัญกับการแข่งขันกับจีนมากขึ้น โดยสหรัฐถอนกำลังทหารประมาณ 1,000 นายออกจากโรมาเนีย เมื่อปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของโรมาเนียรายหนึ่งมองว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย อาจใช้ช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกำลังเผชิญความท้าทาย เพื่อทดสอบความเป็นเอกภาพของนาโตและอียู

เรือพาณิชย์ถูกโจมตีเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากแอมบรีย์ อนาลิติกส์ ระบุว่า ระหว่างเดือนพ.ค.-ต.ค.ที่ผ่านมา รัสเซียและยูเครนโจมตีเรือพาณิชย์และเรือประเภทอื่นในทะเลดำและทะเลอาซอฟรวม 317 ลำ เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนก่อนหน้าที่มีเรือถูกโจมตี 74 ลำ โดยในไตรมาส 3 ยูเครนโจมตีเรือ 137 ครั้ง ส่วนรัสเซียโจมตี 92 ครั้ง แต่เฉพาะเดือนต.ค. รัสเซียโจมตี 38 ครั้ง ขณะที่ยูเครนโจมตี 5 ครั้ง

การโจมตีส่งผลให้ท่าเรือได้รับความเสียหายและการส่งออกธัญพืชกับน้ำมันของทั้งสองประเทศลดลงอย่างหนัก ทั้งนี้ ข้อมูลการส่งออกของรัสเซียที่สำนักข่าวรอยเตอร์ตรวจสอบพบว่า เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา รัสเซียส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำและทะเลอาซอฟเพียง 300,000 ตัน ลดลงจาก 4.74 ล้านตัน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนยูเครนระงับการดำเนินงานของท่าเรือในทะเลดำตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก.ค. หลังถูกโจมตีจากรัสเซีย และหันไปใช้ท่าเรือแม่น้ำดานูบ ก่อนลำเลียงสินค้าผ่านคลองซูลินาของโรมาเนีย อย่างไรก็ตาม การส่งออกธัญพืชผ่านท่าเรือของยูเครนในเดือนก.ย. ลดลงเหลือ 810,000 ตัน จาก 2.1 ล้านตันในเดือนเดียวกันของปีก่อน

นักวิเคราะห์กองทัพเรือยูเครนมองว่า เป้าหมายหลักของรัสเซียคือการลดปริมาณการส่งออกของยูเครน ส่วนการทดสอบปฏิกิริยาของนาโตเป็นเป้าหมายรอง ขณะที่ตุรกีซึ่งควบคุมการผ่านเข้าออกของเรือรบในช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดะเนลส์ตามอนุสัญญามองเทรอซ์ พยายามผลักดันข้อตกลงหยุดยิงทางทะเลแบบจำกัดวง เพื่อป้องกันผลกระทบจากการหยุดชะงักของการเดินเรือ

อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากมองว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ยูเครนฟื้นกำลัง ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า นานาชาติกำลังให้ความสนใจกับปัญหาน้ำมันดีเซลมากเกินไป จนมองข้ามผลกระทบต่อธัญพืช และในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า โลกอาจต้องเผชิญกับวิกฤติภาคเกษตรกรรมตามมา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...