โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เวิลด์แบงก์-ไอเอ็มเอฟ” ร่วมหนุนปรับกรอบการจัดการหนี้ สำหรับกลุ่มประเทศยากจน

เดลินิวส์

อัพเดต 22 กันยายน 2569 เวลา 22.27 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า คณะกรรมการบริหารของทั้งสององค์กร อนุมัติข้อเสนอการปฏิรูปกรอบการทำงานร่วมกัน ในการประเมินหนี้สินของประเทศที่มีรายได้ต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงมากขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่า การทบทวนร่วมของเวิลด์แบงก์และไอเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560 แนะนำการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงประสิทธิภาพในการวิเคราะห์หนี้สินภายในประเทศของกลุ่มประเทศยากจน และการขยายขอบเขตการพิจารณาความท้าทายด้านการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ แต่ข้อเสนอไม่ได้เรียกร้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ทั้งหมด

การปฏิรูปครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงวิธีการของไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ ในการวัดขีดความสามารถการแบกรับภาระหนี้สินของประเทศนั้น ๆ และจัดหาเครื่องมือใหม่ที่ช่วยจำแนกความแตกต่างระหว่างประเทศที่เผชิญกับความเสี่ยงบางประการต่อวิกฤติหนี้สิน กับประเทศที่มีระดับหนี้สินที่ถือว่า “ไม่ยั่งยืน”

เวิลด์แบงก์และไอเอ็มเอฟระบุว่า ทั้งสององค์กรจะดำเนินการปรับปรุงเครื่องมือและการทดสอบภาวะวิกฤติ เพื่อทำให้แน่ใจถึงความสอดคล้องและความแม่นยำในการคาดการณ์ พร้อมทั้งสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ปรับปรุงการรายงานและความโปร่งใสของข้อมูลหนี้สิน

“โดยภาพรวมแล้ว เป้าหมายของเราเป็นสิ่งที่นำไปปฏิบัติได้จริง นั่นคือ การช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถระบุช่องโหว่ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการระดมทุนและการกำหนดนโยบาย โดยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้อง” นางอัลลิสัน ฮอลแลนด์ ผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำกรอบความยั่งยืนของหนี้สินฉบับใหม่ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการแผนกภูมิภาคแอฟริกาของไอเอ็มเอฟ กล่าว

ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ ระบุเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถประเมินขีดความสามารถในการลงทุนด้านการพัฒนาและมาตรการรับมือกับสภาพอากาศที่จำเป็นได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการควบคุมความเสี่ยงด้านหนี้สินในระยะยาว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...