โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต

THE STANDARD

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต

คลองแสนแสบทอดยาวจากกรุงเทพฯ ชั้นในไปจนถึงฉะเชิงเทรา บริเวณสุดปลายคลองที่คุ้นชื่อกันว่าหนองจอกนั้นยังคงมีตลิ่งดิน น้ำสะอาด สภาพแวดล้อมธรรมชาติ และวิถีชีวิตริมคลองแบบดั้งเดิม ถ้าเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดทั้งมวลในกรุงเทพฯ หนองจอกนับเป็นเขตใหญ่สุด มีความเป็นชนบทที่ยังคงยึดถือวิถีเกษตรกรรมมากสุด

แต่ขณะที่ท่านกำลังอ่านบทความอยู่นี่เอง ภาพงดงามของการดำรงชีพและวัฒนธรรมของชุมชนที่อาศัยอยู่ที่นี่มาเกือบ 200 ปี กำลังจะถูกคุกคาม โดยโครงสร้างพื้นฐานโครงการหนึ่ง

ตามโครงการ “เมืองเดินได้ ปั่นดี เชื่อมเมืองครบวงจร” ของกรุงเทพมหานคร เขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กจะถูกสร้างขึ้นตามแนวคลองทั้งสองฝั่ง นอกจากทำหน้าที่กันน้ำท่วมแล้ว บนสันเขื่อนยังจะมีทางเดินและทางจักรยานกว้างหลายเมตร โดยมีท่อระบายน้ำอยู่ด้านล่าง โครงการ 47 กิโลเมตรนี้มุ่งผันน้ำที่ล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านคลองแสนแสบไปยังเขตหนองจอกชานเมือง และโครงการดังกล่าวนี้ กำหนดจะเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้

ชีวิตริมคลองแสนแสบเริ่มถดถอยลงตั้งแต่ราว พ.ศ. 2515 เมื่อการสัญจรของผู้คนเปลี่ยนจากทางน้ำไปสู่ถนน ต้นไม้ บ้านเรือนริมคลอง ถูกแทนที่ด้วยเขื่อนคอนกรีตเพื่อปกป้องอาคารขนาดใหญ่จากการกัดเซาะ เมื่อระบบนิเวศริมคลองหายไปและน้ำเสียที่ขาดการบำบัดไหลลงมา น้ำคลองก็กลายเป็นน้ำเน่า ชะตากรรมเดียวกันนี้กำลังรุกคืบไปถึงหนองจอกที่สภาพความงดงามตามธรรมชาติริมคลองยังดีงามอยู่

ชุมชนหลักของหนองจอกสืบทอดความเป็นอยู่มาตั้งแต่รัชกาล 3 ในยุคนั้นมีแรงงานมุสลิม-มลายูถูกกวาดต้อนมาจากปัตตานี มาขุดคลองแสนแสบเมื่อ พ.ศ. 2380 เพื่อสนับสนุนการสงครามระหว่างสยามกับญวนในดินแดนกัมพูชา ครั้นขุดคลองเสร็จ แรงงานชาวปัตตานีก็หักร้างถางพง ตั้งหลักแหล่งทำนาปลูกข้าว ทำสวน เลี้ยงวัวเลี้ยงแพะ และหาปลา บางส่วนของชาวจีนที่มารับจ้างขุดคลองเหมือนกัน ก็พากันอาศัยในหนองจอกด้วย กลายเป็นพ่อค้าขายข้าวและสินค้าอื่นๆในเวลาต่อมา

ภาพวิถีชีวิตริมคลองแสนแสบในเขตหนองจอก แสดงบ้านเรือน ศาลาท่าน้ำ และธรรมชาติริมคลอง 1

ผู้เขียนเติบโตมาในครอบครัวมุสลิมริมคลองที่แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก ในช่วง พ.ศ. 2535–2545 ภาพที่จำได้คือการเล่นน้ำในคลอง และสัมผัสของดินเหนียวนุ่มๆ ที่ท้องคลอง มีกอไผ่เรียงรายริมตลิ่ง และต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสานเป็นอุโมงค์เหนือผิวน้ำ ทุกบ้านมีศาลาท่าน้ำ ที่เห็นเจนตาคือยอจับปลา แปลงผักลอยน้ำ และหออะษานของมัสยิด ภูมิทัศน์สงบงามแบบนี้ยังเหลืออยู่มาก เป็นแรงบันดาลใจให้คนท้องถิ่นกลับมาเปิดคาเฟ่ ทำโครงการวัฒนธรรม และนำเที่ยวทางเรือ

ลักษณะโครงการที่สั่งการจากเบื้องบนซึ่งเคยสร้างความเสียหายกับชุมชนการค้าเก่าแก่ในตลาดหนองจอกก่อนหน้านี้ ก็คือการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตราว พ.ศ. 2563 ทำให้ต้องรื้อถอน ขนย้ายบ้านยกพื้นอายุนับร้อยปีออกไป แต่ในที่สุดชาวบ้านก็ยับยั้งงานก่อสร้างไว้ได้ โดยโต้แย้งคำกล่าวอ้างของกทม. ที่ว่าโครงการได้รับความเห็นชอบจากประชาชนแล้ว

ส่วนตลาดคู้ซึ่งอยู่ใกล้กับมัสยิดดารุ้ลมุตตะกีนซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารไม้ของตลาดริมน้ำ เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายและขนส่ง ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่และพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบถูกขุดรื้อเมื่อ พ.ศ. 2559 เพียงเพื่อสร้างสะพานแห่งหนึ่ง

คลองแสนแสบไหลจากย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯชั้นใน ไปทางตะวันออกผ่านหกเขตก่อนถึงเขตหนองจอก ไปลงแม่น้ำบางปะกงในจังหวัดฉะเชิงเทรา เขื่อนของกทม. จะทอดยาวประมาณ 17 กิโลเมตร จากเขตมีนบุรีถึงหนองจอก ก่อนการตอกเสาคอนกรีตลงดิน ต้นไม้ กอไผ่ และไม้ริมน้ำจำนวนมหาศาลจะถูกถางทิ้ง

ภาพวิถีชีวิตริมคลองแสนแสบในเขตหนองจอก แสดงบ้านเรือน ศาลาท่าน้ำ และธรรมชาติริมคลอง 2

ผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมจะถึงขั้นหายนะ เมื่อไม่มีร่มเงา น้ำในคลองจะร้อนขึ้น ลาดดินและพืชพรรณริมตลิ่งที่หายไป นั่นหมายถึงการสูญเสียแหล่งอนุบาลปลา นกมากกว่า 52 ชนิด รวมถึงนกยางเปีย นกกระเต็น และนกกระจาบทอง ตลอดจนค้างคาวหลายชนิดจะสูญเสียถิ่นที่อยู่ คลองเมื่อขาดการกรองตามธรรมชาติจากพืชและดินย่อมเกิดมลภาวะได้ง่าย

ภูมิทัศน์วัฒนธรรมจะหายไปพร้อมกับระบบนิเวศ ตลาด 100 ปี ศาลาท่าน้ำ ยอ และแปลงผักบุ้งลอยน้ำ กลายเป็น “สิ่งรุกล้ำ” ที่ต้องกำจัด คลองแสนแสบจะไม่ต่างอะไรกับทางระบายน้ำของกรุงเทพฯชั้นใน เป็นการทำลายความหวังของคนหนุ่มสาวที่กำลังทำงานเพื่อฟื้นชีวิตให้หนองจอกในอดีต

ไม่มีใครคัดค้านทางเดินหรือทางจักรยานดีๆ แต่ “คลอง” ที่หนองจอกนั้นมีบริบทต่างกับ “คลอง” ในใจกลางกรุงเทพฯ การใช้งานเส้นทางริมคลองอาจต้องเดินทางผ่านพื้นที่ส่วนบุคคล และจำนวนประชากรที่ไม่หนาแน่นนักยังทำให้เส้นทางเปลี่ยวและไม่ปลอดภัย ประโยชน์อันจำกัดอย่างนี้ไม่อาจใช้เป็นเหตุผลในการทำลายมรดกและสิ่งแวดล้อมของเขตหนองจอก

กทม. ควรพิจารณาปรับปรุงโครงการ “เมืองเดินได้ ปั่นดี เชื่อมเมืองครบวงจร” ในบริเวณนี้เสียใหม่ เส้นทางเดินและปั่นจักรยานควรสร้างในจุดที่เข้าถึงได้อย่างสะดวกปลอดภัยและเป็นประโยชน์ เขตหนองจอกยังมีทางให้เลือกมากมาย เช่น ถนนที่ตัดผ่านทุ่งนากว้างใหญ่ ซึ่งสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจักรยานได้ โดยไม่ต้องเอาคอนกรีตไปเททับตลิ่งริมคลอง ที่น่าจะทำเพิ่มคือสำรวจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพายเรือคายัค และส่งเสริมการเดินทางด้วยเรือไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกับการอนุรักษ์ธรรมชาติของคลอง คงความหลากหลายทางชีวภาพ และสืบต่อมรดกที่มีชีวิต ทั้งหมดนี้ควรมอบหมายให้คนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลจัดการ

คำว่าเจริญ จำกัดความได้มากกว่าสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตและถนน ความเจริญน่าจะหมายถึงผู้คนที่เห็นคุณค่าของโลกรอบด้านและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสันติ

ภาพ :Homedin Learning Space ห่มดิน พื้นที่เรียนรู้ธรรมชาติ และวัฒนธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...