ดาวโจนส์ปิดบวกสวน Nasdaq ร่วง! หุ้น AI ถูกเทขาย น้ำมันพุ่งกังวลสหรัฐฯ-อิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเคลื่อนไหวผสมผสานในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค. 2569) โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เผชิญแรงขาย หลังรายได้ของ OpenAI ต่ำกว่าตัวเลขที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงผลกระทบจากพายุเฮอริเคนในอ่าวเม็กซิโก ด้านนักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสม Nasdaq ร่วงหนักสุดในรอบเกือบ 2 เดือน หุ้น AI ถูกเทขาย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค. 2569) โดยดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลงมากกว่า 1% หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI จากความกังวลเกี่ยวกับรายได้ของ OpenAI ที่เปิดเผยว่ามีรายได้ต่อปีในอัตรา ณ สิ้นเดือนก.ย. อยู่ที่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลข 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ที่มีการรายงานอย่างแพร่หลายก่อนหน้านี้
- ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 51,231.64 จุด เพิ่มขึ้น 51.77 จุด (+0.10%)
- ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,765.36 จุด ลดลง 36.41 จุด (-0.47%)
- ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 27,193.34 จุด ลดลง 345.35 จุด (-1.25%)
หุ้นเทคโนโลยีหลายแห่งปรับตัวลง โดย CoreWeave ร่วงมากกว่า 7% ขณะที่ Oracle, Intel และ Super Micro Computer ลดลงราว 5% ส่วน Advanced Micro Devices (AMD) ลดลงเกือบ 4% และ Nvidia ร่วงเกือบ 3% อย่างไรก็ตาม หุ้น Palantir Technologies ปรับขึ้น 2% หลัง Goldman Sachs ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามผลประกอบการของ Delta Air Lines และข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ประจำเดือนต.ค. ซึ่งจะเปิดเผยในวันศุกร์ ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด
ตลาดหุ้นยุโรปร่วงหนัก วิกฤตหนี้–บอนด์ยีลด์สูงกดดันตลาด
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี STOXX 600 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน หลังหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในยูโรโซนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นยังกระตุ้นความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ
- ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 625.51 จุด ลดลง 4.74 จุด (-0.75%)
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,806.97 จุด ลดลง 297.39 จุด (-1.18%)
- ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 7,729.69 จุด ลดลง 39.52 จุด (-0.51%)
หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปร่วงลง 2% โดยหุ้น Deutsche Bank, Banco Santander, Societe Generale และ UniCredit ปรับตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าวิกฤตหนี้ที่รุนแรงขึ้นอาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
ตลาดหุ้นอังกฤษปิดลบ บอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดรอบ 19 ปี
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี FTSE 100 ปรับตัวลงหลังแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือนระหว่างการซื้อขาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ท่ามกลางแรงเทขายพันธบัตรทั่วโลกจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและราคาพลังงาน
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,441.60 จุด ลดลง 16.90 จุด (-0.16%)
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับขึ้น 3.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้น BP และ Shell เพิ่มขึ้น 4% และ 3.6% ตามลำดับ สวนทางกับหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ที่ลดลง 1.8% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ร่วงลง 2.2%
ด้านหุ้น Tesco พุ่งขึ้น 5.2% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสำหรับปีงบประมาณ 2569/2570 ส่วน Imperial Brands เพิ่มขึ้น 5.1% หลังประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 1.5 พันล้านปอนด์
ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 3% กังวลสหรัฐฯ–อิหร่านตึงเครียด พายุเฮอริเคนกระทบการผลิต
ราคาน้ำมันดิบปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) หลังนักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และพายุเฮอริเคนอีไซอัส (Isaias) ที่คุกคามการผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งของสหรัฐฯ ในอ่าวเม็กซิโก
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.64% ปิดที่ 91.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ราคาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 4.08 ดอลลาร์ หรือ 4.07% ปิดที่ 104.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลงจากระดับสูงสุดระหว่างวัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. และเปิดเผยว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านอุปทานยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน โดยมีรายงานว่าการผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งในอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ต้องหยุดชะงักจากพายุเฮอริเคน
ราคาทองคำฟื้นตัว ปิดบวก 0.39% นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด
ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) โดยฟื้นตัวหลังจากร่วงลงมากกว่า 1% ในวันก่อนหน้า ขณะที่นักลงทุนประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
- สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 16.30 ดอลลาร์ หรือ 0.39% ปิดที่ 4,157.00 ดอลลาร์/ออนซ์
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด ระบุว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจเป็นไปตามคาด เฟดอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นติดต่อกันทุกการประชุม ขณะที่นักลงทุนยังติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ตลาดคาดเฟดยังคงดอกเบี้ยเดือนต.ค.
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) หลังนักลงทุนยังคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. แม้เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต
- ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.1% แตะที่ระดับ 102.138
- ดอลลาร์/เยน ลดลงสู่ระดับ 157.86 เยน จาก 157.96 เยนในวันพุธ
- ดอลลาร์/ฟรังก์สวิส ลดลงสู่ระดับ 0.8316 ฟรังก์ จาก 0.8330 ฟรังก์
- ดอลลาร์/ดอลลาร์แคนาดา ลดลงสู่ระดับ 1.4224 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.4256 ดอลลาร์แคนาดา
- ยูโร/ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.1209 ดอลลาร์ จาก 1.1199 ดอลลาร์
- ปอนด์/ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.3225 ดอลลาร์ จาก 1.3219 ดอลลาร์
ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 89,000 ตำแหน่ง ขณะที่จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 197,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 200,000 ราย นักลงทุนจึงยังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ในระยะต่อไป
อ้างอิง : CNBC , สำนักข่าวอินโฟเควสท์