‘จตุพร’ ประเมิน ปชน.จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด เกมตื้นๆ หวังให้ พท.โหวตสวน เชื่อยากจะสำเร็จ
'จตุพร' ประเมิน ปชน.เล่นแทคติกปกติ จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด วางเกมตื้นๆ หวังให้ พท.สะใจโหวตสวน รัฐบาล เชื่อยากจะสำเร็จ คาดโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองน้อยมาก แนะสามีสส.สุชาดา แถลงข่าวก่อนศึกซักฟอก ตำหนิ มท.พลาดปล่อยนายกฯ เปลืองตัวจัดการนายอำเภอ
9ต.ค. 2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรายบุคคลจำนวน 18 รมต.จากพรรคภูมิใจไทย โดยไม่แตะต้องรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแทคติกหรือยุทธวิธีทางการเมืองปกติของฝ่ายค้าน นอกจากนี้ ในขณะอภิปรายฯ ฝ่ายค้านจะยกย่องหรือนำเรื่องที่พรรคเพื่อไทยเคยพูด เคยตรวจสอบรัฐบาลมาย้อนทิ่มแทงใส่พรรคภูมิใจไทยให้กระอักกระอวน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ย่อมยากประสบความสำเร็จในทางปฏิบัติ
อีกอย่างในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านนั้น มีเพียงครั้งเดียวที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคพลังธรรม สมัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค ไม่ลงมติให้รัฐมนตรีกรณี สปก.4-01 ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ และในเวลาต่อมาก็ยุบสภา
ส่วนข้อหา 18 รัฐมนตรีนั้น ฝ่ายค้านได้เขียนไว้แบบกว้างๆ ด้วยภาษาดุดัน กล่าวหายับเยินแบบนามธรรม ด้วยการพรรณาโวหารให้ตื่นเต้นน่ากลัว ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลย่อมชี้แจงตอบโต้แบบรุนแรง แลกหมัดเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางการเมืองในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายจตุพร กล่าวถึงผลจะเกิดการเปลี่ยนทางการเมืองหรือไม่ว่า คงต้องรอพิจารณาท่าทีของ พรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม ถ้าสองพรรคนี้ไม่ยกมือให้รัฐมนตรี เพียงเท่านี้ก็จบสิ้นแล้ว สิ่งสำคัญ เมื่อเป็นญัตติไม่ไว้วางใจแล้ว มติเสียงไม่ไว้วางใจต้องเกินครึ่งของสภา สส. จึงจะส่งผลการเปลี่ยนแปลงอย่างอัตโนมัติ
"ขณะนี้ยังไม่เห็นจุดเปลี่ยน แต่มิได้หมายความว่า จะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากมีปัจจัยอื่นเกิดก่อนการอภิปรายฯ จนทำให้อภิปรายไม่ได้ กระทั่งหลังการอภิปรายเกิดเสียงอื้ออึงกันไปหมดก็ไปไม่ได้"
โอกาสปรับ ครม.หลังการอภิปรายฯ หรือไม่นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ อาจดูจังหวะในทางเลือก 2 ทาง ถ้า รมต.คนไหนชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านไม่ได้เลย ซึ่งต้องปรับออกโดยธรรมชาติ หรือรอหลังอภิปรายฯ แล้วปรับในคราวเดียวกันเลย
กรณี สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ภรรยานายไทหยาง ซาง ไม่เข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ฝ่ายกฎหมายของสภา สส.นั้น นายจตุพร กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่การตัดสินใจของ สส.สุชาดา ถ้าเป็นมติข้างมากของ กมธ. ก็ควรให้ความร่วมมือเข้าชี้แจงให้เป็นแบบอย่างนักการเมือง และทำให้เรื่องเบาบางลงในวันอภิปรายฯ
อีกทั้งกล่าวว่า ถ้าฝ่ายค้านนำกรณีนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ก็ใช้สิทธิ์พาดพิงในสภาชี้แจงในคราวเดียวกันได้ หรือก่อนถึงวันอภิปรายฯ นายไทหยาง ซาง ควรชี้แจงเรื่องนี้ต่อสาธารณะ เพราะหลายเรื่องราวเกินกว่าคนที่เป็นภรรยาจะรับรู้ แม้เป็นคนมั่นใจ พูดคล่องแต่ไม่ใช่จะตอบในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ได้
นายจตุพร กล่าวถึงการปล่อยตัวจ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ ‘จ่าพิชิต’ ดร.วิน ธนพชรโภคิน และศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวของวิน 3 ผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นออกจากที่ฝากขังเรือนจำพิเศษ กทม. เมื่อ 7 ต.ค.ว่า ปปช.ต้องชี้แจงเรื่องนี้ เพราะเมื่อฝากขังสูงสุดครบ 84 วันแต่นำหลักฐานฟ้องไปให้อัยการนำฟ้องศาลไม่ได้ ตามกฎหมายจึงต้องปล่อยตัว
"เรื่องนี้ถ้าประชาชนไม่ให้ความสนใจแล้ว การสั่งฟ้องจะนานก็ได้ แต่มีหลายคดีใช้เวลานานถึง 20 ปีในการฟ้อง ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาอยู่นอกคุก ดังนั้น ขบวนการทำงานของ ปปช.ต้องตอบถามเรื่องนี้ว่า คุณทำอะไรกันอยู่ ซึ่ง ปปช.ต้องรู้อยู่แล้วกับเวลาในการสั่งฟ้องคดี ถ้าไม่มีคนผิดอีก ก็โละไปเถอะ เพราะเรื่องนี้ถือว่าหย่อนยานมาก…แล้วยังเงียบอีก"
ส่วนการย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ไปปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครอง เพื่อรอการสอบสวน แต่มาเปลี่ยนคำสั่งให้ไปเป็นนายอำเภอลำสนธิ ลพบุรี ตั้งแต่ 9 ต.ค.นี้ นายจตุพร กล่าวว่าเรื่องนี้นายกฯ ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะไม่ใช่หน้าที่ในการย้ายข้าราชการระดับนายอำเภอ
นอกจากนี้ข้อกล่าวหาในการย้ายว่า ทำงานเก่งแต่โซเชียลมีเดีย มีพฤติกรรมเกรี้ยวกราด ขาดภาวะผู้นำ ไม่ประสานงาน ซึ่งข้อกล่าวหาเหล่านี้คนทั่วไปไม่เห็น แต่สิ่งที่ชาวบ้านเห็นคือ นายอำเภอลงพื้นที่แจกของ ตะลุยช่วยประชาชนในวิกฤตน้ำท่วม
ในยุคปัจจุบันทุกคนใช้โซเชียลมีเดียกันทั้งนั้น ต่อให้เก่งสร้างคอนเทนต์อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่เอาอ่าว ไม่ทำงาน ก็ทำคอนเทนต์ไม่ได้ เพราะคอนเทนต์ได้จากการทำงาน นายอำเภอมีภาพตลอดพื้นที่น้ำท่วม แล้วท้ายสุดต้องเปลี่ยนจากย้ายไปรอสอบสวน ให้ไปเป็นนายอำเภอลำสนธิ เพราะกระแสสังคมวิจารณ์มหาดไทยแรง
"เรื่องแบบนี้ทำไมให้นายกฯ ต้องเปลืองตัวโดยไม่จำเป็นกับการจัดการเอาชนะนายอำเภอคนหนึ่งเพื่ออะไร (มหาดไทย) ต้องจัดการกันเองภายใน แล้วต้องมาถอย มาแก้ตัวภายหลังว่าย้ายเพราะอยู่ที่เก่ามา 5 ปีแล้ว"