โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อดีตเลขาฯ กขค. ตั้ง 3 ข้อสังเกตคดี Shopee ปรับ 3.47 ล้าน ห่วงใช้ อำนาจตลาด แทน อำนาจเหนือตลาด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ก.ย เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย เวลา 11.53 น.

อดีตเลขาฯ กขค. ตั้ง 3 ข้อสังเกตคดี Shopee ปรับ 3.47 ล้าน ห่วงใช้ อำนาจตลาด แทน อำนาจเหนือตลาด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล อดีตกรรมการและเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ตั้ง 3 ข้อสังเกตต่อคำวินิจฉัยกรณี Shopee หลัง กขค. สั่งปรับทางปกครองบริษัท 3,472,488.50 บาท จากการนำร้านค้าเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ไม่สอบถามความสมัครใจ และไม่ได้รับความยินยอม โดยมองว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงจำนวนค่าปรับ แต่รวมถึงฐานกฎหมายที่นำมาใช้ ความรับผิดของบุคคล และผลต่อบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าในอนาคต

ข้อสังเกตแรกอยู่ที่การใช้มาตรา 57 ซึ่งว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่ข้อมูลส่วนแบ่งตลาดและรายได้ในคำวินิจฉัยมีประเด็นให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ “ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด” ตามมาตรา 50 ตามประกาศ กขค. เรื่องหลักเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด พ.ศ. 2561 ผู้ประกอบธุรกิจอาจเข้าเกณฑ์ได้ 2 กรณี คือ รายเดียวมีส่วนแบ่งตลาดในปีก่อนหน้าตั้งแต่ร้อยละ 50 และมียอดเงินขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป หรือผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรกมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันตั้งแต่ร้อยละ 75 และแต่ละรายมียอดเงินขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยไม่นับรายที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10 ขณะที่พฤติกรรมในคดีเกิดขึ้นต่อเนื่องประมาณเดือนมิถุนายน 2563 ถึงเดือนสิงหาคม 2564 และข้อมูลปี 2563 ในคำวินิจฉัยระบุว่า Shopee มีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 44.49 ส่วนผู้ประกอบธุรกิจ 3 รายแรกมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันประมาณร้อยละ 95.31 อีกทั้งแต่ละรายมีรายได้เกิน 1,000 ล้านบาท จึงมีประเด็นที่ควรอธิบายให้ชัดว่า สำหรับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งต้องใช้ข้อมูลปีก่อนหน้าประกอบ เข้าเกณฑ์อำนาจเหนือตลาดแบบ 3 รายแรกหรือไม่

ดร.วิษณุ อธิบายว่า ความแตกต่างระหว่างมาตรา 50 กับมาตรา 57 มีผลต่อลักษณะโทษ โดยการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบตามมาตรา 50 มีโทษตามมาตรา 72 คือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 57 มีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา 82 ไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด

“ผมไม่ได้ฟันธงว่าถูกหรือผิด แต่มันเกิดคำถามว่า เมื่อเข้าหลักเกณฑ์ของผู้มีอำนาจเหนือตลาด ทำไมถึงไปใช้หลักเกณฑ์ของผู้มีอำนาจตลาด การเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดมีอำนาจตลาดอยู่ในตัวอยู่แล้ว” ดร.วิษณุ กล่าว

ทั้งนี้ การเข้าเกณฑ์เป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดตามมาตรา 50 โดยอัตโนมัติ แต่ยังต้องพิจารณาว่ามีพฤติกรรมใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบหรือไม่ ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตจึงอยู่ที่การวินิจฉัยและเหตุผลในการเลือกใช้มาตรา 57 กับกรณีดังกล่าว ข้อสังเกตต่อมาอยู่ที่มาตรา 84 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรับผิดของบุคคลเมื่อบริษัทกระทำความผิด

โดยคำวินิจฉัยกรณีนี้ลงโทษเฉพาะนิติบุคคล พร้อมระบุว่า ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ชี้ชัดว่าการกระทำความผิดเกิดจากการสั่งการ การกระทำ หรือการละเว้นของบุคคลใด จึงไม่มีบุคคลต้องร่วมรับผิดกับบริษัท อย่างไรก็ตาม มาตรา 84 ไม่ได้กำหนดให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบต้องถูกลงโทษโดยอัตโนมัติเมื่อบริษัทกระทำความผิด แต่บุคคลจะมีความรับผิดเมื่อความผิดของนิติบุคคลเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลนั้น หรือมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือดำเนินการ แต่ละเว้นจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลกระทำความผิด ดร.วิษณุจึงเห็นว่า จุดที่ควรตรวจสอบคือ กระบวนการสอบสวนได้ลงไปถึงเส้นทางการอนุมัติ ผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผู้รับผิดชอบโครงการ และผู้มีหน้าที่กำกับดูแลการจัดรายการส่งเสริมการขายภายในบริษัทเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากพฤติกรรมในคดีเป็นการดำเนินโปรแกรมส่งเสริมการขายอย่างเป็นระบบ “ผลคำวินิจฉัยนี้ลงโทษเฉพาะนิติบุคคล

จึงเกิดคำถามว่า กระบวนการสอบสวนได้ตรวจสอบไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตามหลักของมาตรา 84 อย่างเพียงพอแล้วหรือไม่” ดร.วิษณุ กล่าว

ส่วนข้อสังเกตที่สามอยู่ที่ผลต่อบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายในอนาคต โดย ดร.วิษณุมองว่า คำวินิจฉัยครั้งนี้อาจถูกนำไปใช้อ้างอิงเมื่อมีคดีเกี่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่อื่นตามมา โดยเฉพาะการกำหนดเส้นแบ่งระหว่าง “อำนาจตลาด” กับ “อำนาจเหนือตลาด” และขอบเขตการใช้มาตรา 50 ผลดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแพลตฟอร์มดิจิทัล เพราะหลักเกณฑ์เรื่องอำนาจเหนือตลาดสามารถใช้กับธุรกิจอื่นได้เช่นกันดร.วิษณุมองว่า หากผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นถูกพิจารณาตามมาตรา 50 ในอนาคต

กรณี Shopee อาจถูกหยิบมาใช้ประกอบการต่อสู้คดี และกลายเป็นประเด็นเรื่องมาตรฐานเดียวกันในการบังคับใช้กฎหมาย ขณะเดียวกัน หากคดีอยู่ภายใต้โทษทางปกครอง ผู้ประกอบธุรกิจสามารถนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการศาลปกครอง ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าจะได้ข้อยุติ ขณะที่ร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมทางการค้าอาจต้องเผชิญผลกระทบระหว่างที่คดียังดำเนินอยู่

ดร.วิษณุ เห็นว่า แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ กขค. ต้องออกมาชี้แจงคำวินิจฉัยเพิ่มเติม แต่เหตุผลและมาตรฐานในการใช้มาตรา 50 มาตรา 57 และมาตรา 84 เป็นประเด็นที่สังคมควรตรวจสอบ เพราะผลของคำวินิจฉัยครั้งนี้อาจไม่ได้หยุดอยู่ที่คดี Shopee แต่อาจมีผลต่อการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้ากับแพลตฟอร์มและผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตเลขาฯ กขค. ตั้ง 3 ข้อสังเกตคดี Shopee ปรับ 3.47 ล้าน ห่วงใช้ อำนาจตลาด แทน อำนาจเหนือตลาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...