โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยได้เงินกินเปล่าแก้โลกร้อน “สุชาติ” สั่งเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

16 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเร่งเดินหน้า 2 โครงการสำคัญ หลังไทยบรรลุข้อตกลงรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจากธนาคารโลก วงเงิน 81.6 ล้านบาท การสนับสนุนครั้งนี้มีขึ้นในการประชุมIMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 เพื่อนำมาพัฒนากลไกราคาคาร์บอนและแบบจำลองเศรษฐกิจ รองรับการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปี 2570 มุ่งเตรียมความพร้อมภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำNet Zero ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โลกร้อน และหนุน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งระดมเงินทุนจากต่างประเทศในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) เพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกราคาคาร์บอน และเตรียมความพร้อมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง รองรับการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งวางแผนบังคับใช้ในปี 2570 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

นายสุชาติ กล่าวว่า ธนาคารโลก (World Bank) เป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการระดมทรัพยากรทางการเงิน บุคลากร และองค์ความรู้จากทั่วโลก การได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจะช่วยให้ไทยเดินหน้าพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) เป็นเรื่องสำคัญที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 3 (NDC 3.0) และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องดำเนินการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตามแนวทาง Just Transition โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงาน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ชุมชน และกลุ่มประชากรเปราะบาง ขณะที่การได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกสะท้อนถึงความสอดคล้องของแนวทางดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของไทยกับทิศทางระดับโลก

ธนาคารโลกหนุน 2 โครงการ วงเงินรวม 81.6 ล้านบาท

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไทยได้เจรจาทวิภาคีกับนายเจมี เฟอร์กูสสัน (Jamie Fergusson) ผู้อำนวยการด้านภูมิอากาศของธนาคารโลก และนางจูเลีย เอ็ม. เฟรเซอร์ (Julia M. Fraser) ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เพื่อสรุปข้อตกลงรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่ารวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ 2 โครงการ ได้แก่

1. โครงการ Partnership for Market Implementation (PMI)

ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 68 ล้านบาท หรือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อศึกษาการพัฒนาเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments) รวมถึงออกแบบเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย

โครงการนี้มุ่งสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำกลไกดังกล่าวมาใช้ภายใต้กรอบกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต

2. โครงการ Thailand’s Long-Term Climate Strategies (LTS)

ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 13.6 ล้านบาท หรือ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจสำหรับวิเคราะห์แนวทางการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของไทย ควบคู่กับการวางแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

ผลจากโครงการจะช่วยให้ไทยมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการและการลงทุนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

เร่งพัฒนากลไกการเงิน รับมือความท้าทายสภาพภูมิอากาศ

ดร.พิรุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับเงินสนับสนุนกว่า 80 ล้านบาทเป็นผลจากการทำงานและเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนว่าธนาคารโลกเห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนากลไกทางกฎหมายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากเงินทุนสำหรับดำเนินโครงการแล้ว ไทยยังมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาระบบการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายสุชาติ ย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรมจำเป็นต้องมีกลไกทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ การพัฒนาทักษะและอาชีพใหม่ของแรงงาน ตลอดจนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ

เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ต่อมา นายสุชาติ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยถึงดีลครั้งนี้ ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ Professor Rachel Kyte ผู้แทนพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นสำคัญในการประชุม COP31 อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม การติดตามความก้าวหน้าในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสนับสนุนเงินทุน เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน รวมถึงแนวทางลดการปล่อยก๊าซมีเทน และการส่งเสริมเทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ ทส. ในการเชื่อมโยงความร่วมมือระดับนานาชาติกับการพัฒนาประเทศ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...