โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุเทนถวาย…ตอบยากจริงๆ

ไทยโพสต์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เรื่องย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่เดิมตรงถนนพญาไท ดูท่าจะไม่จบกันง่ายๆ

สถาบันเก่าแก่ที่อยู่ตรงนั้นมานานกว่าเก้าสิบปี กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ฝ่ายหนึ่งยืนยันเรื่องสิทธิในที่ดินและข้อกฎหมาย อีกฝ่ายก็หวงแหนสถานที่ที่ผูกพันกันมาหลายชั่วอายุคน

คุณผู้อ่านที่ใช้นามว่า “เด็กช่างรุ่นแก่หง่อม” เป็นหนึ่งในคนที่ไม่เห็นด้วยกับการย้ายอุเทนถวาย แกเขียนจดหมายมาแสดงความรู้สึกอย่างเผ็ดร้อนทีเดียว

อ่านดูครับ

……………..

สวัสดี คุณเสมอต้นและสวัสดียอดมิตรแฟนคอลัมน์เปิดซองออนไลน์ทุกท่าน

แก่จนไม้ใกล้ฝั่ง ตาเริ่มฝ้าฟาง ขาเหินห่างจากเรือนไปไหนแทบไม่ไหว ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ดูโลกอีกกี่มากน้อย

วันนี้แกว่งแว่นตามานั่งอ่านข่าวเรื่องจะบังคับย้ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ออกจากพื้นที่เดิมตรงพญาไทแล้ว มันจี๊ดขึ้นสมองจนอดไม่ได้ที่จะต้องลุกขึ้นมาเขียนจดหมายส่งเสียงถึงคุณเสมอต้นและมวลมิตรในคอลัมน์นี้สักฉบับ

ตัวผมเองก็คนเคยผ่านชีวิตนักเรียนช่างมา สมัยวัยรุ่นเมื่อห้าหกสิบปีก่อนก็กางเกงสแล็คสีโคลน เสื้อช็อปปักชื่อสถาบัน หนีบกระดานเขียนแบบ สะพายกระเป๋าผ้าใบใส่ไม้ที เดินโก้เข้าโรงเรียนอาชีวะกับเขาเหมือนกัน

พอเห็นข่าวน้องๆ อุเทนถวายเขารวมตัวกันคัดค้านการย้ายสถาบัน ผมขอพูดเต็มปากเต็มคำตรงนี้เลยว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการย้ายอุเทนถวายออกไปแม้แต่ก้าวเดียว

คนที่ไม่เคยใส่เสื้อช็อป ไม่เคยต่อสู้สร้างชื่อเสียงให้สถาบัน ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่า พื้นที่ตรงพญาไท 21 ไร่นั้น มันไม่ใช่แค่ที่ดินเปล่าๆ หรือตึกคอนกรีต แต่มันคือ “จิตวิญญาณ” เป็นแท่นบูชาครู เป็นจุดกำเนิดของช่างก่อสร้างไทยที่สืบทอดกันมากว่าเก้าสิบปี

การจะมากวาดไล่ที่กันง่ายๆ เพียงเพราะข้ออ้างเรื่องสัญญากับข้อกฎหมาย มันคือการทำลายประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของอาชีวะอย่างร้ายกาจ

จริงอยู่ ที่ฝ่ายบริหารหรือผู้มีอำนาจชอบอ้างเรื่องคำสั่งศาล หรืออ้างว่าเตรียมพื้นที่ใหม่ตรงคุ้มเกล้า ลาดกระบัง ไว้รองรับแล้ว

แต่ถามจริงๆ เถอะว่า ย้ายไปไกลปืนเที่ยงขนาดนั้น มันยังใช่ “อุเทนถวาย” ที่ทรงเกียรติและเป็นตำนานใจกลางเมืองอยู่อีกหรือ ช่างก่อสร้างระดับชาติจะโตมาได้อย่างไรถ้าถูกผลักไสให้ออกไปอยู่ชายขอบ แล้วพื้นที่ตรงนี้อนาคตใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่หลุดไปอยู่ในมือนายทุนในที่สุด

ในฐานะอดีตเด็กช่างที่ผ่านโลกจนแก่หง่อม ใกล้จะเข้าโรงเต็มที ผมอยากจะบอกน้องๆ อุเทนถวายว่า จงยืนหยัดรักษาบ้านของเราไว้

จิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาเงินงบประมาณมาซื้อคืนได้ ศักดิ์ศรีของสถาบันอยู่ที่นี่ ตรงพญาไทแห่งนี้เท่านั้น หากยอมถอยก้าวแรก ต่อไปประวัติศาสตร์ของอาชีวะไทยคงถูกลบหายไปทีละแห่งจนไม่เหลืออะไรให้ภาคภูมิใจ

ฝากข้อคิดไว้ตามประสาคนแก่รุ่นก่อนที่เลือดช่างยังเข้มข้น ส่วนคุณเสมอต้นและเพื่อนๆ ผู้อ่านจะมีความคิดเห็นประการใด ก็สุดแท้แต่จะกรุณาร่วมเสวนาครับ

ขออวยพรให้คุณเสมอต้นและทีมงานไทยโพสต์ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงครับ

นับถือ
เด็กช่างรุ่นแก่หง่อม

……………..

อ่านจดหมายคุณเด็กช่างรุ่นแก่หง่อมจบแล้ว ผมชักสงสัยว่าแกแก่หง่อมจริงหรือเปล่า เพราะดูจากถ้อยคำแล้วเลือดลมยังดีอยู่มากนะครับ

ผมเองไม่ค่อยรู้ประวัติอุเทนถวายมากนัก พออ่านจดหมายแล้วก็เลยไปค้นข้อมูลดู

อ้าว สถาบันนี้มีประวัติยาวนานกว่าที่คิดเสียอีก

จุดเริ่มต้นย้อนไปถึง พ.ศ. 2475 จากแผนกช่างก่อสร้างของโรงเรียนเพาะช่าง ก่อนจะแยกออกมาเป็นโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวายใน พ.ศ. 2477

จากนั้นเปลี่ยนชื่อและปรับสถานะกันมาอีกหลายครั้ง เป็นวิทยาลัยอุเทนถวาย เข้าสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

จนกระทั่ง พ.ศ. 2548 จึงมาอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ปัจจุบันเปิดสอนระดับปริญญาตรีขึ้นไปแล้ว

แต่ก่อนพอได้ยินชื่ออุเทนถวาย ผมก็นึกถึงโรงเรียนช่างแบบที่เพื่อนบางคนไปเรียนกันหลังจบ ม.3 ไม่รู้เลยว่าปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาแล้ว

แม้ชื่อและระบบการเรียนจะเปลี่ยนไปหลายครั้ง อุเทนถวายก็ยังอยู่ตรงถนนพญาไทมาตลอด

ที่ดินประมาณ 21 ไร่นั้นเป็นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการทำสัญญาเช่ากันตั้งแต่ พ.ศ. 2478 เป็นเวลา 68 ปี สัญญาหมดลงใน พ.ศ. 2546

หลังจากนั้นมีข้อพิพาทเรื่องการขอคืนพื้นที่ และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน

คุณเด็กช่างรุ่นแก่หง่อมประกาศชัดว่าไม่เห็นด้วยกับการย้ายอุเทนถวายแม้แต่ก้าวเดียว

ผมอ่านแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของแกนะครับ แต่จะให้เห็นด้วยว่าต้องอยู่ตรงพญาไทต่อไปอย่างเดียว ก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก

เพราะที่ดินมีเจ้าของ สัญญาเช่าก็สิ้นสุดไปแล้ว แถมยังมีคำวินิจฉัยทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก จะให้ทำอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้

ขณะเดียวกัน อุเทนถวายก็อยู่ตรงนั้นมาหลายชั่วอายุคน มีทั้งครู ลูกศิษย์ และประวัติศาสตร์ของสถาบัน จะบอกให้เก็บข้าวของย้ายออกไปโดยไม่ต้องรู้สึกอะไรเลยก็คงไม่ได้เหมือนกัน

นี่แหละครับที่ผมว่าตอบยาก

ถ้ามองเฉพาะข้อกฎหมาย เรื่องหนึ่งก็ชัดเจน แต่ถ้ามองความรู้สึกของคนที่ผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ ก็มีอะไรให้คิดอีกมาก

ล่าสุดวันที่ 23 ตุลาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยืนยันว่า การย้ายอุเทนถวายต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกำหนดมาตรการเยียวยานักศึกษาและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งลดค่าเล่าเรียนให้นักศึกษา 50% ช่วยเหลือค่าเดินทาง ค่าเช่าหอพักที่จ่ายล่วงหน้า และประสานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแห่งอื่นให้เปิดห้องปฏิบัติการรองรับการเรียนการสอน

ส่วนพื้นที่เดิม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะไม่นำไปใช้เชิงพาณิชย์ แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษาและการเรียนรู้

ฟังดูแล้วรัฐบาลก็พยายามหาทางลดผลกระทบอยู่ แต่จะทำได้ตามที่พูดไว้มากน้อยเพียงใด และคนอุเทนถวายจะยอมรับกันได้หรือไม่ ยังต้องติดตามต่อไป

ว่าแต่พอคุณเด็กช่างรุ่นแก่หง่อมพูดถึงเสื้อช็อป กางเกงสแล็ค และความรักสถาบัน ผมก็นึกถึงเพื่อนสมัยเรียนขึ้นมาเหมือนกัน…

ตอนจบ ม.3 ผมเลือกเรียนต่อ ม.4 สายสามัญ ขณะที่เพื่อนบางคนแยกไปเรียนสายอาชีพ

จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ครับ

ตอนนั้นเห็นเพื่อนใส่เสื้อช็อปแล้วก็ดูเท่ดีเหมือนกัน ยิ่งเดินกันมาเป็นกลุ่ม ท่าทางห้าวๆ หน่อย ก็ยิ่งดูฮึกเหิมตามประสาวัยรุ่น

ผมเองตอนนั้นก็อายุสิบห้าสิบหก ไม่ได้เป็นเด็กเรียบร้อยอะไรนักหนา

ถ้าวันนั้นเลือกไปเรียน ปวช. กับเพื่อน แล้วบังเอิญไปอยู่ในกลุ่มที่ชอบยกพวกตีกัน อาจจะคึกคะนองผสมโรงกับเขาไปด้วยก็ได้ ใครจะไปรู้

ดีที่ไม่ได้ไป ไม่อย่างนั้นวันนี้อาจไม่มีเสมอต้นมานั่งเขียนเปิดซองออนไลน์ก็ได้

แหม…พูดเสียเหมือนตัวเองเป็นนักเลงเก่ากลับใจ

แต่เรื่องเด็กช่างตีกันนี่ เห็นข่าวมาตั้งแต่ยังหนุ่มจนเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ ไม่เฉพาะกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดก็มี

บางเรื่องเริ่มจากเขม่นหน้ากัน บางเรื่องเป็นความขัดแย้งระหว่างสถาบันที่มีมาก่อนเด็กพวกนี้จะเข้าไปเรียนเสียอีก

พอมีเพื่อนถูกทำร้าย รุ่นพี่ถูกยิง รุ่นน้องถูกแทง ก็มีคนคิดจะไปเอาคืนกันอีก

บางคนไม่เคยรู้จักคู่กรณี ไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แต่พอรู้ว่าเป็นคนละสถาบันก็กลายเป็นศัตรูไปแล้ว

มันอะไรกันนักหนา

คนเรารักเพื่อนก็เป็นเรื่องดี เพื่อนมีทุกข์มีร้อนก็อยากช่วยเหลือกัน แต่ถึงขนาดต้องไปทำร้ายคนอื่นเพื่อล้างแค้นให้เพื่อนนี่ ผมตามไม่ทันจริงๆ

โดยเฉพาะเรื่องที่ถึงขั้นมีคนเสียชีวิต

ลองคิดถึงพ่อแม่ที่ส่งลูกไปเรียนหนังสือสิครับ ตอนเช้าลูกยังออกจากบ้านตามปกติ ตอนเย็นกลับได้รับข่าวว่าลูกถูกยิงตาย

แล้วพ่อแม่ของคนที่ไปยิงเขาล่ะ พอถูกจับติดคุก ชีวิตครอบครัวจะเป็นอย่างไร

เสียกันหมดทั้งสองฝ่าย

พูดอย่างนี้ก็ใช่ว่าผมจะเข้าใจความคิดของเด็กที่กำลังเลือดร้อนนะครับ

เอาเข้าจริง ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าถ้าย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง แล้วเพื่อนทั้งกลุ่มชวนกันไปเอาเรื่องใครสักคน จะกล้าขัดเพื่อนหรือเปล่า

ตอนนี้พูดได้สิครับ โตมาขนาดนี้แล้ว

แต่มีเรื่องหนึ่งที่อยากชวนคุณผู้อ่านทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน

เด็กช่างที่เราเรียกกันติดปากนั้น ไม่ได้เรียนอยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด

คนที่จบ ม.3 แล้วไปเรียนสายอาชีพก็เริ่มจาก ปวช. ส่วน ปวส. เป็นการศึกษาที่สูงขึ้นไปอีกระดับ และยังมีสถาบันที่เปิดสอนจนถึงปริญญาตรีด้วย

อย่างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันที่มีข่าวขัดแย้งกับอุเทนถวายอยู่บ่อยๆ ก็เป็นสถาบันอุดมศึกษาเช่นกัน

เพราะฉะนั้น เวลาเห็นข่าวเด็กช่างตีกัน อย่าเพิ่งนึกว่าเป็นเด็กอายุสิบห้าสิบหกทั้งหมด บางคนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว บางกรณีก็มีศิษย์เก่าเข้าไปเกี่ยวข้อง

เรื่องนี้ผมเองก็เพิ่งมาทำความเข้าใจให้ชัดขึ้นเหมือนกัน

พูดถึงคนเรียนช่าง ผมนึกถึงคนทำงานสารพัดอาชีพเลยครับ

บางคนเรียนจบ ปวช. ปวส. ออกไปเป็นช่างฝีมือ ช่างเทคนิค บางคนเรียนต่อจนจบวิศวกรรมศาสตร์ เป็นวิศวกรก็มี

จะสร้างบ้านสักหลัง ต้องมีทั้งคนออกแบบ คนคำนวณโครงสร้าง คนควบคุมงาน และช่างที่ลงมือก่อสร้างจริงๆ

ไหนจะช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างเชื่อม ช่างยนต์ ช่างเครื่องกล ช่างอิเล็กทรอนิกส์อีกสารพัด

คงแยกไม่ถูกทั้งหมดว่าใครเรียนจบอะไรมา แต่รู้ว่าถ้าขาดคนเหล่านี้ไป ชีวิตเราคงลำบากไม่น้อย

อย่างแอร์เสียตอนกลางคืน ต่อให้มีนักการเมืองชื่อดังมายืนอยู่หน้าบ้านสิบคน ผมก็คงไม่สนใจ

ขอช่างแอร์สักคนเถอะครับ

นึกแล้วก็เสียดายเวลาเห็นข่าวนักเรียนหรือนักศึกษาช่างบางกลุ่มไปมีเรื่องทำร้ายกัน

พวกเขาเรียนวิชาที่เอาไปทำมาหากินได้ มีโอกาสสร้างผลงานดีๆ อีกตั้งมากมาย

ถ้ารักสถาบันกันจริงๆ ผมก็อยากเห็นคนพูดถึงสถาบันเพราะลูกศิษย์เรียนเก่ง ทำงานเก่ง มีฝีมือเป็นที่ยอมรับ มากกว่าจะจำชื่อสถาบันได้เพราะข่าวยิงกันแทงกัน

แต่จะให้ผมไปบอกเด็กที่กำลังเลือดขึ้นหน้าว่าอย่าไปตีกันนะลูก ตั้งใจเรียนหนังสือเถอะ ก็คงไม่มีใครฟัง

เผลอๆ จะหันมาถามอีกว่า ลุงเป็นใคร

เอาเป็นว่าฝากไว้ให้คิดกันก็แล้วกัน

กลับมาหาคุณเด็กช่างรุ่นแก่หง่อมอีกนิด

ผมเข้าใจความรู้สึกที่แกอยากรักษาอุเทนถวายไว้ตรงพญาไท และก็เข้าใจว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ตอนนี้รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาออกมาแล้ว ก็อยากให้ดูแลนักศึกษาและบุคลากรที่ได้รับผลกระทบกันจริงๆ อย่าให้ใครต้องเสียโอกาสทางการศึกษาเพราะเรื่องย้ายสถานที่เรียน

ส่วนคนที่รักอุเทนถวาย ผมก็อยากเห็นความรักสถาบันนั้นส่งต่อไปถึงคนรุ่นหลัง ผ่านความรู้ความสามารถและผลงานของลูกศิษย์

ไม่ว่าอนาคตอุเทนถวายจะอยู่ตรงไหน ชื่อเสียงของสถาบันก็คงต้องฝากไว้กับคนที่เรียนและจบออกไปนั่นแหละครับ

ขอบคุณคุณเด็กช่างรุ่นแก่หง่อมที่ส่งจดหมายมาชวนคุยครับ

— เสมอต้น
24 ตุลาคม 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ samerton.thaipost@gmail.com หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...