โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ค้นหานาน 5 ชม. เจอหนุ่มน้อยใจเมีย นอนแน่นิ่งหมดแรงกลางป่า

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ป่าบังตา! ค้นหานาน 5 ชม. เจอหนุ่มน้อยใจเมีย นอนแน่นิ่งหมดแรง เผยเห็นเงาดำก่อนหมดสติ

ป่าบังตา! ค้นหานาน 5 ชม. เจอหนุ่มน้อยใจเมีย นอนแน่นิ่งหมดแรง เผยเห็นเงาดำก่อนหมดสติ

วันที่ 21 ก.ย.2569 กรณี น.ส.บี (นามสมมติ) โทรแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยขอให้มาช่วยเหลือตามหานายแม็ค สามีตัวเอง ที่วิ่งหนีเข้าไปในป่าดงเค็ง ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ตรงข้ามโรงงานผลิตน้ำแข็งแห่งหนึ่ง เกรงว่าจะได้รับอันตรายเพราะสามีประกาศจะฆ่าตัวตายก่อนวิ่งเข้าไป

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย ได้ระดมเดินเท้าค้นหาแต่ไม่พบ โทรศัพท์ติดแต่ไม่รับสาย ยิ่งสร้างความกังวลให้กับภรรยา เกรงว่าสามีจะทำตามที่คิด ผ่านไปหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่ยังดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งล่าสุดเวลา 14.00 น.หรือผ่านไปกว่า 5 ชม.นายแม็ค ตอบแชตทางเฟซบุ๊กกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่ายังอยู่แต่ไปไหนไม่ได้ ลุกไม่ขึ้น ก่อนทุกหน่วยงานจะระดมค้นหาอย่างหนัก

จากนั้นนายแม็ค สามารถพูดคุยทางโทรศัพท์ได้ แต่ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้เหมือนเดิม ประมาณ 30 นาที จึงพบร่างของนายแม็ค นอนแน่นิ่งอยู่ในลักษณะหมดแรง กู้ภัยปฐมพยาบาลก่อนจะฟื้นลุกขึ้นได้

นายแม็ค เล่าว่า จริงๆแล้วตนแค่น้อยใจภรรยา กะจะเดินออกไปแล้ว แต่มีอาการปวดหัว หน้ามืดเหมือนมีเงาดำมาบังหน้า ก่อนจะหมดสติไป หลังจากนี้จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ที่ทำไปเพราะน้อยใจภรรยาเท่านั้น

ด้านนาย พิทธยา ดวงตารัมย์ หัวหน้าชุดโซนทางพาด มูลนิธิกู้ภัยเจ้าพ่อหลวงอุดมคูเมือง และนายสุทิน ชุ่มเสนา ผู้ช่วยหัวหน้าชุดโซนทางพาด เล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า จริงๆแล้วบริเวณที่นายแม็คนอนอยู่ เจ้าหน้าที่เดินวนหลายรอบแต่ไม่พบ สำหรับป่าแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ จะมีชาวบ้านออกมาหาของป่าเป็นประจำ เคยมีคนหลงป่าแล้วเกิดอาการลักษณะนี้มาก่อนคือปวดหัวแล้วหน้ามืดเหมือนมีสิ่งมาบดบังไม่ให้ออกป่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...