‘กรณ์’ อัด ‘รมว.พลังงาน’ แก้น้ำมันแพงผิดที่ผิดทาง ไม่จริงใจลดค่าครองชีพ
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาราคาน้ำมันแพง ว่า พรรคประชาธิปัตย์กังวลถึงยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาดังกล่าวของรัฐบาล ขอเตือนว่าตั้งแต่เกิดประเด็นปัญหาจากสงครามในตะวันออกกลาง พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าต้องรีบตัดตอนปัญหาน้ำมันแพงเพราะเป็นต้นตอที่มาของราคาสินค้าทุกชนิดที่จะแพงตามมาด้วย จากต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่ง ทั้งนี้เราแนะนำรัฐบาลตั้งแต่แรกว่า วิธีการสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาใช้คือ การลดภาษีสรรพสามิตโดยเฉพาะน้ำมันที่คนส่วนใหญ่ใช้คือ ดีเซล B7 แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีการดำเนินการตามที่เราแนะนำ รัฐบาลเลือกใช้การชดเชยด้วยกองทุนน้ำมัน ซึ่งภาระหนี้สินของกองทุนน้ำมันทุกบาททุกสตางค์ สุดท้ายผู้ชำระในอนาคตก็คือประชาชนที่ซื้อน้ำมัน
นายกรณ์ กล่าวต่อว่า หนี้กองทุนน้ำมันทะลุแสนล้านบาทแล้ว วันนี้รัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาด้วยการลดภาษีสรรพสามิต แต่ตามข่าวที่ปรากฏมาตรการที่รัฐบาลประกาศออกมาคือ การประกาศลดผิดที่ผิดทาง สะท้อนถึงความไม่จริงใจในการแก้ปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชน เพราะเป็นการประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ซึ่งเป็นน้ำมันที่ประชาชนใช้น้อยมาก เรื่องนี้แก้ไม่ถูกจุด ไม่สะท้อนถึงความจริงจังและจริงใจของรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ประกาศปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมัน นายกรณ์ กล่าวว่า ก่อนที่นายเอกนัฏ จะมาดำรงตำแหน่ง ระบุวิธีคำนวณราคาโดยอิงราคาตามสิงคโปร์ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน หลายคนมองว่าเป็นการปฏิรูปตามที่ได้พูดไว้หรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงช่วยได้น้อยมาก เพราะการปรับลดที่เรียกว่าต้นทุนทิพย์ มีผลเพียงแค่ 35 สตางค์ต่อลิตร แทบจะไม่ได้มีผลอะไรมากกับการลดราคาน้ำมันให้ประชาชน และทุกวันนี้เรายังอิงตามราคาสิงคโปร์เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการปฏิรูปที่บอกว่าเป็นหน้าที่เร่งด่วน ประชาชนยังรอคอยอยู่ การกำหนดราคาน้ำมันจะส่งผลต่อราคาน้ำมันของคนไทยว่าจะถูกจะแพงมากที่สุด มากกว่าการลดภาษีสรรพสามิต เป็นเรื่องที่เรารอคอยหลังจากที่ท่านได้ลดค่าใช้จ่ายทิพย์ไปแล้ว ท่านจะเดินก้าวสำคัญไปสู่การปฏิรูปการกำหนดราคาให้กับประชาชนหรือไม่
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า เวลาท่านประกาศลดภาษีสรรพสามิตหรือการลดค่าใช้จ่ายทิพย์ หากมีความจริงใจต่อประชาชนจริง ราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันต้องลดลงด้วย กรณีของการประกาศลดค่าใช้จ่ายทิพย์ มีการประกาศควบคู่ลดส่วนลดที่ท่านได้เคยเจรจากับโรงกลั่นไว้ 4 บาทต่อลิตร เหลือ 2 บาทต่อลิตร เริ่มต้น 1 พ.ย. 69 สรุปแล้วโรงกลั่นได้กำไรหรือไม่ จากสิ่งที่ท่านเรียกว่าการปฏิรูปและการกำหนดราคา.