โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องกองทุนหุ้นยุโรป พ้นจุดเลวร้าย “ผลตอบแทน” ฟื้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ย 2566 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2566 เวลา 13.23 น.

ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ตลาดหุ้นในยุโรปไม่ค่อยดีนัก สะท้อนผ่านผลตอบแทนกองทุนหุ้นที่ติดลบ แต่มาปีนี้ จากเศรษฐกิจยุโรป ถือว่าได้ผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายมาแล้ว และเริ่มฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ ทำให้นักวิเคราะห์มองเป็นจังหวะที่ดีสำหรับทยอยเข้าลงทุน เพื่อการลงทุนระยะยาว เพราะยังเป็นตลาดที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มถูกปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ ข้อมูลจากบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ชี้ว่า ผลการศึกษาของ Morningstar Wealth พบว่า ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่ม growth stocks ได้ปรับเพิ่มขึ้น จนสะท้อนเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้การลงทุนควรหันไปหาการลงทุนในกลุ่มที่ยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น

โดยจากการคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยในอีก 10 ปีข้างหน้า ตลาดหุ้นยุโรปนับเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ แม้ในแง่ของผลตอบแทนอาจไม่ดีเท่าตลาดหุ้นสหรัฐในปีนี้ แต่ก็มีรูปแบบของวัฏจักรผลตอบแทนในอดีตที่คล้ายกับตลาดเกิดใหม่

ขณะที่ในอนาคตตลาดยุโรปน่าจะแข็งแกร่งกว่า เมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในประเทศพัฒนาแล้ว เนื่องจากราคาหุ้นได้สะท้อนภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนไปเรียบร้อยแล้วในแง่มูลค่าหุ้นก็อยู่ในระดับที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น กลุ่มธนาคารในยุโรป

ซึ่งได้รับผลดีจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่สูงขึ้น นำไปสู่การปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นได้ หรืออย่างราคาหุ้นในตลาดเยอรมันที่ปรับลงมามากจากภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน จนส่งผลให้มีการส่งพลังงานจากรัสเซียมายังเยอรมนีได้ลดลง และเกิดความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ก็ยังถือว่าน่าสนใจ

เนื่องด้วยการที่สถานะการเงินของบริษัทในตลาดค่อนข้างแข็งแกร่งและมีโอกาสที่จะถูกปรับแนวโน้มกำไรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ 
เยอรมนียังเป็นเสมือนประเทศผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุโรป หรือคิดเป็น 25% ของ GDP ยุโรปอีกด้วย

ทั้งนี้ ผลตอบแทนในปี 2565 กองทุนหุ้นยุโรป (Europe Equity) เป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนติดลบ 19.8% และเป็นกลุ่มกองทุนต่างประเทศที่มีเงินไหลออกสุทธิมากที่สุดอันดับที่ 4 ในปีที่แล้วอยู่ที่ 7,363 ล้านบาท ขณะที่ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาของปี 2566 ผลตอบแทนมีการฟื้นตัวขึ้นมาได้ดี โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ 7.5%

โดยกองทุนที่มีผลตอบแทนสูงสุด YTD ได้แก่ กองทุน SCBEUROPE(P) และกองทุน SCBEUROPE(SSFE) ผลตอบแทนอยู่ที่ 17.91% เท่ากัน และกองทุน SCBEUROPE(SSF) กับกองทุน SCBEUROPE(A) ผลตอบแทนอยู่ที่ 17.08% ทั้ง 4 กองทุนมาจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ ตามด้วยกองทุน K-EUX จาก บลจ.กสิกรไทย อยู่ที่ 14.41% (ดูตาราง)

ตาราง ส่องกองทุนหุ้นยุโรป

“บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อีสท์สปริง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีที่แล้วยุโรปค่อนข้างแย่ ผลตอบแทนร่วงลงมา ซึ่งมาจาก 3 เรื่อง ได้แก่ 1.สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบให้ภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปดูแย่ลง 2.เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย 3.ฤดูหนาวที่เคยคาดว่าจะหนาวมากและหนาวนาน ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้น

“พอฤดูหนาวไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ราคาพลังงานก็ปรับลดลงเร็ว เงินเฟ้อก็เริ่มลดลง ซึ่งอีสท์สปริงได้ปรับคำแนะนำลงทุน ตั้งแต่ช่วงต้นปีว่ายุโรปมีความน่าสนใจ แม้ว่าผลตอบแทนจะปรับเพิ่มขึ้นมามากกว่า 15% แต่ยังคงน่าสนใจ

เนื่องจาก 1.กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตได้ประมาณ 10% 2.ราคาหุ้น (valuation) ยังไม่แพง และเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในฝั่งเศรษฐกิจพัฒนาแล้วที่ราคาหุ้นยังถูกกว่าค่าเฉลี่ย 3.คาดว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ยเต็มที่อีกไม่เกิน 2 ครั้ง แปลว่าเป็นช่วงปลายของการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว เป็นสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปดูดีขึ้น โดยเฉพาะเยอรมนี”

“บดินทร์” กล่าวว่า ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถทยอยเก็บสะสมได้ในกลุ่มที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ ขณะที่หุ้นขนาดเล็กยังมีความไม่แน่นอนจากกำไรกระแสเงินสดและเศรษฐกิจชะลอตัวที่แม้ว่าจะเริ่มดูดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงอยู่

ด้าน “มณฑล จุนชยะ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ กล่าวว่า ประเด็นในยุโรปที่หลายคนเคยกังวลคือเรื่องของเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่สูงขึ้น แต่ตอนนี้ถึงแม้ราคาพลังงานจะยังสูงอยู่ แต่ค่าเฉลี่ยของราคาน้ำมันในปีนี้ก็ลดลงมาต่ำกว่าปีที่แล้ว และคาดว่า ECB น่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีกไม่เกิน 2 ครั้ง สะท้อนว่าน่าจะถึงจุดพีกของดอกเบี้ยแล้ว จังหวะนั้นจึงมองเป็นโอกาสที่จะใส่เงินลงทุนเข้าไปเพิ่มหรือทยอยเข้าสะสมได้

“ตลาดหุ้นยุโรป เรามองว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างเติบโตช้า หรือฟื้นช้า (laggard) เพราะมีการปรับตัวขึ้นทีหลัง เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆอย่างไรก็ดี หากเข้าลงทุนแนะนำกลุ่มไฟแนนซ์ เพราะยังเป็นกลุ่มที่underperform อยู่” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...