โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

[อ่านฟรี] เข้าสู่โลกนิยายเพื่อไปเป็นแม่เลี้ยงจอมโหดของสามวายร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 07.42 น. • ตำหนักหมื่นบุปผา
หน่วยสืบราชการลับ—จี้จือฮวนเกิดใหม่เป็นตัวประกอบในนิยายที่ได้แต่งกับเทพสงครามเป็นแม่เลี้ยงของ 3 วายร้ายแต่กลับต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง ในเมื่อปฏิเสธชะตาไม่ได้ขอแค่ไม่ตายก็จะเล่นบทนี้ให้อลังการกว่าเดิม!

ข้อมูลเบื้องต้น

หน่วยสืบราชการลับ—จี้จือฮวนเกิดใหม่เป็นตัวประกอบในนิยายที่ได้แต่งกับเทพสงครามเป็นแม่เลี้ยงของ 3 วายร้ายแต่กลับต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง ในเมื่อปฏิเสธชะตาไม่ได้ขอแค่ไม่ตายก็จะเล่นบทนี้ให้อลังการกว่าเดิม!

穿书后我成了三个反派的恶毒后娘
Author: 梨姣姣
ลิขสิทธิ์: 17k
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย: Novel Kingdom
“สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘)”

จี้จือฮวน--หน่วยสืบสวนราชการลับระดับ S ในโลกล้ำยุค จู่ ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นตัวประกอบหญิงในนิยายที่เคยอ่าน(แต่ไม่จบ) ซึ่งตายตั้งแต่ยังไม่พ้นสามบทแรก! เธอคนนี้แต่งงานกับเผยยวนได้รับสมญานาม ‘เทพสงครามแห่งความตาย’ และเป็นแม่เลี้ยงของเด็กแสบสามคน

จี้จือฮวนปฏิเสธชะตากรรมนองเลือด ขอแค่มีชีวิตรอดปลอดภัย อยู่ต่อไปก็พอ

แต่เรื่องกลับไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะตัวประกอบที่เธอกำลังเป็นอยู่ดันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกเลี้ยงทั้งสามกลายเป็นตัวมากเล่ห์ จอมมารร้าย ซึ่งจะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบอันเศร้าสลดเมื่อทั้งสามโตขึ้น…นั่นก็คือความตายอย่างน่าอนาถ

ในเมื่อเลือกไม่ได้ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เธอจะเล่นบทนี้ให้อลังการกว่าเดิม!

.

โชคดีสวรรค์ยังมีตา เธอมีทักษะทุกอย่าง ทั้งงานฝีมือ ทักษะการเพาะปลูกและทำนาที่สามารถหาเงินเพื่อใช้เลี้ยงครอบครัวได้ ยิ่งกว่านั้น เธอมีของดีที่สุด คือมิติพิเศษที่ช่วยให่เธอหยิบยืมอะไรก็ได้จากโลกอนาคตติดตัวมาด้วย!

.

เอาล่ะ! ในฐานะอดีตสายลับระดับสุดยอด ใครหน้าไหนก็หยามกันไม่ได้! ต่อให้เป็นสวรรค์ก็เถอะ หากคิดจะฆ่าเธอทิ้ง เธอจะชิงสังหารสวรรค์ก่อน!

.

.

ต่อมาลูกชายคนโตที่ตั้งแต่เด็กสุดแสนจะเงียบขรึมกลับได้ขึ้นเป็นกษัตริย์! นักรบจอมพลังซึ่งเป็นลูกสาวคนที่สองก็กลายเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในใต้หล้า แม้แต่ลูกชายคนเล็กก็กลายเป็นแพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญสารพัดพิษ ร่างกายของเขาทนทานต่อพิษทั้งปวงอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้

.

.

จี้จือฮวนรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์ในฐานะสาวงามที่ถูกราชสำนักและประชาชนผลักไสอย่างไร้ความปรานี เธอจึงจำต้องทำให้ตัวเองเป็นสตรีที่น่าเกรงขาม เป็นที่หวาดกลัวต่อราชสำนักและประชาชนเมื่อทุกคนนึกถึง!

เป็นถึงสายลับกลับมีค่าแค่สามสิบเหวิน

“เจ้านี่จะตายมิตายแหล่อยู่แล้ว เจ้ายังจะกล้าตั้งราคาถึงหนึ่งตำลึงเงินอีกอย่างนั้นหรือ?”

“ข้าให้แค่สามสิบเหวิน เจ้าจะขายหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กชายที่อายุเพียงห้าถึงหกขวบก็ถลึงตามองทันที เขาคิดที่จะต่อรองราคาอีกครั้ง แต่เด็กสาวข้าง ๆ กลับดึงเขาเอาไว้ แล้วเอ่ยกับพ่อค้าคนกลางทั้งสองคนนั้นว่า “ตกลง สามสิบเหวินก็สามสิบเหวิน”

จากนั้นหวังเอ้อหู่และเจียงหมาจื่อจึงรีบควักเงินจ่ายให้แก่พวกเขาทันที

เด็กสาวรีบคว้าเงินนั้นมาแล้วลากน้องชายให้วิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนสตรีที่ถูกพวกนางขายไปผู้นั้น ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วกัน!

ใครใช้ให้นางเป็นคนเลวทรามต่ำช้าและใจร้ายกันเล่า ขนาดสวรรค์ยังไม่สนใจใยดีปล่อยให้นางล้มหน้าประตูจนหัวแตกเลือดออกเสียขนาดนั้นเลย!

เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่านางใจดำก็แล้วกัน นางก็แค่พยายามจะปกป้องคนในครอบครัวเท่านั้น

เด็กชายถูกเด็กสาวดึงจนเซไปเซมา แต่สองขาก็วิ่งตามหลังมาติด ๆ “พี่หญิง เราขายแม่เลี้ยงไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดเราต้องวิ่งหนีกันอีกล่ะ?”

อาอินได้ยินแบบนั้นก็ตีไปที่หน้าผากของน้องชายเบา ๆ “ถ้าไม่วิ่งแล้วจะให้รออะไรเล่า สองคนนั้นเป็นพ่อค้า ไม่แน่อาจจะจับเราไปขายด้วยก็ได้ ฝนใกล้จะตกแล้ว รีบกลับบ้านเร็วเข้า!”


เสียงดังรบกวนลอยเข้าหู ฝนเม็ดใหญ่ราวกับเม็ดถั่วตกลงมากระทบตัว จี้จือฮวนพยายามลืมตาด้วยความงุนงง แต่กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

นี่มันเรื่องอะไรกัน?

อพาร์ทเมนต์ระดับไฮเอนด์ของนางมีฝนรั่วได้อย่างไรกัน?!

ความเจ็บปวดที่ท้ายทอยทำให้นางไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้น พริบตาต่อมาก็ถูกคนลากลงจากเกวียน

“เฮ้… แม้ว่าใบหน้านี้จะดูอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัว แต่ว่ารูปร่างกลับงดงามใช้ได้เลยทีเดียว เจ้าว่า….พวกเราลองมาสนุกกันก่อนดีหรือไม่?” เจียงหมาจื่อเอ่ยออกมาอย่างหื่นกระหาย

หวังเอ้อหู่ถูมือไปมาด้วยความหนาว เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อได้ เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาจึงเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์เสียว่า “ครั้งที่แล้วเจ้าเริ่มก่อนไปแล้ว ครั้งนี้ต้องเป็นข้า”

เจียงหมาจื่อปลดสายรัดเอวออก “ได้ ๆ ๆ ถ้าเช่นนั้นเจ้าจัดการด้านล่าง ข้าจัดการด้านบนเอง”

เขาพูดด้วยรอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียน ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะคว้าหมับจับเข้าที่หน้าอกของจี้จือฮวน

“อัปลักษณ์ถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่าสามีของนางถอดกางเกงลงได้อย่างไร ฮ่า ๆ ๆ!” กล่าวจบหวังเอ้อหู่ก็ฟาดไปที่ก้นของจี้จือฮวนหนึ่งครั้ง

เจียงหมาจื่อเลียริมฝีปากและกล่าวออกมาว่า “จับนางนอนคว่ำก่อน เจ้าดูสิ ก้นของนางต้องเด็ดมากเป็นแน่! ฮ่า ๆ ๆ”

เสียงหัวเราะได้ใจของชายฉกรรจ์ทั้งสองดังก้องอยู่ข้างหู ภายในใจของจี้จือฮวนตอนนี้กำลังมีไฟโทสะลุกโชน นางลอบกำหมัดแน่น

“เจ้าขยับเท้าออกไปหน่อย ขวางทางเช่นนี้ข้าจะแสดงฝีมือได้อย่างไรกัน”

หวังเอ้อหู่ผลักเจียงหมาจื่อออก แล้วคว้าร่างของจี้จือฮวนขึ้นมา

หวังเอ้อหู่ปลายตามองจี้จือฮวนที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติ ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก แต่ก่อนที่จะได้ลงมือ จี้จือฮวนกลับคว้ามือของหวังเอ้อหู่ที่ยื่นมาเอาไว้ จากนั้นก็ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นและถีบเขาจนกลิ้งไปกับพื้น

เจียงหมาจื่อที่เพิ่งถอดกางเกงออก เมื่อเห็นดังนั้นก็คิดจะเข้ามาช่วย แต่กลับถูกจี้จือฮวนกระชากสายคาดเอวของเขามา พลางหมุนตัวไปด้านหลังอย่างคล่องแคล่วว่องไว ก่อนจะรัดคอของเขาเอาไว้แน่น

เจียงหมาจื่อพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่จี้จือฮวนก็ดึงปลายสายคาดเอวทั้งสองด้านเอาไว้อย่างมั่นคง อาศัยจังหวะตอนที่เจียงหมาจื่อดิ้นรนไปมาดึงสายคาดเอวให้แน่นขึ้นไปอีก

เพียงไม่นานเสียงคอหักดังกร๊อบก็ดังขึ้น เจียงหมาจื่อดวงตาเบิกโพลง ลิ้นจุกปาก ร่างของเขาล่วงลงไปทับร่างของหวังเอ้อหู่พอดี

จี้จือฮวนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น นางคุกเข่าลงบนร่างของเจียงหมาจื่อ ใช้น้ำหนักตัวของคนสองคนทำให้หวังเอ้อหู่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ จากนั้นก็จับหัวของหวังเอ้อหู่แล้วบิดไปทางซ้ายอย่างแรง

ศาลามุงจากที่เดิมทีเป็นที่พักผ่อนสำหรับผู้สัญจรผ่านไปมา ในที่สุดก็กลับคืนสู่ความสงบ

“อยากหลับนอนกับข้า ก็ต้องดูก่อนว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตรอดไปได้หรือไม่”

ในขณะที่จี้จือฮวนนั่งลงนั้น ความทรงจำต่าง ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับโดนคลื่นยักษ์ซัดสาดก็มิปาน

ที่นี่คือราชวงศ์ต้าจิ้นที่ไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์ เจ้าของร่างเดิมเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนจี้กั๋วกง2 แต่น่าเสียดายที่เสียโฉมและมีดวงอัปมงคล จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหญิงสาวที่อัปลักษณ์ที่สุดในเมืองหลวง

นางถูกบังคับให้นั่งเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อแต่งงานกับคนที่นอนเป็นผัก ทำให้นางกลายมาเป็นแม่เลี้ยงอย่างไม่เต็มใจนัก และด้วยความที่นางไม่พอใจ ทำให้นางยิ่งทวีความร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงทำร้ายเด็ก ๆ เท่านั้น แต่นางยังพยายามฆ่าสามีที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงอีกด้วย

เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมเนื้อเรื่องถึงดูคุ้น ๆ เช่นนี้? นี่มันตัวประกอบของนิยายเรื่อง ‘ฮองเฮาเจ้าเล่ห์’ ที่นางอ่านก่อนนอนหลับไปไม่ใช่หรือ?!

เวลานี้นางได้มาอยู่ในร่างของคนที่มีชื่อเดียวกัน และเนื้อเรื่องในตอนนี้ก็ตรงกับตอนที่ร่างนี้ของนางถูกจอมวายร้ายในอนาคตนำมาขาย!

มิน่าเล่าเมื่อครู่อารมณ์ความโกรธแค้นที่ไม่ใช่ของนางถึงได้พลุ่งพล่านขึ้นมาในชั่วพริบตา

ในเนื้อเรื่องช่วงนี้ เจ้าของร่างเดิมจะถูกพ่อค้าคนกลางรังแก จากนั้นก็ถูกขายต่อเข้าไปอยู่ในซ่องชั้นต่ำ ใช้ชีวิตอย่างมืดมน จุดจบเป็นอย่างไรนั้นไม่มีใครรู้

ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไร้ค่า นางเป็นถึงสมาชิกของหน่วยสืบราชการลับ เพียงแค่อยากจะใช้วันหยุดที่หาได้อย่างยากยิ่งนอนนิ่ง ๆ อยู่กับบ้าน และเพียงแค่อ่านนิยายไปเล่มหนึ่งเท่านั้น แต่กลับต้องมาอยู่ในโลกที่บัดซบเช่นนี้

จี้จือฮวนไม่เสียใจเลยที่ลงมือฆ่าคนเลวสองคนนี้

เพียงแต่เมื่อครู่ใช้แรงมากไปหน่อย หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ แล้ว นางจึงลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ และจัดการกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นอย่างลวก ๆ

เมื่อมองดูสายฝนที่โปรยปรายลงมาและหมู่บ้านชนบทที่ไม่คุ้นเคยด้านนอก จี้จือฮวนก็นึกถึงบ้านของเจ้าของเดิมขึ้นมาได้จากความทรงจำของนาง จากนั้นจึงก้าวเท้าหนักบ้างเบาบ้างเหยียบย่ำไปบนดินโคลน

ณ กระท่อมมุงหญ้าผุพัง

ดวงตาของอาชิงกลอกไปมา “พี่หญิง ท่านนับซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบแล้ว เป็นสามสิบเหวินไม่ผิดใช่หรือไม่?”

อาอินพยักหน้ารับ “ไม่ผิด เงินนี่พวกเราเก็บเอาไว้ เดี๋ยวเราเอาสินเดิม3 ของสตรีผู้นั้นออกมาขาย ก็จะสามารถรักษาท่านพ่อได้แล้ว”

อาชิงพยักหน้ารับรู้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “นางจะถูกขายไปที่ใดหรือ?”

อาอินกลอกตามองบน “สตรีเลวทรามเช่นนั้นจะไปที่ไหนก็ไป นางอัปลักษณ์ออกปานนั้น จะคู่ควรกับท่านพ่อของเราได้อย่างไร เจ้าคงไม่ได้เป็นห่วงนางใช่หรือไม่?”

“ไม่อยู่แล้ว ข้ากลัวว่านางจะถูกขายไปไม่ไกลพอ หากนางหนีกลับมาได้จะทำเช่นไร?”

แอ๊ด…

ประตูไม้เก่าทรุดโทรมถูกลมพัดจนเปิดออก อาชิงเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตู แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจ เขากลัวจนต้องเกาะพี่สาวที่อยู่ข้าง ๆ เอาไว้

อาอินเองก็ตกใจเช่นกัน แม่เลี้ยงที่เดิมควรถูกขายไปแล้ว เหตุใดจึงกลับมาได้อีก!

จี้จือฮวนนอกจากจะเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว ยังมีเลือดไหลลงมาจากหน้าผากอีกด้วย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ใบหน้าซีดขาวราวกับผี แต่กลับมองพวกเขาสองคนพลางหัวเราะออกมา

จี้จือฮวนที่เพิ่งมาถึงหน้าประตูบ้าน เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธทันที

นางลืมไปได้อย่างไรว่าเจ้าเด็กสองคนนี้จะกลายเป็นจอมวายร้ายผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงหลังของนิยาย คนหนึ่งเป็นถึงเทพีนักรบแห่งสงครามผู้ทรงพลัง อีกคนก็เป็นราชาพิษผู้อยู่ยงคงกระพันจากพิษทั้งปวง และสามารถต้านทานพิษกู่ได้

แม้แต่คำที่พูดออกมายังแฝงไปด้วยความชั่วร้าย หากคนที่อีกฝ่ายพูดถึงไม่ใช่จี้จือฮวน นางคงกระโดดออกมาส่งเสียงร้องสนับสนุนพวกเขาไปแล้ว

“ผี พี่หญิง นางกลายเป็นผีไปแล้ว!”

หึ! ถึงพวกเจ้าจะเป็นจอมวายร้าย แต่ก็ยังไม่ได้รับการฝึกฝนจนเก่งกาจ ข้าที่เป็นแม่เลี้ยงจะจัดการพวกเจ้าไม่ได้เชียวหรือ?

จี้จือฮวนก้าวเข้าไปด้านใน แล้วยื่นมือออกมาพลางกล่าวว่า “เอาเงินที่ขายข้าคืนมา”

อาอินสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว และมองไปที่เงาบนพื้น “เจ้ายังไม่ตาย เหตุใดเจ้าต้องมาแกล้งหลอกให้พวกข้าตกใจด้วย”

จี้จือฮวนกระดิกนิ้ว พลางเอ่ยอย่างหมดความอดทน “เอาเงินมา”

อาอินซ่อนเงินไว้ที่ด้านหลังทันที “ข้าไม่ให้ สตรีชั่วร้ายเช่นเจ้า หากได้เงินไปแล้วก็มีแต่จะเอาไปซื้อของกินคนเดียวใช่หรือไม่?!”

ไม่ยอมให้ …คิดว่านางไม่มีวิธีจัดการอย่างนั้นหรือ?

จี้จือฮวนเข้าไปจับตัวเด็กผู้หญิงตัวเล็กเอาไว้ อาศัยตอนที่เด็กทั้งสองคนกำลังจะกัดนาง คว้าเงินสามสิบเหวินนั้นมาได้

“เงินค่าตัวข้า เรื่องอะไรต้องให้เจ้าด้วย”

อาอินโกรธจนตาแดงก่ำ “เงินนั่นเอาไว้รักษาท่านพ่อ สตรีชั่วร้ายเช่นเจ้าเหตุใดถึงไม่ตาย ๆ ไปซะ!”

จี้จือฮวนเงยหน้าขึ้นมองไปที่เตียงที่คลุมด้วยผ้าขาด ๆ ตรงหน้า สิ่งนั้นมันเรียกว่าเตียงได้ด้วยหรือ มันดูเหมือนบานประตูที่มีเครื่องนอนอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างก็มีม้านั่งสองตัวค้ำเอาไว้

บนเตียงมีคน ๆ หนึ่งนอนอยู่ จี้จือฮวนก้าวเข้าไปด้านใน เตรียมที่จะเปิดผ้าม่านออกเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีของเจ้าของร่างเดิมกันแน่…

[1] เหวิน (文) เป็นค่าเงินจีนสมัยโบราณ 1000 เหวิน = 1 ตำลึงเงิน

[2] กั๋วกง (国公) เป็นตำแหน่งสูงสุดที่ขุนนางจะได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ ซึ่งมอบให้แก่ขุนนางที่มีความดีความชอบ

[3] สินเดิม (嫁妆) เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าสาว โดยครอบครัวจะจัดให้ยามแต่งงานออกไป

พกช่องว่างมิติมาเอง

“ห้ามเจ้าเข้าใกล้ท่านพ่อ!” อาอินรีบเดินมาด้านข้าง กางมือเล็ก ๆ ของนางขวางจี้จือฮวนเอาไว้

หากจี้จือฮวนจำไม่ผิดละก็ ตามเนื้อเรื่องเดิม สามีของเจ้าของร่างเดิมผู้นี้มีนามว่า เผยยวน อดีตเป็นเทพแห่งสงครามของราชวงค์ต้าจิ้น หย่งกวานโหว1 ถูกพิษมาเป็นเวลานาน มือและเท้าของเขาจึงใช้งานไม่ได้ และจะตายในอีกสามเดือนข้างหน้า

“หากไม่อยากให้พ่อของพวกเจ้าตายก็หลบไปซะ ข้าไม่มีเวลามาถกเถียงกับพวกเจ้า” จี้จือฮวนหิ้วคอเสื้อและยกเด็กสาวไปไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเปิดผ้าม่านคลุมเตียงที่ขาดจนดูไม่ได้นั้นออก

เมื่อครู่ตอนที่นางเข้ามาก็ได้กลิ่นแปลก ๆ จากในห้องนี้ กลิ่นนั้นถึงขั้นทำให้คนต้องเบือนหน้าหนีกันเลยทีเดียว

ผนังมันเยิ้มและรอยดำด่างใต้กรอบหน้าต่างมีใยแมงมุมเกาะอยู่ มีเพียงแสงริบหรี่ที่ลอดผ่านเข้ามา แม้ว่าบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงจะหลับตาอยู่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดน้อยลง เพียงแต่ใบหน้าของเขากลับซีดขาวราวกับศพ แม้แต่เส้นเลือดฝอยบนเปลือกตาก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน

ไม่อยากที่จะจินตนาการ ถ้าหากเขาไม่ได้ถูกวางยาพิษเสียก่อน ตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดปีมีความดีความชอบทางทหารจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นท่านโหว จะสง่างามและน่าเกรงขามเพียงใด

จี้จือฮวนเลิกผ้าห่มที่มีกลิ่นเหม็นและสกปรกที่คลุมตัวของเขาออก จึงได้เห็นบาดแผลที่เละจนเน่าบนร่างกายของเขา

สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก

จี้จือฮวนขมวดคิ้วมุ่น ถ้ามีผ้ากอซ แอลกอฮอล์ และไอโอดีนสักหน่อยก็คงจะดี อย่างน้อยก็สามารถล้างแผลให้เขาได้

หลังจากคิดแบบนั้น ในมือของจี้จือฮวนก็มีบางอย่างหนัก ๆ ปรากฏขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามีกล่องยากล่องหนึ่งอยู่บนมือของนาง

……?!!!

นี่มันอะไรกัน!

คิดอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ!

จี้จือฮวนหันไปมองเด็กน้อยทั้งสองคน ก่อนจะพบว่าพวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ นางรีบเปิดกล่องยาเพื่อตรวจสอบของด้านใน

ของที่อยู่ด้านในเป็นสิ่งที่นางต้องการพอดี จี้จือฮวนจึงเอ่ยออกมาว่า “ข้าจะทำแผลให้พ่อของพวกเจ้า ไปต้มน้ำมาหนึ่งอ่าง ข้าจะเช็ดตัวให้เขาด้วย กลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปหมดแล้ว”

เด็กน้อยทั้งสองสบตากันเล็กน้อย “เจ้าจะทำบ้าอะไร!”

จี้จือฮวนไม่มีเวลาอธิบายให้พวกเขาฟังมากนัก นางขมวดคิ้วและพูดว่า “หากยังชักช้าอยู่ พ่อของพวกเจ้าจะตกอยูในอันตราย”

จี้จือฮวนถอดเสื้อผ้าของเผยยวนออก “ยังไม่รีบไปอีก!”

อาชิงเดินออกมาด้วยความงุนงง มองพี่สาวที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกับตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าแม่เลี้ยงคนนี้ดูแปลก ๆ ไป ตั้งแต่ที่นางแต่งเข้ามา นางเคยดูแลท่านพ่อที่ไหนกัน”

อาอินเม้มริมฝีปากแน่น “มาดูสิว่านางจะเล่นลูกไม้อะไรอีก ในเมื่อข้าสามารถขายนางไปได้ครั้งหนึ่ง ข้าก็สามารถขายนางเป็นครั้งที่สองได้!”

จี้จือฮวนพยายามยกผ้านวมทั้งผืนออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผ้านวมผืนนี้ไม่ได้ซักมาเป็นเวลานานหรือเพราะอะไร มันถึงได้ทั้งหนักและหนาพอ ๆ กับแผ่นเหล็กเช่นนี้

ไม่ต้องหวังว่าเผยยวนที่นอนไม่ได้สติจะสามารถพลิกตัวเองได้ จี้จือฮวนรวบแขนทั้งสองของเขาที่เต็มไปด้วยบาดแผลเพื่อดึงให้เขาลุกขึ้นนั่ง จากนั้นจึงจะพบว่าสภาพด้านหลังของเขาสาหัสกว่าด้านหน้าเสียอีก

บนที่นอนเต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำ บาดแผลที่ด้านหลังถูกฉีกออก อีกทั้งยังมีเศษเสื้อผ้าบางส่วนติดอยู่กับตามบาดแผล ต้องเป็นเพราะเมื่อครู่นางออกแรงดึงมากเกินไปจึงทำให้มันหลุดติดมาด้วย

นางจำได้ว่าเจ้าของร่างเดิมได้ซ่อนสินเดิมของตัวเองเอาไว้ ซึ่งเป็นของที่นำออกมาจากจวนจี้กั๋วกง เจ้าของร่างเดิมกลัวว่าเด็กสามคนนั้นจะเอามาให้เผยยวน นางจึงไม่กล้านำออกมาใช้

จี้จือฮวนนำร่างของเผยยวนพิงกับกำแพงอย่างระมัดระวัง แล้วเดินออกมาจากห้อง

อาอินที่กำลังเติมฟืนเพื่อต้มน้ำอยู่ในครัว เมื่อหางตาเห็นว่าแม่เลี้ยงออกมาแล้ว จึงตะโกนเสียงดัง “นั่นเจ้าจะไปไหน!”

สตรีผู้นี้เอาเงินสามสิบเหวินไปแล้วก็สลัดพวกเขาทิ้ง คิดจะเอาเงินแล้วหนีไปจริง ๆ แต่โชคดีที่นางจับได้เสียก่อน

จี้จือฮวนเองก็ไม่ได้ปิดบัง “เจ้ามานี่สิ”

อาอินที่ไม่ได้เกรงกลัวนางรีบวิ่งตากฝนเข้าไปหาทันที จี้จือฮวนผลักนางเข้าไปในห้องแคบ ๆ เล็ก ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมเคยอาศัยอยู่

อาอินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่สตรีผู้นี้แต่งเข้ามา เป็นตายอย่างไรนางก็ไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้ามาในห้องนี้ไม่ใช่หรือ?

หลายครั้งที่อาชิงแอบเข้ามาในห้องนี้ก็จะถูกนางตีจนเกือบตาย แล้วเหตุใดตอนนี้จึงวางใจให้นางตามเข้ามาด้วยเล่า?

“เจ้าแรงเยอะช่วยยกกล่องนี่ไปที” จี้จือฮวนลากกล่องใบหนึ่งที่มีรูปนกยวนยางเคียงคู่ออกมาจากใต้เตียง

“เหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึงนำสินเดิมของเจ้าออกมากัน?” อาอินถามห้วน ๆ

“ข้างในมีผ้าปูผืนใหม่อยู่ เจ้าเช็ดตัวพ่อของเจ้าให้สะอาดแล้วปูให้เขานอนบนผ้าผืนนี้”

“…” อาอินสงสัยว่าตนเองจะหูฝาดไป

คงไม่ใช่เพราะนางล้มที่หน้าประตูจนกลายเป็นคนโง่เขลาหรอกกระมัง นางอยากให้ท่านพ่อตายไม่ใช่หรือ ทั้งยังก่นด่าพวกเขาสามคนบ่อยครั้งว่าเป็นภาระอีกด้วย

“จะช่วยหรือไม่ ถ้าไม่ช่วยข้าจะได้ลากออกไปเอง” จี้จือฮวนเห็นนางไม่ยอมขยับ ก็คิดที่จะยกออกไปเอง แต่ทันใดนั้นอาอินก็ก้าวเข้ามาช่วยลากไปให้

เหอะ เจ้าเด็กคนนี้สมกับที่เกิดมาพร้อมพลังมหาศาลจริง ๆ กล่องไม้ที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งยังต้องออกแรงมหาศาล แต่นางกลับลากได้สบาย ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้อายุเพียงแค่ห้าขวบเท่านั้น

เพราะมีกล่องบังฝนเอาไว้เครื่องนอนข้างในจึงยังแห้งอยู่ จี้จือฮวนให้อาอินช่วยพยุงเผยยวนเอาไว้ จากนั้นนางก็ปีนขึ้นไปบนเตียง และดึงเครื่องนอนที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็นทั้งหมดออกมา

แต่ทว่านางกลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหตุใดผ้านวมจึงขยับได้กัน?

จี้จือฮวนจับปลอกผ้านวมขึ้นมาเแล้วฉีกออกอย่างแรง ปลิงดูดเลือดตัวอวบอ้วนจำนวนมากโผล่ออกมาจากด้านในผ้านวมสีดำคล้ำ

ต่อให้อาอินจะดูโตกว่าเด็กทั่วไปขนาดไหน แต่เมื่อเห็นสิ่งแปลกประหลาดนี้ก็ยังคงตกใจมากอยู่ดี “ตัวอะไรน่ะ!”

จี้จือฮวนก้าวลงมาจากเตียงแล้วกระทืบปลิงดูดเลือดตายไปตัวหนึ่ง ทันทีที่กระทืบลงไปเลือดสีดำก็ไหลเยิ้มออกมา

จี้จือฮวนสูดลมหายใจเข้า แล้วเอ่ยเสียงเคร่งเครียดว่า “มันคือปลิงที่ดูดเลือดมนุษย์โดยเฉพาะ แถมมันยังไม่ใช่ปลิงธรรมดา แต่เป็นปลิงที่มีพิษร้ายแรงมาก”

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในนิยายเล่มนี้จะซับซ้อนกว่าที่นางคิดเอาไว้ เผยยวนสามารถอยู่รอดได้ถึงสามเดือนกว่าจะตาย เห็นได้ชัดว่าพลังชีวิตของเขาแข็งแกร่งเพียงใด

อาอินหน้าซีดลงทันที “เหตุใดถึงมีหนอนที่ดูดเลือดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ตอนกลางคืนพวกเราสามคนก็นอนกับท่านพ่อ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกอะไรกัดนี่นา”

จี้จือฮวนเหลือบตามอง “เพราะปลิงนี่ถูกเลี้ยงมาด้วยพิษ ดังนั้นจึงทำให้พิษในร่างกายของพ่อเจ้ารุนแรงขึ้นทุกวัน ก่อนหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ มันจะกลืนกินพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา เด็กน้อยอย่างพวกเจ้ายังไม่ควรค่าพอที่คนผู้นั้นจะเสียเวลาด้วย”

ภายในใจของอาอินรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่ภายนอกกลับแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “เช่นนั้นพวกเราจะทำเช่นไร ตอนนี้เจ้าคงดีใจอยู่ล่ะสิ ที่รู้ว่าพ่อของข้าประสบกับเรื่องไม่คาดฝัน เจ้าคิดที่จะหนีไปอีกแล้วใช่หรือไม่!”

จี้จือฮวนปรายตามองนาง “อย่าโวยวายพร่ำเพรื่อ ข้าไม่ได้หูหนวก ตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว หากพ่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ คนผู้นั้นอาจจะยังเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่หากพ่อเจ้าตาย พวกเราไม่ว่าใครก็คงหนีไม่รอด”

ดวงตากลมโตของอาอินกระพริบหนึ่งที “เจ้ารู้หรือว่าคนที่ทำร้ายท่านพ่อของข้าเป็นใคร?”

“ไม่รู้” นางเองก็ไม่ได้อ่านถึงตอนหลัง ๆ ขนาดนั้น รู้แค่ว่านางเอกต่อสู้และเอาชนะความยากลำบาก เปลี่ยนจากลูกสาวของอนุผู้หนึ่งมาเป็นฮองเฮาได้อย่างไร และช่วยองค์ชายรองให้ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างไร

แต่ก็เดาได้ไม่ยาก เพราะเผยยวนยังมีลูกน้องคนสนิท รวมถึงทหารกองทัพเกราะเหล็กหลายนายที่ยังเฝ้ารอให้ท่านแม่ทัพกลับไป

อีกฝ่ายไม่ได้สังหารเขาในทันที บางทีอาจเป็นเพราะชื่อเสียงของเผยยวนในหมู่ราษฎรนั้นมีมากเกินไป เขายังคงได้รับความชื่นชมอยู่ หากจู่ ๆ เขาตายตั้งแต่ยังหนุ่มโดยไม่มีสาเหตุ ไม่เท่ากับทำให้คนสงสัยอย่างนั้นหรือ?

การค่อย ๆ เฉือนเนื้อเช่นนี้ ด้านหนึ่งก็ทำให้เขาหมดสติไม่ฟื้นขึ้นมาอีก อีกด้านหนึ่งก็ค่อย ๆ ลดชื่อเสียงของเขาในกองทัพลง มิเท่ากับว่าปาหินครั้งเดียวฆ่านกได้สองตัวหรอกหรือ

เพราะอย่างนั้นเผยยวนจึงยังตายไม่ได้ เขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป มีเพียงเผยยวนต้องมีชีวิตรอดต่อไปเท่านั้น นางจึงจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยในที่แห่งนี้ได้

จี้จือฮวนตัดสินใจแล้ว…

[1] หย่งกวานโหว (勇冠侯) เป็นบรรดาศักดิ์ที่ฮ่องเต้มอบให้แก่แม่ทัพที่ทำความดีความชอบ

แม่เลี้ยงกลายเป็นคนดีแล้วจริง ๆ หรือ?

“เจ้าจะพูดมีลับลมคมนัยเช่นนั้นไปทำไมกัน ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่!” อาอินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขณะเดียวกันก็เริ่มต่อว่าแม่เลี้ยงที่ทั้งร่างโชกไปด้วยเลือด

หลังจากต่อว่าเสร็จ อาอินก็เห็นว่าจี้จือฮวนกำลังหาของไปทั่วบ้าน สุดท้ายก็เจอไหดินเผาสกปรกใบหนึ่งอยู่ตรงมุมห้อง จากนั้นก็ไปหยิบกิ่งไม้ด้านนอกมา แล้วโยนปลิงที่ยังขยับอยู่เข้าไปทีละตัว

“เจ้าจะทำอะไร หนอนพิษที่ดูดเลือดคนเช่นนี้ เจ้าจะเก็บไว้ในไหดินเผาทำไมกัน?” อาอินร้องถามด้วยความประหลาดใจ

จี้จือฮวนอธิบายให้นางฟังอย่างใจเย็น “พิษในร่างกายของพ่อเจ้า พวกมันก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย วันหน้าหากจะถอนพิษไม่แน่อาจมีประโยชน์ก็ได้ ปลิงพวกนี้ต้องใช้เวลานานในการเลี้ยงดู ฆ่ามันตายตอนนี้ก็น่าเสียดายแย่ เลี้ยงมันเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”

จี้จือฮวนเก็บปลิงบนพื้นจนหมดก็ปิดไหดินเผาเอาไว้ชั่วคราว แล้วหันมาปูเตียงต่อ

หลังจากปูที่นอนที่ทั้งนุ่มและสะอาดเรียบร้อยแล้ว ผ้านวมลายนกยวนยางเล่นน้ำสีแดงสดก็ถูกสะบัดออก

ในขณะเดียวกันอาชิงก็ตะโกนขึ้นมาว่า “น้ำร้อนได้แล้ว”

ร่างกายเล็ก ๆ ของเขาสามารถอุ้มเข้ามาได้เพียงแค่อ่างล้างหน้าใบหนึ่งเท่านั้น ไอน้ำร้อน ๆ ลอยขึ้นมา ในขณะที่อาชิงอุ้มอ่างน้ำเข้ามาก็เปลืองแรงไปไม่น้อย

จี้จือฮวนรีบรับมาวางไว้ด้านข้าง ก่อนจะไล่เด็กทั้งสองคนออกไป “ข้าจะเช็ดตัวให้พ่อพวกเจ้า พวกเจ้าไปต้มน้ำร้อนมาอีก แล้ววางเอาไว้หน้าประตูก็พอ”

อาอินยังคงตกใจกับเรื่องเมื่อครู่อยู่ ในใจก็คอยแต่จะนึกถึงปลิงพวกนั้น เด็กน้อยดึงผ้านวมและยกไหดินเผาออกไป นางตั้งใจหยิบไหปลิงนั้นออกไปด้วยตัวเอง ก่อนไปยังได้พูดจาข่มขู่อีกหนึ่งประโยค “เจ้าอย่าทำอะไรท่านพ่อข้าเชียว ไม่อย่างนั้นข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”

จี้จือฮวนขี้เกียจจะสนใจนาง เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือชายที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้!

สกปรกมากจริง ๆ ภายในห้องก็มีสภาพย่ำแย่ แม้แต่ถังอาบน้ำก็ยังไม่มี จี้จือฮวนถอดเสื้อผ้าของเผยยวนออกจนหมด จากนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนยาวมาเช็ดตัวให้เขา
คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องรูปร่างของเผยยวน เพราะเขาเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่เด็ก กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายของเขาจึงสมบูรณ์แบบ แต่น่าเสียดายที่เขานอนนานเกินไปและไม่ได้รับสารอาหารที่ดี กล้ามเนื้อเหล่านั้นจึงหายไปบางส่วน ทำให้ตอนนี้ดูเหมือนจะผอมเกินไปสักหน่อย

ปัญหาใหญ่ในตอนนี้คือจะเช็ดตัวเขาอย่างไรไม่ให้โดนบาดแผลที่เน่าเปื่อยเหล่านั้น

กว่าจะทำความสะอาดหน้าอก คอ และส่วนอื่น ๆ เสร็จ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อเห็นรอยมีดที่กรีดลึกจนเห็นกระดูกบนข้อมือของเขา ในใจของจี้จือฮวนก็รู้สึกโมโหและเศร้าใจอย่างประหลาด

ตอนที่นางอ่านนิยายเรื่องนี้ สิ่งที่นางรู้สึกเสียใจมากที่สุดก็คือชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้
ดินแดนส่วนใหญ่ในราชวงศ์ต้าจิ้นล้วนเป็นเขาที่บุกยึดมาได้ จนกระทั่งนางเอกของเรื่องได้ขึ้นเป็นฮองเฮา เหล่าราษฏรตามชายแดนก็ยังไม่รู้ว่าฮ่องเต้มีพระนามว่าอะไร แต่พวกเขากลับรู้จักเทพแห่งสงครามเผยยวนเป็นอย่างดี

แต่น่าเสียดาย …ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม เพื่อหลีกทางให้ตัวเอกในเรื่อง

จี้จือฮวนคิดถึงเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเผยยวนไปพลาง ขณะเปิดกล่องยาเพื่อหายามาใส่แผลให้เขา หลังจากตัดเนื้อที่เน่าออกแล้ว นางก็ใส่ไอโอดีนเพื่อฆ่าเชื้อที่บาดแผล จากนั้นก็ใช้เทปกาวพันผ้ากอซเอาไว้ก่อนจะเก็บของ

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จี้จือฮวนก็มองไปที่ชั้นสองของกล่องยา จากนั้นนางก็ตกอยู่ในภวังค์ …เพราะสิ่งเหล่านี้คุ้นตาเป็นอย่างมาก!

เห็นได้ชัดว่านี่คือกล่องยาในห้องทดลองที่อยู่ในบ้านของนาง ยาที่อยู่ในนั้นยังเป็นยาชนิดใหม่ของกองทัพอีกด้วย นั่นก็คือ — ยาถอนพิษ

แม้ว่าชื่อจะดูเรียบง่ายและน่ากลัวไปบ้าง แต่มันสามารถกำจัดสารพัดพิษและสร้างแอนติบอดีในร่างกายได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก

จี้จือฮวนเองก็ไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้ผลกับเผยยวนหรือไม่ แต่ในเมื่อหมดหนทางและไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็ต้องลองดูกันสักตั้ง

ไม่ง่ายเลยที่จะง้างปากของเผยยวนให้อ้าออก จี้จือฮวนบีบกรามของเขาเอาไว้ บังคับให้เขาเปิดปากออก ก่อนจะยัดยาเข้าไป

นางรอจนเห็นว่าเผยยวนกลืนยาลงไปแล้ว จึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ “สิ่งที่ข้าทำได้ก็มีเพียงเท่านี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”

จี้จือฮวนเอ่ยจบก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเก่าซอมซ่อด้านข้าง แล้วหยิบเสื้อเก่า ๆ ตัวหนึ่งมาเปลี่ยนให้เขา

หลังจากห่มผ้าให้เขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จี้จือฮวนก็เกาหัวแกรก ๆ

นางกำลังคิดว่าจะจัดการกับกล่องยานี้อย่างไรดี แต่จู่ ๆ กล่องยาก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา

เอ๊ะ! หรือว่านี่จะเป็นช่องว่างมิติในตำนาน?

ในใจของจี้จือฮวนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก นี่มันพรที่สวรรค์ประทานให้ชัด ๆ เปรียบเสมือนแสงสว่างท่ามกลางความยากลำบาก!

เด็กน้อยทั้งสองกำลังรออยู่ที่ประตูอย่างกระวนกระวายใจ ขณะที่กำลังคิดว่าจะแอบดูนั้น จี้จือฮวนก็เปิดประตูห้องออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “เข้ามาได้แล้ว”

เด็กทั้งสองไม่ได้สนใจจี้จือฮวนเลยสักนิด พลันถลาเข้าไปที่เตียงของเผยยวนทันที ทั้งสองมองใบหน้าหล่อเหลาที่สะอาดสะอ้านตรงหน้าแล้วก็รู้สึกดีใจ จนน้ำตาเกือบจะไหลออกมา

สภาพท่านพ่อที่สะอาดสะอ้านเช่นนี้ พวกเขาไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว

“พี่หญิง แม่เลี้ยงกลายเป็นคนดีแล้วจริง ๆ หรือ?” อาชิงเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของอาอิน

อาอินส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ รอท่านพี่กลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ หากนางช่วยดูแลท่านพ่อจริง ต่อไป ข้า….ข้าจะไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับนางอีกก็ได้”

จี้จือฮวนอ่อนล้ามากจริง ๆ นางนั่งลงที่ประตูพร้อมกับเสียงท้องร้องจ๊อก ๆ ที่ดังขึ้นมา เห็นได้ชัดว่านางหิวมากทีเดียว

จะไปหาของกินที่ไหนดี?

จู่ ๆ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็โผล่ขึ้นมา แถวนี้มีแม่น้ำอยู่ใกล้ ๆ นี่นา ช่วงที่ยุ่ง ๆ อยู่กับการดูแลเผยยวน ท้องฟ้าก็กลับมาปลอดโปร่งพอดี

นางสามารถไปจับปลามากินได้!

นางหันไปมองเด็กน้อยสองคนที่กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ แล้วหมุนกายเข้าไปในห้องครัว นางจัดการหยิบเคียวสับฟืนออกมา ก่อนจะเดินไปทางแม่น้ำ

อาอินมองนางด้วยความหวาดระแวง “เจ้าจะไปที่ใด คิดจะเอาเงินหนีไปใช่หรือไม่?”

จี้จือฮวนเป็นคนไม่ชอบอธิบายอะไรมากมายนัก เพราะเคยชินกับการอยู่คนเดียวมาก่อน แต่ความหวาดระแวงของเด็กน้อยคนนี้มีมากกว่าคนวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด

“ท้องข้าหิวแล้ว จะไปจับปลามากิน”

อาอินเอ่ยด้วยความโมโห “ในบ้านไม่มีข้าวสารแล้ว ถ้าเจ้าหิวก็ดื่มน้ำร้อนไปก็แล้วกัน จับปลาอะไรกัน เจ้าจับเป็นด้วยหรือ?”

เหอะ! เจ้าก็แค่จะเอาเงินไปให้ผู้อื่นก็เท่านั้น

จี้จือฮวนขี้เกียจจะสนใจนาง จึงเดินไปออกไปทันที เด็กทั้งสองคนมองหน้ากัน และแอบตามนางไปอย่างเงียบ ๆ

“ทำไม กลัวว่าข้าจะหนีหรืออย่างไร?” จี้จือฮวนเลิกคิ้วพลางเอ่ยถาม

อาอินคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่เมื่อถูกนางจับได้ก็ทำทีเสมองไปทางอื่นอย่างประดักประเดิด จี้จือฮวนเองก็ไม่คิดที่จะทำให้สาวน้อยอับอาย “อยากตามก็ตามมา ระวังทางเป็นดินโคลนจะลื่นด้วยล่ะ ปิดประตูให้เรียบร้อยด้วย”

เอ่ยจบ นางก็ถือเคียวสับฟืนเดินนำหน้าไป หลังจากอาชิงปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตามหลังนางไปต้อย ๆ พร้อมกับอาอิน

เมื่อจี้จือฮวนมาถึงริมแม่น้ำก็ใช้เคียวตัดกิ่งไม้ที่ริมฝั่ง เลือกกิ่งที่ตัวเองพอใจที่สุด จากนั้นก็เริ่มเหลากิ่งไม้ให้แหลม

อาอินมองดูอยู่ข้าง ๆ มาตลอด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคงไม่ได้จะทำเบ็ดตกปลาใช่หรือไม่?”

“ทำเช่นนั้นช้าเกินไป เมื่อไหร่ข้าจะได้กินกันเล่า” นางเอ่ยจบก็ส่งเคียวให้อาอิน “ถือไว้”

อาอินไม่อยากเป็นลูกน้องนาง ใครจะรู้ว่านางมีแผนการชั่วร้ายอะไรอยู่หรือไม่

จี้จือฮวนเห็นนางไม่ยอมรับไปก็ไม่ได้สนใจ ก่อนนำไปวางไว้ข้าง ๆ เสียเอง จากนั้นก็พับขากางเกงขึ้นมาจนถึงหัวเข่า แล้วก้มมองลงไปในแม่น้ำ

เพียงไม่นานนัก จี้จือฮวนก็ลงมืออย่างไม่ลังเล นางสามารถแทงปลาตัวหนึ่งในน้ำได้ จากนั้นก็จับมันโยนขึ้นไปบนฝั่ง “ถักเชือกฟางและร้อยมันซะ อีกเดี๋ยวจะได้หิ้วกลับบ้าน!”

อาชิงจ้องมองไปที่ปลาบนพื้นเขม็ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “พี่หญิง นางจับปลาเป็นด้วย วันนี้พวกเราจะมีปลากินแล้ว!”

อาอินเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน แต่นางกลับโมโหมากกว่า สตรีผู้นี้ในเมื่อจับปลาเป็น เหตุใดตอนแรกถึงไม่สนใจนางกับอาชิงเลย อีกทั้งยังบอกพวกเขาว่าถ้าหิวก็ไปแทะเปลือกไม้กินเอา จากนั้นก็ขโมยเงินหนีไป แล้วตอนนี้จะมาทำตัวเป็นคนดีเพื่ออะไร!

ขณะที่อาอินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นอันธพาลหมู่บ้าน หลี่ต้าจ้วงกับพวกกำลังเดินมาทางนี้ จู่ ๆ นางก็มีแผนการผุดขึ้นมาในใจ ก่อนจะเดินไปทางด้านนั้น…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...