[อ่านฟรี] เข้าสู่โลกนิยายเพื่อไปเป็นแม่เลี้ยงจอมโหดของสามวายร้าย
นิยาย Dek-D
อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 07.42 น. • ตำหนักหมื่นบุปผาข้อมูลเบื้องต้น
穿书后我成了三个反派的恶毒后娘
Author: 梨姣姣
ลิขสิทธิ์: 17k
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย: Novel Kingdom
“สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๘)”
จี้จือฮวน--หน่วยสืบสวนราชการลับระดับ S ในโลกล้ำยุค จู่ ๆ ก็ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นตัวประกอบหญิงในนิยายที่เคยอ่าน(แต่ไม่จบ) ซึ่งตายตั้งแต่ยังไม่พ้นสามบทแรก! เธอคนนี้แต่งงานกับเผยยวนได้รับสมญานาม ‘เทพสงครามแห่งความตาย’ และเป็นแม่เลี้ยงของเด็กแสบสามคน
จี้จือฮวนปฏิเสธชะตากรรมนองเลือด ขอแค่มีชีวิตรอดปลอดภัย อยู่ต่อไปก็พอ
แต่เรื่องกลับไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะตัวประกอบที่เธอกำลังเป็นอยู่ดันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกเลี้ยงทั้งสามกลายเป็นตัวมากเล่ห์ จอมมารร้าย ซึ่งจะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบอันเศร้าสลดเมื่อทั้งสามโตขึ้น…นั่นก็คือความตายอย่างน่าอนาถ
ในเมื่อเลือกไม่ได้ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เธอจะเล่นบทนี้ให้อลังการกว่าเดิม!
.
โชคดีสวรรค์ยังมีตา เธอมีทักษะทุกอย่าง ทั้งงานฝีมือ ทักษะการเพาะปลูกและทำนาที่สามารถหาเงินเพื่อใช้เลี้ยงครอบครัวได้ ยิ่งกว่านั้น เธอมีของดีที่สุด คือมิติพิเศษที่ช่วยให่เธอหยิบยืมอะไรก็ได้จากโลกอนาคตติดตัวมาด้วย!
.
เอาล่ะ! ในฐานะอดีตสายลับระดับสุดยอด ใครหน้าไหนก็หยามกันไม่ได้! ต่อให้เป็นสวรรค์ก็เถอะ หากคิดจะฆ่าเธอทิ้ง เธอจะชิงสังหารสวรรค์ก่อน!
.
.
ต่อมาลูกชายคนโตที่ตั้งแต่เด็กสุดแสนจะเงียบขรึมกลับได้ขึ้นเป็นกษัตริย์! นักรบจอมพลังซึ่งเป็นลูกสาวคนที่สองก็กลายเป็นแม่ทัพหญิงคนแรกที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ผู้ที่ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในใต้หล้า แม้แต่ลูกชายคนเล็กก็กลายเป็นแพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญสารพัดพิษ ร่างกายของเขาทนทานต่อพิษทั้งปวงอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้
.
.
จี้จือฮวนรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์ในฐานะสาวงามที่ถูกราชสำนักและประชาชนผลักไสอย่างไร้ความปรานี เธอจึงจำต้องทำให้ตัวเองเป็นสตรีที่น่าเกรงขาม เป็นที่หวาดกลัวต่อราชสำนักและประชาชนเมื่อทุกคนนึกถึง!
เป็นถึงสายลับกลับมีค่าแค่สามสิบเหวิน
“เจ้านี่จะตายมิตายแหล่อยู่แล้ว เจ้ายังจะกล้าตั้งราคาถึงหนึ่งตำลึงเงินอีกอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าให้แค่สามสิบเหวิน เจ้าจะขายหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กชายที่อายุเพียงห้าถึงหกขวบก็ถลึงตามองทันที เขาคิดที่จะต่อรองราคาอีกครั้ง แต่เด็กสาวข้าง ๆ กลับดึงเขาเอาไว้ แล้วเอ่ยกับพ่อค้าคนกลางทั้งสองคนนั้นว่า “ตกลง สามสิบเหวินก็สามสิบเหวิน”
จากนั้นหวังเอ้อหู่และเจียงหมาจื่อจึงรีบควักเงินจ่ายให้แก่พวกเขาทันที
เด็กสาวรีบคว้าเงินนั้นมาแล้วลากน้องชายให้วิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนสตรีที่ถูกพวกนางขายไปผู้นั้น ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมแล้วกัน!
ใครใช้ให้นางเป็นคนเลวทรามต่ำช้าและใจร้ายกันเล่า ขนาดสวรรค์ยังไม่สนใจใยดีปล่อยให้นางล้มหน้าประตูจนหัวแตกเลือดออกเสียขนาดนั้นเลย!
เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่านางใจดำก็แล้วกัน นางก็แค่พยายามจะปกป้องคนในครอบครัวเท่านั้น
เด็กชายถูกเด็กสาวดึงจนเซไปเซมา แต่สองขาก็วิ่งตามหลังมาติด ๆ “พี่หญิง เราขายแม่เลี้ยงไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดเราต้องวิ่งหนีกันอีกล่ะ?”
อาอินได้ยินแบบนั้นก็ตีไปที่หน้าผากของน้องชายเบา ๆ “ถ้าไม่วิ่งแล้วจะให้รออะไรเล่า สองคนนั้นเป็นพ่อค้า ไม่แน่อาจจะจับเราไปขายด้วยก็ได้ ฝนใกล้จะตกแล้ว รีบกลับบ้านเร็วเข้า!”
…
เสียงดังรบกวนลอยเข้าหู ฝนเม็ดใหญ่ราวกับเม็ดถั่วตกลงมากระทบตัว จี้จือฮวนพยายามลืมตาด้วยความงุนงง แต่กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
อพาร์ทเมนต์ระดับไฮเอนด์ของนางมีฝนรั่วได้อย่างไรกัน?!
ความเจ็บปวดที่ท้ายทอยทำให้นางไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้น พริบตาต่อมาก็ถูกคนลากลงจากเกวียน
“เฮ้… แม้ว่าใบหน้านี้จะดูอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัว แต่ว่ารูปร่างกลับงดงามใช้ได้เลยทีเดียว เจ้าว่า….พวกเราลองมาสนุกกันก่อนดีหรือไม่?” เจียงหมาจื่อเอ่ยออกมาอย่างหื่นกระหาย
หวังเอ้อหู่ถูมือไปมาด้วยความหนาว เพราะฝนที่ตกลงมาทำให้พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อได้ เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาจึงเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์เสียว่า “ครั้งที่แล้วเจ้าเริ่มก่อนไปแล้ว ครั้งนี้ต้องเป็นข้า”
เจียงหมาจื่อปลดสายรัดเอวออก “ได้ ๆ ๆ ถ้าเช่นนั้นเจ้าจัดการด้านล่าง ข้าจัดการด้านบนเอง”
เขาพูดด้วยรอยยิ้มที่น่าสะอิดสะเอียน ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะคว้าหมับจับเข้าที่หน้าอกของจี้จือฮวน
“อัปลักษณ์ถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่าสามีของนางถอดกางเกงลงได้อย่างไร ฮ่า ๆ ๆ!” กล่าวจบหวังเอ้อหู่ก็ฟาดไปที่ก้นของจี้จือฮวนหนึ่งครั้ง
เจียงหมาจื่อเลียริมฝีปากและกล่าวออกมาว่า “จับนางนอนคว่ำก่อน เจ้าดูสิ ก้นของนางต้องเด็ดมากเป็นแน่! ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะได้ใจของชายฉกรรจ์ทั้งสองดังก้องอยู่ข้างหู ภายในใจของจี้จือฮวนตอนนี้กำลังมีไฟโทสะลุกโชน นางลอบกำหมัดแน่น
“เจ้าขยับเท้าออกไปหน่อย ขวางทางเช่นนี้ข้าจะแสดงฝีมือได้อย่างไรกัน”
หวังเอ้อหู่ผลักเจียงหมาจื่อออก แล้วคว้าร่างของจี้จือฮวนขึ้นมา
หวังเอ้อหู่ปลายตามองจี้จือฮวนที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติ ก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก แต่ก่อนที่จะได้ลงมือ จี้จือฮวนกลับคว้ามือของหวังเอ้อหู่ที่ยื่นมาเอาไว้ จากนั้นก็ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นและถีบเขาจนกลิ้งไปกับพื้น
เจียงหมาจื่อที่เพิ่งถอดกางเกงออก เมื่อเห็นดังนั้นก็คิดจะเข้ามาช่วย แต่กลับถูกจี้จือฮวนกระชากสายคาดเอวของเขามา พลางหมุนตัวไปด้านหลังอย่างคล่องแคล่วว่องไว ก่อนจะรัดคอของเขาเอาไว้แน่น
เจียงหมาจื่อพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่จี้จือฮวนก็ดึงปลายสายคาดเอวทั้งสองด้านเอาไว้อย่างมั่นคง อาศัยจังหวะตอนที่เจียงหมาจื่อดิ้นรนไปมาดึงสายคาดเอวให้แน่นขึ้นไปอีก
เพียงไม่นานเสียงคอหักดังกร๊อบก็ดังขึ้น เจียงหมาจื่อดวงตาเบิกโพลง ลิ้นจุกปาก ร่างของเขาล่วงลงไปทับร่างของหวังเอ้อหู่พอดี
จี้จือฮวนไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น นางคุกเข่าลงบนร่างของเจียงหมาจื่อ ใช้น้ำหนักตัวของคนสองคนทำให้หวังเอ้อหู่ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ จากนั้นก็จับหัวของหวังเอ้อหู่แล้วบิดไปทางซ้ายอย่างแรง
ศาลามุงจากที่เดิมทีเป็นที่พักผ่อนสำหรับผู้สัญจรผ่านไปมา ในที่สุดก็กลับคืนสู่ความสงบ
“อยากหลับนอนกับข้า ก็ต้องดูก่อนว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตรอดไปได้หรือไม่”
ในขณะที่จี้จือฮวนนั่งลงนั้น ความทรงจำต่าง ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับโดนคลื่นยักษ์ซัดสาดก็มิปาน
ที่นี่คือราชวงศ์ต้าจิ้นที่ไม่มีอยู่ในประวัติศาสตร์ เจ้าของร่างเดิมเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนจี้กั๋วกง2 แต่น่าเสียดายที่เสียโฉมและมีดวงอัปมงคล จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นหญิงสาวที่อัปลักษณ์ที่สุดในเมืองหลวง
นางถูกบังคับให้นั่งเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อแต่งงานกับคนที่นอนเป็นผัก ทำให้นางกลายมาเป็นแม่เลี้ยงอย่างไม่เต็มใจนัก และด้วยความที่นางไม่พอใจ ทำให้นางยิ่งทวีความร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงทำร้ายเด็ก ๆ เท่านั้น แต่นางยังพยายามฆ่าสามีที่นอนเป็นผักอยู่บนเตียงอีกด้วย
เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมเนื้อเรื่องถึงดูคุ้น ๆ เช่นนี้? นี่มันตัวประกอบของนิยายเรื่อง ‘ฮองเฮาเจ้าเล่ห์’ ที่นางอ่านก่อนนอนหลับไปไม่ใช่หรือ?!
เวลานี้นางได้มาอยู่ในร่างของคนที่มีชื่อเดียวกัน และเนื้อเรื่องในตอนนี้ก็ตรงกับตอนที่ร่างนี้ของนางถูกจอมวายร้ายในอนาคตนำมาขาย!
มิน่าเล่าเมื่อครู่อารมณ์ความโกรธแค้นที่ไม่ใช่ของนางถึงได้พลุ่งพล่านขึ้นมาในชั่วพริบตา
ในเนื้อเรื่องช่วงนี้ เจ้าของร่างเดิมจะถูกพ่อค้าคนกลางรังแก จากนั้นก็ถูกขายต่อเข้าไปอยู่ในซ่องชั้นต่ำ ใช้ชีวิตอย่างมืดมน จุดจบเป็นอย่างไรนั้นไม่มีใครรู้
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกไร้ค่า นางเป็นถึงสมาชิกของหน่วยสืบราชการลับ เพียงแค่อยากจะใช้วันหยุดที่หาได้อย่างยากยิ่งนอนนิ่ง ๆ อยู่กับบ้าน และเพียงแค่อ่านนิยายไปเล่มหนึ่งเท่านั้น แต่กลับต้องมาอยู่ในโลกที่บัดซบเช่นนี้
จี้จือฮวนไม่เสียใจเลยที่ลงมือฆ่าคนเลวสองคนนี้
เพียงแต่เมื่อครู่ใช้แรงมากไปหน่อย หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ แล้ว นางจึงลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ และจัดการกับเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นอย่างลวก ๆ
เมื่อมองดูสายฝนที่โปรยปรายลงมาและหมู่บ้านชนบทที่ไม่คุ้นเคยด้านนอก จี้จือฮวนก็นึกถึงบ้านของเจ้าของเดิมขึ้นมาได้จากความทรงจำของนาง จากนั้นจึงก้าวเท้าหนักบ้างเบาบ้างเหยียบย่ำไปบนดินโคลน
…
ณ กระท่อมมุงหญ้าผุพัง
ดวงตาของอาชิงกลอกไปมา “พี่หญิง ท่านนับซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบแล้ว เป็นสามสิบเหวินไม่ผิดใช่หรือไม่?”
อาอินพยักหน้ารับ “ไม่ผิด เงินนี่พวกเราเก็บเอาไว้ เดี๋ยวเราเอาสินเดิม3 ของสตรีผู้นั้นออกมาขาย ก็จะสามารถรักษาท่านพ่อได้แล้ว”
อาชิงพยักหน้ารับรู้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “นางจะถูกขายไปที่ใดหรือ?”
อาอินกลอกตามองบน “สตรีเลวทรามเช่นนั้นจะไปที่ไหนก็ไป นางอัปลักษณ์ออกปานนั้น จะคู่ควรกับท่านพ่อของเราได้อย่างไร เจ้าคงไม่ได้เป็นห่วงนางใช่หรือไม่?”
“ไม่อยู่แล้ว ข้ากลัวว่านางจะถูกขายไปไม่ไกลพอ หากนางหนีกลับมาได้จะทำเช่นไร?”
แอ๊ด…
ประตูไม้เก่าทรุดโทรมถูกลมพัดจนเปิดออก อาชิงเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตู แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจ เขากลัวจนต้องเกาะพี่สาวที่อยู่ข้าง ๆ เอาไว้
อาอินเองก็ตกใจเช่นกัน แม่เลี้ยงที่เดิมควรถูกขายไปแล้ว เหตุใดจึงกลับมาได้อีก!
จี้จือฮวนนอกจากจะเปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว ยังมีเลือดไหลลงมาจากหน้าผากอีกด้วย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ ใบหน้าซีดขาวราวกับผี แต่กลับมองพวกเขาสองคนพลางหัวเราะออกมา
จี้จือฮวนที่เพิ่งมาถึงหน้าประตูบ้าน เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธทันที
นางลืมไปได้อย่างไรว่าเจ้าเด็กสองคนนี้จะกลายเป็นจอมวายร้ายผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงหลังของนิยาย คนหนึ่งเป็นถึงเทพีนักรบแห่งสงครามผู้ทรงพลัง อีกคนก็เป็นราชาพิษผู้อยู่ยงคงกระพันจากพิษทั้งปวง และสามารถต้านทานพิษกู่ได้
แม้แต่คำที่พูดออกมายังแฝงไปด้วยความชั่วร้าย หากคนที่อีกฝ่ายพูดถึงไม่ใช่จี้จือฮวน นางคงกระโดดออกมาส่งเสียงร้องสนับสนุนพวกเขาไปแล้ว
“ผี พี่หญิง นางกลายเป็นผีไปแล้ว!”
หึ! ถึงพวกเจ้าจะเป็นจอมวายร้าย แต่ก็ยังไม่ได้รับการฝึกฝนจนเก่งกาจ ข้าที่เป็นแม่เลี้ยงจะจัดการพวกเจ้าไม่ได้เชียวหรือ?
จี้จือฮวนก้าวเข้าไปด้านใน แล้วยื่นมือออกมาพลางกล่าวว่า “เอาเงินที่ขายข้าคืนมา”
อาอินสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว และมองไปที่เงาบนพื้น “เจ้ายังไม่ตาย เหตุใดเจ้าต้องมาแกล้งหลอกให้พวกข้าตกใจด้วย”
จี้จือฮวนกระดิกนิ้ว พลางเอ่ยอย่างหมดความอดทน “เอาเงินมา”
อาอินซ่อนเงินไว้ที่ด้านหลังทันที “ข้าไม่ให้ สตรีชั่วร้ายเช่นเจ้า หากได้เงินไปแล้วก็มีแต่จะเอาไปซื้อของกินคนเดียวใช่หรือไม่?!”
ไม่ยอมให้ …คิดว่านางไม่มีวิธีจัดการอย่างนั้นหรือ?
จี้จือฮวนเข้าไปจับตัวเด็กผู้หญิงตัวเล็กเอาไว้ อาศัยตอนที่เด็กทั้งสองคนกำลังจะกัดนาง คว้าเงินสามสิบเหวินนั้นมาได้
“เงินค่าตัวข้า เรื่องอะไรต้องให้เจ้าด้วย”
อาอินโกรธจนตาแดงก่ำ “เงินนั่นเอาไว้รักษาท่านพ่อ สตรีชั่วร้ายเช่นเจ้าเหตุใดถึงไม่ตาย ๆ ไปซะ!”
จี้จือฮวนเงยหน้าขึ้นมองไปที่เตียงที่คลุมด้วยผ้าขาด ๆ ตรงหน้า สิ่งนั้นมันเรียกว่าเตียงได้ด้วยหรือ มันดูเหมือนบานประตูที่มีเครื่องนอนอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างก็มีม้านั่งสองตัวค้ำเอาไว้
บนเตียงมีคน ๆ หนึ่งนอนอยู่ จี้จือฮวนก้าวเข้าไปด้านใน เตรียมที่จะเปิดผ้าม่านออกเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับสามีของเจ้าของร่างเดิมกันแน่…
[1] เหวิน (文) เป็นค่าเงินจีนสมัยโบราณ 1000 เหวิน = 1 ตำลึงเงิน
[2] กั๋วกง (国公) เป็นตำแหน่งสูงสุดที่ขุนนางจะได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ ซึ่งมอบให้แก่ขุนนางที่มีความดีความชอบ
[3] สินเดิม (嫁妆) เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าสาว โดยครอบครัวจะจัดให้ยามแต่งงานออกไป
พกช่องว่างมิติมาเอง
“ห้ามเจ้าเข้าใกล้ท่านพ่อ!” อาอินรีบเดินมาด้านข้าง กางมือเล็ก ๆ ของนางขวางจี้จือฮวนเอาไว้
หากจี้จือฮวนจำไม่ผิดละก็ ตามเนื้อเรื่องเดิม สามีของเจ้าของร่างเดิมผู้นี้มีนามว่า เผยยวน อดีตเป็นเทพแห่งสงครามของราชวงค์ต้าจิ้น หย่งกวานโหว1 ถูกพิษมาเป็นเวลานาน มือและเท้าของเขาจึงใช้งานไม่ได้ และจะตายในอีกสามเดือนข้างหน้า
“หากไม่อยากให้พ่อของพวกเจ้าตายก็หลบไปซะ ข้าไม่มีเวลามาถกเถียงกับพวกเจ้า” จี้จือฮวนหิ้วคอเสื้อและยกเด็กสาวไปไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเปิดผ้าม่านคลุมเตียงที่ขาดจนดูไม่ได้นั้นออก
เมื่อครู่ตอนที่นางเข้ามาก็ได้กลิ่นแปลก ๆ จากในห้องนี้ กลิ่นนั้นถึงขั้นทำให้คนต้องเบือนหน้าหนีกันเลยทีเดียว
ผนังมันเยิ้มและรอยดำด่างใต้กรอบหน้าต่างมีใยแมงมุมเกาะอยู่ มีเพียงแสงริบหรี่ที่ลอดผ่านเข้ามา แม้ว่าบุรุษที่นอนอยู่บนเตียงจะหลับตาอยู่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดน้อยลง เพียงแต่ใบหน้าของเขากลับซีดขาวราวกับศพ แม้แต่เส้นเลือดฝอยบนเปลือกตาก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน
ไม่อยากที่จะจินตนาการ ถ้าหากเขาไม่ได้ถูกวางยาพิษเสียก่อน ตอนที่เขาอายุสิบเจ็ดปีมีความดีความชอบทางทหารจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นท่านโหว จะสง่างามและน่าเกรงขามเพียงใด
จี้จือฮวนเลิกผ้าห่มที่มีกลิ่นเหม็นและสกปรกที่คลุมตัวของเขาออก จึงได้เห็นบาดแผลที่เละจนเน่าบนร่างกายของเขา
สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่นางคิดเอาไว้เสียอีก
จี้จือฮวนขมวดคิ้วมุ่น ถ้ามีผ้ากอซ แอลกอฮอล์ และไอโอดีนสักหน่อยก็คงจะดี อย่างน้อยก็สามารถล้างแผลให้เขาได้
หลังจากคิดแบบนั้น ในมือของจี้จือฮวนก็มีบางอย่างหนัก ๆ ปรากฏขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามีกล่องยากล่องหนึ่งอยู่บนมือของนาง
……?!!!
นี่มันอะไรกัน!
คิดอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ!
จี้จือฮวนหันไปมองเด็กน้อยทั้งสองคน ก่อนจะพบว่าพวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ นางรีบเปิดกล่องยาเพื่อตรวจสอบของด้านใน
ของที่อยู่ด้านในเป็นสิ่งที่นางต้องการพอดี จี้จือฮวนจึงเอ่ยออกมาว่า “ข้าจะทำแผลให้พ่อของพวกเจ้า ไปต้มน้ำมาหนึ่งอ่าง ข้าจะเช็ดตัวให้เขาด้วย กลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปหมดแล้ว”
เด็กน้อยทั้งสองสบตากันเล็กน้อย “เจ้าจะทำบ้าอะไร!”
จี้จือฮวนไม่มีเวลาอธิบายให้พวกเขาฟังมากนัก นางขมวดคิ้วและพูดว่า “หากยังชักช้าอยู่ พ่อของพวกเจ้าจะตกอยูในอันตราย”
จี้จือฮวนถอดเสื้อผ้าของเผยยวนออก “ยังไม่รีบไปอีก!”
อาชิงเดินออกมาด้วยความงุนงง มองพี่สาวที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกับตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ “เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าแม่เลี้ยงคนนี้ดูแปลก ๆ ไป ตั้งแต่ที่นางแต่งเข้ามา นางเคยดูแลท่านพ่อที่ไหนกัน”
อาอินเม้มริมฝีปากแน่น “มาดูสิว่านางจะเล่นลูกไม้อะไรอีก ในเมื่อข้าสามารถขายนางไปได้ครั้งหนึ่ง ข้าก็สามารถขายนางเป็นครั้งที่สองได้!”
จี้จือฮวนพยายามยกผ้านวมทั้งผืนออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผ้านวมผืนนี้ไม่ได้ซักมาเป็นเวลานานหรือเพราะอะไร มันถึงได้ทั้งหนักและหนาพอ ๆ กับแผ่นเหล็กเช่นนี้
ไม่ต้องหวังว่าเผยยวนที่นอนไม่ได้สติจะสามารถพลิกตัวเองได้ จี้จือฮวนรวบแขนทั้งสองของเขาที่เต็มไปด้วยบาดแผลเพื่อดึงให้เขาลุกขึ้นนั่ง จากนั้นจึงจะพบว่าสภาพด้านหลังของเขาสาหัสกว่าด้านหน้าเสียอีก
บนที่นอนเต็มไปด้วยคราบเลือดสีดำ บาดแผลที่ด้านหลังถูกฉีกออก อีกทั้งยังมีเศษเสื้อผ้าบางส่วนติดอยู่กับตามบาดแผล ต้องเป็นเพราะเมื่อครู่นางออกแรงดึงมากเกินไปจึงทำให้มันหลุดติดมาด้วย
นางจำได้ว่าเจ้าของร่างเดิมได้ซ่อนสินเดิมของตัวเองเอาไว้ ซึ่งเป็นของที่นำออกมาจากจวนจี้กั๋วกง เจ้าของร่างเดิมกลัวว่าเด็กสามคนนั้นจะเอามาให้เผยยวน นางจึงไม่กล้านำออกมาใช้
จี้จือฮวนนำร่างของเผยยวนพิงกับกำแพงอย่างระมัดระวัง แล้วเดินออกมาจากห้อง
อาอินที่กำลังเติมฟืนเพื่อต้มน้ำอยู่ในครัว เมื่อหางตาเห็นว่าแม่เลี้ยงออกมาแล้ว จึงตะโกนเสียงดัง “นั่นเจ้าจะไปไหน!”
สตรีผู้นี้เอาเงินสามสิบเหวินไปแล้วก็สลัดพวกเขาทิ้ง คิดจะเอาเงินแล้วหนีไปจริง ๆ แต่โชคดีที่นางจับได้เสียก่อน
จี้จือฮวนเองก็ไม่ได้ปิดบัง “เจ้ามานี่สิ”
อาอินที่ไม่ได้เกรงกลัวนางรีบวิ่งตากฝนเข้าไปหาทันที จี้จือฮวนผลักนางเข้าไปในห้องแคบ ๆ เล็ก ๆ ที่เจ้าของร่างเดิมเคยอาศัยอยู่
อาอินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่สตรีผู้นี้แต่งเข้ามา เป็นตายอย่างไรนางก็ไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้ามาในห้องนี้ไม่ใช่หรือ?
หลายครั้งที่อาชิงแอบเข้ามาในห้องนี้ก็จะถูกนางตีจนเกือบตาย แล้วเหตุใดตอนนี้จึงวางใจให้นางตามเข้ามาด้วยเล่า?
“เจ้าแรงเยอะช่วยยกกล่องนี่ไปที” จี้จือฮวนลากกล่องใบหนึ่งที่มีรูปนกยวนยางเคียงคู่ออกมาจากใต้เตียง
“เหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึงนำสินเดิมของเจ้าออกมากัน?” อาอินถามห้วน ๆ
“ข้างในมีผ้าปูผืนใหม่อยู่ เจ้าเช็ดตัวพ่อของเจ้าให้สะอาดแล้วปูให้เขานอนบนผ้าผืนนี้”
“…” อาอินสงสัยว่าตนเองจะหูฝาดไป
คงไม่ใช่เพราะนางล้มที่หน้าประตูจนกลายเป็นคนโง่เขลาหรอกกระมัง นางอยากให้ท่านพ่อตายไม่ใช่หรือ ทั้งยังก่นด่าพวกเขาสามคนบ่อยครั้งว่าเป็นภาระอีกด้วย
“จะช่วยหรือไม่ ถ้าไม่ช่วยข้าจะได้ลากออกไปเอง” จี้จือฮวนเห็นนางไม่ยอมขยับ ก็คิดที่จะยกออกไปเอง แต่ทันใดนั้นอาอินก็ก้าวเข้ามาช่วยลากไปให้
เหอะ เจ้าเด็กคนนี้สมกับที่เกิดมาพร้อมพลังมหาศาลจริง ๆ กล่องไม้ที่ผู้ใหญ่คนหนึ่งยังต้องออกแรงมหาศาล แต่นางกลับลากได้สบาย ๆ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้อายุเพียงแค่ห้าขวบเท่านั้น
เพราะมีกล่องบังฝนเอาไว้เครื่องนอนข้างในจึงยังแห้งอยู่ จี้จือฮวนให้อาอินช่วยพยุงเผยยวนเอาไว้ จากนั้นนางก็ปีนขึ้นไปบนเตียง และดึงเครื่องนอนที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็นทั้งหมดออกมา
แต่ทว่านางกลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ เหตุใดผ้านวมจึงขยับได้กัน?
จี้จือฮวนจับปลอกผ้านวมขึ้นมาเแล้วฉีกออกอย่างแรง ปลิงดูดเลือดตัวอวบอ้วนจำนวนมากโผล่ออกมาจากด้านในผ้านวมสีดำคล้ำ
ต่อให้อาอินจะดูโตกว่าเด็กทั่วไปขนาดไหน แต่เมื่อเห็นสิ่งแปลกประหลาดนี้ก็ยังคงตกใจมากอยู่ดี “ตัวอะไรน่ะ!”
จี้จือฮวนก้าวลงมาจากเตียงแล้วกระทืบปลิงดูดเลือดตายไปตัวหนึ่ง ทันทีที่กระทืบลงไปเลือดสีดำก็ไหลเยิ้มออกมา
จี้จือฮวนสูดลมหายใจเข้า แล้วเอ่ยเสียงเคร่งเครียดว่า “มันคือปลิงที่ดูดเลือดมนุษย์โดยเฉพาะ แถมมันยังไม่ใช่ปลิงธรรมดา แต่เป็นปลิงที่มีพิษร้ายแรงมาก”
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในนิยายเล่มนี้จะซับซ้อนกว่าที่นางคิดเอาไว้ เผยยวนสามารถอยู่รอดได้ถึงสามเดือนกว่าจะตาย เห็นได้ชัดว่าพลังชีวิตของเขาแข็งแกร่งเพียงใด
อาอินหน้าซีดลงทันที “เหตุใดถึงมีหนอนที่ดูดเลือดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ตอนกลางคืนพวกเราสามคนก็นอนกับท่านพ่อ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกอะไรกัดนี่นา”
จี้จือฮวนเหลือบตามอง “เพราะปลิงนี่ถูกเลี้ยงมาด้วยพิษ ดังนั้นจึงทำให้พิษในร่างกายของพ่อเจ้ารุนแรงขึ้นทุกวัน ก่อนหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ มันจะกลืนกินพลังชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขา เด็กน้อยอย่างพวกเจ้ายังไม่ควรค่าพอที่คนผู้นั้นจะเสียเวลาด้วย”
ภายในใจของอาอินรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่ภายนอกกลับแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “เช่นนั้นพวกเราจะทำเช่นไร ตอนนี้เจ้าคงดีใจอยู่ล่ะสิ ที่รู้ว่าพ่อของข้าประสบกับเรื่องไม่คาดฝัน เจ้าคิดที่จะหนีไปอีกแล้วใช่หรือไม่!”
จี้จือฮวนปรายตามองนาง “อย่าโวยวายพร่ำเพรื่อ ข้าไม่ได้หูหนวก ตอนนี้พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว หากพ่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ คนผู้นั้นอาจจะยังเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่หากพ่อเจ้าตาย พวกเราไม่ว่าใครก็คงหนีไม่รอด”
ดวงตากลมโตของอาอินกระพริบหนึ่งที “เจ้ารู้หรือว่าคนที่ทำร้ายท่านพ่อของข้าเป็นใคร?”
“ไม่รู้” นางเองก็ไม่ได้อ่านถึงตอนหลัง ๆ ขนาดนั้น รู้แค่ว่านางเอกต่อสู้และเอาชนะความยากลำบาก เปลี่ยนจากลูกสาวของอนุผู้หนึ่งมาเป็นฮองเฮาได้อย่างไร และช่วยองค์ชายรองให้ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างไร
แต่ก็เดาได้ไม่ยาก เพราะเผยยวนยังมีลูกน้องคนสนิท รวมถึงทหารกองทัพเกราะเหล็กหลายนายที่ยังเฝ้ารอให้ท่านแม่ทัพกลับไป
อีกฝ่ายไม่ได้สังหารเขาในทันที บางทีอาจเป็นเพราะชื่อเสียงของเผยยวนในหมู่ราษฎรนั้นมีมากเกินไป เขายังคงได้รับความชื่นชมอยู่ หากจู่ ๆ เขาตายตั้งแต่ยังหนุ่มโดยไม่มีสาเหตุ ไม่เท่ากับทำให้คนสงสัยอย่างนั้นหรือ?
การค่อย ๆ เฉือนเนื้อเช่นนี้ ด้านหนึ่งก็ทำให้เขาหมดสติไม่ฟื้นขึ้นมาอีก อีกด้านหนึ่งก็ค่อย ๆ ลดชื่อเสียงของเขาในกองทัพลง มิเท่ากับว่าปาหินครั้งเดียวฆ่านกได้สองตัวหรอกหรือ
เพราะอย่างนั้นเผยยวนจึงยังตายไม่ได้ เขาต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป มีเพียงเผยยวนต้องมีชีวิตรอดต่อไปเท่านั้น นางจึงจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยในที่แห่งนี้ได้
จี้จือฮวนตัดสินใจแล้ว…
[1] หย่งกวานโหว (勇冠侯) เป็นบรรดาศักดิ์ที่ฮ่องเต้มอบให้แก่แม่ทัพที่ทำความดีความชอบ
แม่เลี้ยงกลายเป็นคนดีแล้วจริง ๆ หรือ?
“เจ้าจะพูดมีลับลมคมนัยเช่นนั้นไปทำไมกัน ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าที่พูดมาเป็นเรื่องจริงหรือไม่!” อาอินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขณะเดียวกันก็เริ่มต่อว่าแม่เลี้ยงที่ทั้งร่างโชกไปด้วยเลือด
หลังจากต่อว่าเสร็จ อาอินก็เห็นว่าจี้จือฮวนกำลังหาของไปทั่วบ้าน สุดท้ายก็เจอไหดินเผาสกปรกใบหนึ่งอยู่ตรงมุมห้อง จากนั้นก็ไปหยิบกิ่งไม้ด้านนอกมา แล้วโยนปลิงที่ยังขยับอยู่เข้าไปทีละตัว
“เจ้าจะทำอะไร หนอนพิษที่ดูดเลือดคนเช่นนี้ เจ้าจะเก็บไว้ในไหดินเผาทำไมกัน?” อาอินร้องถามด้วยความประหลาดใจ
จี้จือฮวนอธิบายให้นางฟังอย่างใจเย็น “พิษในร่างกายของพ่อเจ้า พวกมันก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย วันหน้าหากจะถอนพิษไม่แน่อาจมีประโยชน์ก็ได้ ปลิงพวกนี้ต้องใช้เวลานานในการเลี้ยงดู ฆ่ามันตายตอนนี้ก็น่าเสียดายแย่ เลี้ยงมันเอาไว้ก่อนจะดีกว่า”
จี้จือฮวนเก็บปลิงบนพื้นจนหมดก็ปิดไหดินเผาเอาไว้ชั่วคราว แล้วหันมาปูเตียงต่อ
หลังจากปูที่นอนที่ทั้งนุ่มและสะอาดเรียบร้อยแล้ว ผ้านวมลายนกยวนยางเล่นน้ำสีแดงสดก็ถูกสะบัดออก
ในขณะเดียวกันอาชิงก็ตะโกนขึ้นมาว่า “น้ำร้อนได้แล้ว”
ร่างกายเล็ก ๆ ของเขาสามารถอุ้มเข้ามาได้เพียงแค่อ่างล้างหน้าใบหนึ่งเท่านั้น ไอน้ำร้อน ๆ ลอยขึ้นมา ในขณะที่อาชิงอุ้มอ่างน้ำเข้ามาก็เปลืองแรงไปไม่น้อย
จี้จือฮวนรีบรับมาวางไว้ด้านข้าง ก่อนจะไล่เด็กทั้งสองคนออกไป “ข้าจะเช็ดตัวให้พ่อพวกเจ้า พวกเจ้าไปต้มน้ำร้อนมาอีก แล้ววางเอาไว้หน้าประตูก็พอ”
อาอินยังคงตกใจกับเรื่องเมื่อครู่อยู่ ในใจก็คอยแต่จะนึกถึงปลิงพวกนั้น เด็กน้อยดึงผ้านวมและยกไหดินเผาออกไป นางตั้งใจหยิบไหปลิงนั้นออกไปด้วยตัวเอง ก่อนไปยังได้พูดจาข่มขู่อีกหนึ่งประโยค “เจ้าอย่าทำอะไรท่านพ่อข้าเชียว ไม่อย่างนั้นข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
จี้จือฮวนขี้เกียจจะสนใจนาง เพราะปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือชายที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้!
สกปรกมากจริง ๆ ภายในห้องก็มีสภาพย่ำแย่ แม้แต่ถังอาบน้ำก็ยังไม่มี จี้จือฮวนถอดเสื้อผ้าของเผยยวนออกจนหมด จากนั้นจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนยาวมาเช็ดตัวให้เขา
คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องรูปร่างของเผยยวน เพราะเขาเข้าร่วมกองทัพตั้งแต่เด็ก กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายของเขาจึงสมบูรณ์แบบ แต่น่าเสียดายที่เขานอนนานเกินไปและไม่ได้รับสารอาหารที่ดี กล้ามเนื้อเหล่านั้นจึงหายไปบางส่วน ทำให้ตอนนี้ดูเหมือนจะผอมเกินไปสักหน่อย
ปัญหาใหญ่ในตอนนี้คือจะเช็ดตัวเขาอย่างไรไม่ให้โดนบาดแผลที่เน่าเปื่อยเหล่านั้น
กว่าจะทำความสะอาดหน้าอก คอ และส่วนอื่น ๆ เสร็จ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อเห็นรอยมีดที่กรีดลึกจนเห็นกระดูกบนข้อมือของเขา ในใจของจี้จือฮวนก็รู้สึกโมโหและเศร้าใจอย่างประหลาด
ตอนที่นางอ่านนิยายเรื่องนี้ สิ่งที่นางรู้สึกเสียใจมากที่สุดก็คือชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้
ดินแดนส่วนใหญ่ในราชวงศ์ต้าจิ้นล้วนเป็นเขาที่บุกยึดมาได้ จนกระทั่งนางเอกของเรื่องได้ขึ้นเป็นฮองเฮา เหล่าราษฏรตามชายแดนก็ยังไม่รู้ว่าฮ่องเต้มีพระนามว่าอะไร แต่พวกเขากลับรู้จักเทพแห่งสงครามเผยยวนเป็นอย่างดี
แต่น่าเสียดาย …ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม เพื่อหลีกทางให้ตัวเอกในเรื่อง
จี้จือฮวนคิดถึงเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเผยยวนไปพลาง ขณะเปิดกล่องยาเพื่อหายามาใส่แผลให้เขา หลังจากตัดเนื้อที่เน่าออกแล้ว นางก็ใส่ไอโอดีนเพื่อฆ่าเชื้อที่บาดแผล จากนั้นก็ใช้เทปกาวพันผ้ากอซเอาไว้ก่อนจะเก็บของ
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จี้จือฮวนก็มองไปที่ชั้นสองของกล่องยา จากนั้นนางก็ตกอยู่ในภวังค์ …เพราะสิ่งเหล่านี้คุ้นตาเป็นอย่างมาก!
เห็นได้ชัดว่านี่คือกล่องยาในห้องทดลองที่อยู่ในบ้านของนาง ยาที่อยู่ในนั้นยังเป็นยาชนิดใหม่ของกองทัพอีกด้วย นั่นก็คือ — ยาถอนพิษ
แม้ว่าชื่อจะดูเรียบง่ายและน่ากลัวไปบ้าง แต่มันสามารถกำจัดสารพัดพิษและสร้างแอนติบอดีในร่างกายได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก
จี้จือฮวนเองก็ไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้ผลกับเผยยวนหรือไม่ แต่ในเมื่อหมดหนทางและไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็ต้องลองดูกันสักตั้ง
ไม่ง่ายเลยที่จะง้างปากของเผยยวนให้อ้าออก จี้จือฮวนบีบกรามของเขาเอาไว้ บังคับให้เขาเปิดปากออก ก่อนจะยัดยาเข้าไป
นางรอจนเห็นว่าเผยยวนกลืนยาลงไปแล้ว จึงเอ่ยขึ้นช้า ๆ “สิ่งที่ข้าทำได้ก็มีเพียงเท่านี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
จี้จือฮวนเอ่ยจบก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเก่าซอมซ่อด้านข้าง แล้วหยิบเสื้อเก่า ๆ ตัวหนึ่งมาเปลี่ยนให้เขา
หลังจากห่มผ้าให้เขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จี้จือฮวนก็เกาหัวแกรก ๆ
นางกำลังคิดว่าจะจัดการกับกล่องยานี้อย่างไรดี แต่จู่ ๆ กล่องยาก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา
เอ๊ะ! หรือว่านี่จะเป็นช่องว่างมิติในตำนาน?
ในใจของจี้จือฮวนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก นี่มันพรที่สวรรค์ประทานให้ชัด ๆ เปรียบเสมือนแสงสว่างท่ามกลางความยากลำบาก!
เด็กน้อยทั้งสองกำลังรออยู่ที่ประตูอย่างกระวนกระวายใจ ขณะที่กำลังคิดว่าจะแอบดูนั้น จี้จือฮวนก็เปิดประตูห้องออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “เข้ามาได้แล้ว”
เด็กทั้งสองไม่ได้สนใจจี้จือฮวนเลยสักนิด พลันถลาเข้าไปที่เตียงของเผยยวนทันที ทั้งสองมองใบหน้าหล่อเหลาที่สะอาดสะอ้านตรงหน้าแล้วก็รู้สึกดีใจ จนน้ำตาเกือบจะไหลออกมา
สภาพท่านพ่อที่สะอาดสะอ้านเช่นนี้ พวกเขาไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว
“พี่หญิง แม่เลี้ยงกลายเป็นคนดีแล้วจริง ๆ หรือ?” อาชิงเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของอาอิน
อาอินส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้ รอท่านพี่กลับมาก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ หากนางช่วยดูแลท่านพ่อจริง ต่อไป ข้า….ข้าจะไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับนางอีกก็ได้”
จี้จือฮวนอ่อนล้ามากจริง ๆ นางนั่งลงที่ประตูพร้อมกับเสียงท้องร้องจ๊อก ๆ ที่ดังขึ้นมา เห็นได้ชัดว่านางหิวมากทีเดียว
จะไปหาของกินที่ไหนดี?
จู่ ๆ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็โผล่ขึ้นมา แถวนี้มีแม่น้ำอยู่ใกล้ ๆ นี่นา ช่วงที่ยุ่ง ๆ อยู่กับการดูแลเผยยวน ท้องฟ้าก็กลับมาปลอดโปร่งพอดี
นางสามารถไปจับปลามากินได้!
นางหันไปมองเด็กน้อยสองคนที่กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ แล้วหมุนกายเข้าไปในห้องครัว นางจัดการหยิบเคียวสับฟืนออกมา ก่อนจะเดินไปทางแม่น้ำ
อาอินมองนางด้วยความหวาดระแวง “เจ้าจะไปที่ใด คิดจะเอาเงินหนีไปใช่หรือไม่?”
จี้จือฮวนเป็นคนไม่ชอบอธิบายอะไรมากมายนัก เพราะเคยชินกับการอยู่คนเดียวมาก่อน แต่ความหวาดระแวงของเด็กน้อยคนนี้มีมากกว่าคนวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
“ท้องข้าหิวแล้ว จะไปจับปลามากิน”
อาอินเอ่ยด้วยความโมโห “ในบ้านไม่มีข้าวสารแล้ว ถ้าเจ้าหิวก็ดื่มน้ำร้อนไปก็แล้วกัน จับปลาอะไรกัน เจ้าจับเป็นด้วยหรือ?”
เหอะ! เจ้าก็แค่จะเอาเงินไปให้ผู้อื่นก็เท่านั้น
จี้จือฮวนขี้เกียจจะสนใจนาง จึงเดินไปออกไปทันที เด็กทั้งสองคนมองหน้ากัน และแอบตามนางไปอย่างเงียบ ๆ
“ทำไม กลัวว่าข้าจะหนีหรืออย่างไร?” จี้จือฮวนเลิกคิ้วพลางเอ่ยถาม
อาอินคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่เมื่อถูกนางจับได้ก็ทำทีเสมองไปทางอื่นอย่างประดักประเดิด จี้จือฮวนเองก็ไม่คิดที่จะทำให้สาวน้อยอับอาย “อยากตามก็ตามมา ระวังทางเป็นดินโคลนจะลื่นด้วยล่ะ ปิดประตูให้เรียบร้อยด้วย”
เอ่ยจบ นางก็ถือเคียวสับฟืนเดินนำหน้าไป หลังจากอาชิงปิดประตูเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตามหลังนางไปต้อย ๆ พร้อมกับอาอิน
เมื่อจี้จือฮวนมาถึงริมแม่น้ำก็ใช้เคียวตัดกิ่งไม้ที่ริมฝั่ง เลือกกิ่งที่ตัวเองพอใจที่สุด จากนั้นก็เริ่มเหลากิ่งไม้ให้แหลม
อาอินมองดูอยู่ข้าง ๆ มาตลอด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคงไม่ได้จะทำเบ็ดตกปลาใช่หรือไม่?”
“ทำเช่นนั้นช้าเกินไป เมื่อไหร่ข้าจะได้กินกันเล่า” นางเอ่ยจบก็ส่งเคียวให้อาอิน “ถือไว้”
อาอินไม่อยากเป็นลูกน้องนาง ใครจะรู้ว่านางมีแผนการชั่วร้ายอะไรอยู่หรือไม่
จี้จือฮวนเห็นนางไม่ยอมรับไปก็ไม่ได้สนใจ ก่อนนำไปวางไว้ข้าง ๆ เสียเอง จากนั้นก็พับขากางเกงขึ้นมาจนถึงหัวเข่า แล้วก้มมองลงไปในแม่น้ำ
เพียงไม่นานนัก จี้จือฮวนก็ลงมืออย่างไม่ลังเล นางสามารถแทงปลาตัวหนึ่งในน้ำได้ จากนั้นก็จับมันโยนขึ้นไปบนฝั่ง “ถักเชือกฟางและร้อยมันซะ อีกเดี๋ยวจะได้หิ้วกลับบ้าน!”
อาชิงจ้องมองไปที่ปลาบนพื้นเขม็ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “พี่หญิง นางจับปลาเป็นด้วย วันนี้พวกเราจะมีปลากินแล้ว!”
อาอินเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน แต่นางกลับโมโหมากกว่า สตรีผู้นี้ในเมื่อจับปลาเป็น เหตุใดตอนแรกถึงไม่สนใจนางกับอาชิงเลย อีกทั้งยังบอกพวกเขาว่าถ้าหิวก็ไปแทะเปลือกไม้กินเอา จากนั้นก็ขโมยเงินหนีไป แล้วตอนนี้จะมาทำตัวเป็นคนดีเพื่ออะไร!
ขณะที่อาอินกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นอันธพาลหมู่บ้าน หลี่ต้าจ้วงกับพวกกำลังเดินมาทางนี้ จู่ ๆ นางก็มีแผนการผุดขึ้นมาในใจ ก่อนจะเดินไปทางด้านนั้น…