โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจ ‘มณฑลไท่กั๋ว’ เมืองไทยมีอะไร ทำไมคนจีนรีวิวว่าอยู่ไทยเหมือนอยู่จีน

The MATTER

อัพเดต 27 ก.ค. 2566 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2566 เวลา 06.09 น. • Brief

“อยู่ที่ไทยแต่พูดไทยไม่ได้ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิต วันนี้มาดูกันว่า อะไรที่เรียกว่าอยู่ต่างประเทศ แต่ไม่ได้เหมือนอยู่ต่างประเทศ” นี่คือคำบรรยายส่วนหนึ่งจากคลิปใน TikTok ของชาวจีนที่รีวิวช่วงเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

หลังจากที่คลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ระบุว่านี่คือ ‘มณฑลไท่กั๋ว’ ชัดๆ ซึ่งคำว่ามณฑลไท่กั๋วนี้ เป็นคำที่ใช้ในเชิงเสียดสีว่าประเทศไทยก็ไม่ต่างอะไรจากมณฑลหนึ่งของจีน เนื่องจากมีทุนจีนที่เข้ามาในไทยจำนวนมาก ถึงขนาดที่ว่าในบางพื้นที่ของไทย คนไทยมองไปทางไหนก็เจอแต่ภาษาจีนเต็มไปหมด

ในวันนี้ (27 กรกฎาคม) The MATTER จึงได้รวบรวมเหตุการณ์บางส่วนที่เกิดขึ้นในไทย จนทำให้คนไทยหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ‘นี่เราอยู่ในประเทศไทย หรือจีนกันแน่นะ?’

1. โรงภาพยนตร์ในไทย แต่ฉายภาพยนตร์ soundtrack ภาษาต่างประเทศพร้อมด้วย ซับจีน

เมื่อวานนี้ (26 กรกฎาคม) แอคเคาท์ของโรงภาพยนตร์ SF ลงโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง ‘Insidious : The Red Door’ ระบบเสียงซาวนด์แทร็ก พร้อมคำบรรยายภาษาจีนในรอบและสาขาที่กำหนด โดยภาษาแรกที่บริษัทใช้ในการโปรโมตลงทวิตเตอร์ก็คือภาษาจีน จนหลายคนออกมาตั้องข้อสังเกตว่าเป็นการเอาใจคนจีนเกินไปหรือไม่

ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งมองปรากฏการณ์นี้ว่าเนื่องจากหนังผีถูกแบนในจีน แล้วคนจีนก็มาอยู่ประเทศไทยจำนวนมาก หากมีการฉายหนังผีด้วยซับจีน ก็อาจดึงดูดลูกค้าชาวจีนได้

2. ร้านอาหารจีนที่มีแต่ภาษาจีน

จากตอนหนึ่งของคลิปใน TikTok ของคนจีนที่รีวิวประเทศไทย ก็ระบุถึงร้านแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ได้แก่ บะหมี่ผัด เกี๊ยวนึ่ง ซึ่งเขายังบอกด้วยว่า “รสชาติไม่เปลี่ยนไปจากที่เคยกินเลย” พร้อมทานกับเครื่องดื่มจากประเทศจีน

ถ้าหากย้อนกลับไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประเด็นร้านอาหารของคนจีนที่มาเปิดที่ไทยก็เคยถูกหยิบยกมากล่าวถึง หลังจากร้านอาหาร ‘อาม่งหม่าล่า’ ของคนไทยที่เปิดร้านในเยาวราช ระบุว่าอัตลักษณ์ร้านอาหารของคนไทยเชื้อสายจีนที่มีมายาวนานเริ่มกลายเป็นร้านอาหารที่เจ้าของเป็นนายทุนจีนไปมากกว่าครึ่ง โดยอ้างว่าคนจีนสามารถเข้ามาทำธุรกิจในประเทศได้โดยการใช้เพียงแค่ใช้วีซ่าท่องเที่ยว ทั้งยังไม่ต้องแบกรับภาษีอย่างผู้ประกอบการไทยและวัตถุดิบที่ใช้ก็มาจากจีนอีกเช่นกัน

แต่ถ้าอ้างอิงตามกฎหมายแล้ว หากคนจีนไม่ได้รับอนุญาติให้ประกอบธุรกิจจากคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อนก็จะไม่สามารถเปิดธุรกิจได้

กรณีนี้ สื่อ Brand Inside เคยอธิบายเอาไว้ว่าคนจีนเข้ามาประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยว โดยจะมี ‘ธุรกิจนอมินี (nominee)’ ให้คนไทยที่อยู่ในไทยเป็นตัวแทนใส่ชื่อจดทะเบียนเป็นเจ้าของธุรกิจแทนนายทุนจีนที่เป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริง หรือไม่ก็ใส่ชื่อคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นเกินครึ่ง โดยอาศัยข้อกฎหมายว่าถ้าคนไทยถือหุ้นตั้งแต่ 51% จะถือว่าเป็นบริษัทไทย ทำให้คนไทยถูกแย่งชิงตลาดเพราะนายทุนจีนที่เข้ามามีทุนหนากว่า

อีกทั้งการจัดหาวัตถุดิบอาหารจีนก็มีแหล่งซัพพลายเออร์ที่หาได้ง่ายอยู่แล้วและต้นทุนยังราคาถูกกว่าด้วยเพราะสามารถสั่งเข้ามาได้ปริมาณมากต่อครั้ง ทำให้ราคาในร้านอาหารของคนจีนถูกกว่าคนไทย

3. แอปพลิเคชั่นเดลิเวอร์ลี่จีน

ช่วงหนึ่งของคลิป TikTok ชาวจีนคนดังกล่าวยังระบุอีกว่า เวลาอากาศร้อน เขาจะสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นที่รวบรวมร้านอาหารจีนในไทยไว้มากมาย ทั้งในแอปก็ยังมีภาษาจีนรองรับ และที่สำคัญก็คือแม้แต่พนักงานส่งอาหาร ก็สามารถพูดภาษาจีนได้

สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักข่าวประชาชาติธุรกิจ ที่พบว่าคนจีนในประเทศไทย นิยมสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น Feixiang (飞象) หรือ ‘ช้างบิน' และ Gokoo (悟空) หรือ ‘ซุนหงอคง’ ที่มุ่งเน้นผู้ที่ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก และยังสามารถซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าจีนในไทย รวมไปถึงพนักงานที่บริการก็ยังสามารถพูดภาษาจีนได้อีกเช่นกัน

4. ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน

ช่วงที่ผ่านมา ซุปเปอร์มาร์เก็ตจีน กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เริ่มพบมากขึ้น โดยสำนักข่าววมติชนรายงานว่า จากการสำรวจบริเวณบางเขนหลังมหาวิทยาลัยเกริก พบว่ามีการเช่าอาคารพาณิชย์โดยรอบทำธุรกิจ ซึ่งในส่วนของร้านสะดวกซื้อ มี ‘SHENZAU SUPER MARKET-EXPRESS’ ซึ่งนำเข้าจากประเทศจีนมาวางขาย เช่น บะหมี่สำเร็จรูป เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เป็นต้น

“อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพนักงานขาย ร้านดังกล่าวเป็นของคนจีน แต่จดทะเบียนขออนุญาตในนามคนไทย ซึ่งลูกค้ามีทั้งคนจีนและคนไทย มาเปิดร้านย่านนี้ เนื่องจากคนจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก และใกล้กับมหาวิยาลัยเกริก” มติชนรายงาน

5. อสังหาริมทรัพย์ของคนจีน

ช่วงก่อนเกิด COVID-19 60% ของชาวต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศคือคนจีน แต่ต่อมาเมื่อเกิดการระบาดของ COVID-19 สัดส่วนผู้ซื้อชาวจีนก็ลดลงเหลือ 40%

ตัดภาพกลับมาในปัจจุบัน ข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์พบว่า ต่างชาติที่ซื้อหรือโอนกรรมสิทธิ์คอนโดในไทยมากที่สุดในปี 2565 อันดับแรกคือ คนจีน (49.4% ) และสัญชาติที่ซื้อหรือโอนกรรมสิทธิ์คอนโดในไทยในแง่มูลค่ามากที่สุด ก็ยังได้แก่คนจีน ที่มีมูลค่า 29,038 ล้านบาท (49.0%)

แม้ประเทศไทยจะมีข้อกำหนดว่าชาวต่างชาติมีสิทธิถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมีเนียมในไทยได้เพียง 49% แต่แนวโน้มที่คนจีนจะหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยเพิ่มขึ้น จนบริษัทอสังหาริมทรัพย์บางแห่ง เลือกพุ่งเป้าไปที่ลูกค้าชาวจีนมากขึ้น

“ก่อนเกิดโรคระบาด ผู้ซื้อชาวจีนส่วนใหญ่ซื้อบ้านระดับกลางถึงล่างใน กทม. เพื่อการลงทุน เพราะพวกเขาจะทำกำไรได้มากกว่า จากอสังหาฯ ราคาไม่แพงมากนัก แต่สิ่งนั้นเปลี่ยนไปหลังเกิด COVID-19 เพราะชาวจีนส่วนใหญ่เลือกซื้ออะพาร์ตเมนต์หรู เพื่ออาศัยแทน” โอเวน ซู่ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชาวจีนในไทยให้สัมภาษณ์กับ BBC ก่อนอธิบายว่า คอนโดฯ หรืออะพาร์ตเมนต์หรู ราคาจะเริ่มต้นที่ราว 10 ล้านบาท

แล้วทำไมคนจีนถึงเลือกที่จะมาอยู่ไทย? ประเด็นนี้ ร่มฉัตร จันทรานุกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนเคยอธิบายไว้ว่า เพราะการเข้ามาอยู่ไทยได้ง่าย ต้นทุนการดำรงชีพไม่สูงทำให้ชาวจีนจำนวนมากเลือกที่จะมาตั้งรกราก หาโอกาสเข้ามาตั้งบริษัททำธุรกิจในไทย จนเกิดธุรกิจผูกขาดของกลุ่มคนจีนในไทย เช่น ทัวร์ 0 เหรียญที่เป็นปัญหาของไทยตั้งแต่ก่อน COVID-19 ระบาด

อย่างไรก็ตามจากกรณีของชาวจีนที่รัวิวประเทศไทยใน TikTok ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ก็ให้ทุกสำนักงานเขตตรวจสอบใบอนุญาตของบริษัทผู้ประกอบการต่างชาติ และให้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ว่าบริษัทดังกล่าวทำถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะบริษัทเหล่านั้นต้องจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ แต่ทาง กทม. มีอำนาจดำเนินการตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขและอาหาร เท่านั้น

ทางด้าน ไพทูรย์ งามมุข ผ.อ.เขตห้วยขวาง ก็ระบุว่าเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้เร่งรัดดำเนินคดีกลุ่มผู้ประกอบการต่างชาติต่างๆ ที่ไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย และใช้แรงงานโดยไม่ถูกต้อง พร้อมริบทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งภาพรวมสถานการณ์ขณะนี้ก็ดีขึ้น

อีกทั้ง ไพทูรย์ยังระบุด้วยว่า ส่วนใหญ่ที่ตรวจสอบพบคือผู้ที่มายื่นประกอบกิจการต่างชาติจะมาในรูปแบบของบริษัทนอมินี และปัญหาคือชาวต่างชาติไม่ทราบว่ามีขั้นตอนการยื่นประกอบกิจการอย่างไร แต่ไม่ได้มีเจตนาทำผิดกฎหมาย

นอกจากในภาคธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายคนต่างพากับคอมเมนต์ว่านี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า ‘มณฑลไท่กั๋ว’ เช่นกันก็คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาเดินทางไปยังประเทศจีน พบปะ รทว.กระทรวงมหาดไทยของจีน เพื่อนำเงิน 400-500 ล้านบาท ที่ ปปง.ยึดทรัพย์จากธุรกิจจีนเทาในไทย แล้วขายทอดตลาดไปคืนตามคำสั่งของศาล โดยทาง รมว.มหาดไทยจีนก็ระบุว่าไม่เคยมีประเทศไหนให้ความร่วมมือดีขนาดนี้ แถมเอาเงินมาคืนด้วย

อ้างอิงจาก

/lineprintt/status/1683449860408897536?s=20

WeLoveSF

matichon.co.th

brandinside.asia

prachachat.net

amarintv.com

bbc.com

mgronline.com

ch3plus.com

ch3plus.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...