โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศุกร์ (สุข) ละวัด พาไหว้ ‘หลวงพ่อนาค’ วัดโพธิ์ศรี จังหวัดสิงห์บุรี

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 04.47 น. • The Bangkok Insight

ศุกร์ (สุข) ละวัด วัดโพธิ์ศรี พาไปที่ วัดโพธิ์ศรี ตั้งอยู่ที่บ้านโพธิ์ศรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2376 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านทิศตะวันตกติดแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศตะวันออกติด ถนน รพช.อินทร์บุรี ซึ่งด้านทิศตะวันตก มีความยาว 160 เมตร ในวัดยังมีองค์พระปฎิมานาคปรก ได้บังเกิดขึ้นด้วยฝีพระหัตถ์ของ สมเด็จพระมหาเถระศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตน์ลงกาทีปมหาสามีสมเด็จพระมหาเถระศรีศรัทธาราชจุฬามุนีศรีรัตน์ลงกาทีปมหาสามีเป็นเจ้า

หลังจากพระองค์ท่านกลับจากประเทศลังกา พระองค์ท่านใช้เวลา ในการสร้างนานถึง 7 พรรษา จึงสำเร็จ และได้กระทำพิธีในหมู่สงฆ์ผู้มีญาณ แล้วเชิญชะลอเอาประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ศรี เป็นเวลาอีกร้อยกว่าปี ได้ว่ารูป
พระปฎิมานาคปรกองค์นี้มีอายุนานประมาณ 700 กว่าปีทีเดียว พระพุทธรูปเป็นสมัยลพบุรี ปลายสมัยขอม เป็นพระพุทธรูปที่มีสาธุชน มาเคารพกราบไหว้มากที่สุดองค์หนึ่งในประเทศ

100 กว่าปี ที่หลวงพ่อนาคจากวัดกระโจม

หลวงพ่อนาค ตั้งอยู่ ณ วัดโพธิ์ศรี ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ลักษณะคือเป็นพุทธรูปนาคปรกศิลาชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อนาค” องค์ท่านเป็นหินสลัก หน้าตักกว้างประมาณ 2 ศอก สูงประมาณ 3 ศอก องค์ท่านยังดีไม่แตกหัก ส่วนนาคปรกนั้นมีแตกหักบ้าง ช่างได้ซ่อมแซมใหม่ให้ดีเรียบร้อยแล้ว เป็นพระพุทธรูปเก่ามาก ซึ่งสันนิษฐานว่าคงเป็นสมัยลพบุรี ประวัติที่หลวงพ่อย้ายไปจากวัดกระโจม มีชาวบ้าน 4-5 คน ชวนกันออกไปตัดไม้ป่า ได้ไป ณ บริเวณวัดกระโจมซึ่งห่างจากวัดโพธิ์ศรีนี้ประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งเป็นวัดร้างมานมนาน หนาทึบไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยนานาพันธุ์ และได้ทำให้พบพระพุทธรูปนาคปรก อยู่ในวิหารร้างเหลือแต่ซาก

กลับมาบ้านก็เล่าให้พวกชาวบ้านฟังกันตลอด ชาวบ้านคิดอยากได้พระพุทธรูปเก่าแก่ไว้บูชา จึงได้เกณฑ์กันไปถางทางการถางทางก็กินเวลาหลายเดือน เพราะสมัยนั้นเป็นป่าไปทั่วทั้งหมด เมื่อถางเสร็จ พอจะนำล้อเข้าไปได้แล้ว ก็กำหนดเวลาวันฤกษ์ดียามดีให้ป่าวร้องยกขบวนกันไปถึงที่วัดกระโจมเป็นเวลาเพลพอดี

ตระเตรียมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณรเสร็จแล้ว ชาวบ้านก็เลี้ยงอาหารกัน พอเลี้ยงอาหารกันเสร็จแล้วก็พร้อมกันอัญเชิญหลวงพ่อนาคนี้ขึ้นบนล้อ เล่ากันว่า เวลานั้นเป็นเวลาเที่ยง แดดกำลังกล้าร้อนจัด แต่พออัญเชิญหลวงพ่อขึ้นมาไว้บนล้อนั้น ได้มีก้อนเมฆมหึมาลอยมาบังดวงอาทิตย์ไว้มิให้แผดแสงจ้า ทำให้ท้องฟ้ามืดมัวไม่มีแสงแดดตลอดจนถึงเย็น นี้ก็เป็นอัศจรรย์อย่างหนึ่ง

เมื่อเชิญหลวงพ่อขึ้นบนล้อแล้ว ก็เทียมช้างให้ลากและพวกชาวบ้านที่ไปก็จับเชือกช่วยกันลาก ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ยิ่ง คือล้อมิได้เขยื้อนเลื่อนไปเลยแม้ควาญช้างจะลงข้อบังคับช้างให้ลากสักเท่าไรๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามประสงค์ จนช้างร้องแผดเสียงไม่ยอมลาก ชาวบ้านทั้งหมดตกตะลึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร และสงสัยในใจนัก ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมิทราบนาม คิดได้ว่าพวกเราทำผิดไป ไม่ทำคารวะสักการะบูชาเสียก่อน จึงให้ทุกคนหาดอกไม้ธูปเทียนมาบูชากราบไหว้ขอขมาเสียก่อน แล้วเซ่นบวงสรวงเทพยดาอารักษ์ กล่าวคำอัญเชิญหลวงพ่อ เมื่อทำพิธีเสร็จแล้วก็ช่วยกันลงมือลากล้อเคลื่อนไปได้อย่างสะดวกสบาย มาถึงวัดโพธิ์ศรีตอนเย็น พระอาทิตย์จนจะลับฟ้าแล้ว เชิญมาประดิษฐานอยู่บนแท่นใต้ต้นพิกุลใหญ่หลังอุโบสถ หลังคามุงแฝก ด้านหลังไม่มีฝา ทำการสมโภช 3 วัน 2 คืน หลวงพ่อประดิษฐานใต้ต้นพิกุลใหญ่นี้ เป็นเวลาหลายสิบปี จนเมื่อสร้างวิหารเรียบร้อยแล้ว จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหม่จนถึงปัจจุบัน

สันนิษฐานว่า หลวงพ่อมาอยู่วัดโพธิ์ศรีนี้ ประมาณ100 ปีเศษแล้วเพราะถามคนอายุ 80 ปีกว่า ก็บอกว่าจำความได้ก็เห็นท่านอยู่ที่วัดนี้แล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...