ธุรกิจรีเทลแข่งเดือด "พอร์โต้ ชิโน่" แจกสิทธิพิเศษลูกบ้านดี-แลนด์ กรุ๊ป เข้าใช้บริการ ตั้งเป้าทราฟฟิคโตเพิ่ม 20%
“พอร์โต้ ชิโน่” ชูกลยุทธ์ เคาะประตูบ้าน สู้ธุรกิจรีเทลแข่งเดือด แจกสิทธิพิเศษให้ลูกบ้าน 10 โครงการ ดี-แลนด์ กรุ๊ป พร้อมขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่ม จับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ได้ผู้เช่าใหม่ “สุกี้จินดา”-“หมาล่าสายพาน ย่านห้วยขวาง”-“กลุ่มฟิตเนส” ดึงดูดคนเข้าใช้บริการเพิ่ม ตั้งเป้าทราฟฟิคขยับ 20% ในสิ้นปีนี้
นายสุเทพ ปัญญาสาคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เป็นปัจจัยบวกให้กับธุรกิจรีเทล ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจดีเทลต่างเดินกลยุทธ์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้กลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด พอร์โต้ ชิโน่ ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ตั้งอยู่ในทำเลพระราม 2 ใช้กลยุทธ์ “เคาะประตูบ้าน” จัดโปรโมชันพิเศษและสิทธิพิเศษให้เพื่อนบ้านใกล้เคียง โดยจับมือ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด มอบสิทธิพิเศษให้กับ 10 โครงการ อาทิ วิลล่าเลส พอร์โต้ วิลล่า และหมู่บ้านเดอะพราว ด้วยการให้โปรโมชันส่วนลดพิเศษสำหรับเข้าใช้บริการร้านสามเสนวิลล่า ให้ลูกบ้านในโครงการดังกล่าว และมีแผนขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล เพื่อกระตุ้นยอดผู้เข้าใช้บริการศูนย์และยอดจับจ่าย
นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์เพิ่มทราฟฟิกในไตรมาส 3 นี้ พอร์โต้ ชิโน่ ยังเดินแผนเติมผู้เช่า มุ่ง 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มร้านอาหารปิ้งย่างเกาหลีติดแอร์ และเพิ่มผู้เช่ากลุ่มร้านอาหารทั้งมื้อเช้า กลางวัน เย็น และหลังเที่ยงคืน ซึ่งเร็ว ๆ นี้ จะมีผู้เช่าน้องใหม่อย่างสุกี้จินดา หมาล่าสายพานเจ้าดังจากย่านห้วยขวาง เตรียมเปิดให้บริการ และมีแผนเพิ่มผู้เช่ากลุ่มฟิตเนสจับกลุ่มคนรักสุขภาพซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งการเติมผู้เช่าทั้ง 2 กลุ่มจะเป็นการเติมเต็มความเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ครบจบ ทำให้ พอร์โต้ ชิโน่ กลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ที่เป็นเพื่อนบ้านที่รู้ใจ ของคนในย่านมหาชัย สมุทรสาคร โดยแผนดังกล่าวเป็นหนึ่งในแผนเพิ่มยอดทราฟฟิกเข้าศูนย์ฯ เพิ่ม 20% ภายในสิ้นปีนี้
อย่างไรก็ดี นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากภาครัฐอย่างกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ที่จะเกิดขึ้นในต้นปี 2567 หากเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเกิดการหมุนเวียนตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่และดันผู้คนจับจ่ายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม สร้างความเจริญเติบโตให้เศรษฐกิจไทยได้ โดยจะส่งผลในด้านบวกโดยตรงกับธุรกิจรีเทล ที่จะทำให้เกิดการกระตุ้น การใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยจะส่งผลไปถึงกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในทุกระดับ ทั้งกลุ่มร้านค้าทั่วไปตลอดจนศูนย์การค้า ซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้หลายรอบ โดยจากกระแสข่าวจะมีการออกให้ใช้ได้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2567 คาดว่าจะสร้างแรงเหวี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากช่วงปลายปี ที่มีการใช้จ่ายในช่วงท่องเที่ยวอย่างมาก คาดเป็นช่วงจังหวะเวลาที่ดีอย่างแน่นอน