โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ทำความเข้าใจ ข้อแตกต่าง วิธีการชาร์จ AC กับ DC

Car2day

อัพเดต 02 ส.ค. 2567 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2566 เวลา 08.57 น. • Car2Day

ข้อมูลของการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าต้องทำความเข้าใจ เพราะมีหลายประเภท รวมถึงวิธีการชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่ในตัวรถ ที่เราเรียกกันว่าแบบ AC และ DC ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ทำความเข้าใจ ข้อแตกต่าง การชาร์จ AC กับ DC

AC คือ Alternating Current ไฟฟ้ากระแสสลับ เรียกง่ายๆ คือการชาร์จกับไฟบ้าน ไฟจะวิ่งผ่าน On Board Charger ภายในตัวรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อแปลงกระแสไฟจากกระแสสลับไป เป็นกระแสตรงแล้วชาร์จเข้าแบตเตอรี่รถยนต์ การชาร์จแบบ AC นั้นเหมาะกับการชาร์จเอาไว้ข้ามคืนหลังจากผู้ขับขี่กลับบ้าน เพราะจะใช้เวลานานในการชาร์จ แต่สะดวกสบายกว่า

DC คือ Direct Current ไฟฟ้ากระแสตรง การชาร์จกับสถานีชาร์จ เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า 100 % เป็นการชาร์จตรงเข้าแบตเตอรี่ภายในรถโดยตรงเลย ไม่ต้องผ่าน On Board Charger เหมาะกับการชาร์จด่วน ชาร์จเร็ว ใช้เวลาในการชาร์จน้อย เรียกว่าเป็นการชาร์จแบบด่วน

ควรชาร์จแบบใหนให้เหมาะกับรถไฟฟ้าของคุณ

การชาร์จแบบ AC นั้น น่าจะเป็นการชาร์จหลักของหลาย ๆ คน เพราะสามารถชาร์จได้ที่บ้านของตนเอง คิดง่าย ๆ ก็คือ สะดวก สบาย ไม่ต้องวิ่งหาสถานีชาร์จ การชาร์จแบบนี้ต้องใช้เวลาในการชาร์จนานซึ่งแตกต่างจากชาร์จกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้า เป็นการต่อจากเต้ารับที่บ้านได้ โดยตรง (Normal Charge) แต่ต้องมีการวางระบบไฟฟ้าใหม่และติดตั้งเต้ารับสําหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่งการชาร์จ 1 ครั้ง จะใช้เวลา ประมาณ 12-16 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ ถ้าเราชาร์จ Tesla Model 3 Long Range ที่มีแบตเตอรี่ขนาด 79 kWh โดยใช้ไฟบ้านจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 300 บาท

การชาร์จแบบ DC นั้น เป็นการชาร์จกับสถานีชาร์จ ใช้เวลาในการชาร์จเร็วมาก โดยใช้เวลาเพียง 40-60 นาที ตัว Charger หัวชาร์จ ของตู้ EV Charger จะมีทั้งแบบที่เป็น AC และ แบบ DC ประเภทของหัวชาร์จจะขึ้นอยู่กับมาตรฐานของผู้ผลิตรถยนต์รุ่นนั้นว่าออกแบบมาให้ใช้กับ Charger หัวชาร์จ ประเภทไหน แต่ก็มีข้อเสียคือ ทําให้ตัว แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น และไม่สะดวกสบายหากต้องใช้รถเป็นประจําทุกวัน การชาร์จรถช่วง Offpeak จะจ่ายค่าไฟฟ้าเพียงหน่วยละ 5.5 บาทเท่านั้น สมมุติว่าชาร์จ Tesla Model Y Long Range จาก 0-100% ที่มีความจุแบตเตอร์รี่ 82 kWh จะเสียค่าไฟฟ้าเพียง 451 บาท

สรุปง่าย ๆ ว่า การชาร์จแบบ AC ถึงแม้จะกินเวลานาน แต่ก็มีสะดวกสบายมากกว่า ขับรถกลับบ้านมาก็ชาร์จทิ้งไว้ได้เลย ไม่ต้องวิ่งไปหาสถานีชาร์จที่อื่น เรื่องค่าไฟก็ไม่แพงมาก ค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบการการเติมน้ำมันก็ถูกกว่า ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน ตอนเช้าก็สามารถนํามาขับได้เลย

ส่วนการชาร์จแบบ DC นั่น เหมาะกับเวลาฉุกเฉินหรือเวลาต้องเดินทางไกล ใช้เวลาชาร์จน้อย คุณอาจไปนั่งจิบกาแฟเพื่อรอชาร์จไฟจนเต็มได้ เพียงแต่ต้องขับรถหาสถานีชาร์จ ซึ่งในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเราก็มีสถานีชาร์จมากขึ้นแล้ว

ค้นหาสถานีชาร์จทั่วประเทศ ได้ที่นี่

อัปเดต 2023 สถานีชาร์จไฟฟ้า จุดชาร์จไฟฟ้า EleX by EGAT เวลา – อัตราค่าบริการ

อัปเดต สถานีชาร์จไฟฟ้า จุดชาร์จไฟ EV Station PluZ เวลา – อัตราค่าบริการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...