โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อมูลใหม่ : ไขปริศนาเมล็ดพืชโบราณ จากแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ก.ค. 2566 เวลา 22.30 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2566 เวลา 10.38 น.
ภาพที่ 1 แหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ แหล่งเรือจมโบราณในจังหวัดสมุทรสาคร (ภาพจาก https://db.sac.or.th)

เมื่อพูดถึงโบราณวัตถุที่พบในแหล่งเรือจมโบราณ น้อยคนนักที่จะนึกถึงเศษพืชซากสัตว์ในลำเรือ ส่วนมากแล้วคนทั่วไปมักจะจินตนาการเชื่อมโยงแหล่งเรือจมโบราณกับเครื่องถ้วย เหรียญทอง อัญมณีมีค่า หรือศิลปวัตถุโบราณต่างๆ แทบจะทั้งหมด ซึ่งมุมมองของสาธารณชนเหล่านี้นับเป็นผลของแนวคิด “โบราณคดีอลังการ” ที่สร้างภาพอันโรแมนติค สวยงาม เหนือจริงให้กับหลักฐานทางโบราณคดี จนกลายเป็นภาพจำและจินตภาพร่วมที่ถูกฉายซ้ำอยู่เสมอในสื่อบันเทิงต่างๆ [4]

แต่แท้ที่จริงแล้ว หลักฐานทางโบราณคดีจากแหล่งเรือจมนั้นไม่ได้มีเฉพาะเครื่องถ้วยหรือศิลปวัตถุอันมีค่าเท่านั้น หลักฐานประเภทอื่นๆ เช่น กระดูกสัตว์ เศษพืชชนิดต่างๆ ก็เป็นหลักฐานที่พบได้ในแหล่งเรือจมโบราณทั่วไป รวมทั้งหลักฐานจำพวกเศษพืชโบราณที่พบในแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ด้วย

สำหรับเมล็ดพืชที่พบในแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์นั้น ถือเป็นกรณีที่หาได้ยากในประเทศไทยและในแหล่งโบราณคดีแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเศษพืชที่พบนั้นอยู่ในสภาพแช่น้ำ (Waterlogged) จึงทำให้สภาพเมล็ดพืชโบราณที่พบในแหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีสภาพสมบูรณ์กว่าเมล็ดพืชโบราณที่พบระหว่างการขุดค้นในแหล่งโบราณคดีทั่วไป

แหล่งเรือจมพนมสุรินทร์

แหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ เป็นแหล่งเรือจมโบราณในจังหวัดสมุทรสาครที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในโลก ตัวเรือใช้วิธีการต่อเรือแบบอาหรับที่มีลักษณะเด่นคือการเย็บไม้กระดานเข้าด้วยกัน [1], [3], [5], [6], [7] จากการกำหนดอายุด้วยวิธี AMS (Accelerated Mass Spectrometry) ดำเนินการโดยสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี โดยกำหนดอายุจากอินทรียวัตถุ 3 ตัวอย่าง ที่พบในเรือ คือ เมล็ดหมาก หวาย เชือก ได้ค่าเฉลี่ยอายุในช่วง 1,200-1,300 ปีมาแล้ว หรือในราวพุทธศตวรรษที่ 13-14

ผู้เขียนได้ตรวจสอบค่าอายุดังกล่าว โดยใช้การกำหนดอายุด้วยวิธีเดียวกัน (AMS) เพื่อกำหนดอายุจากก้อนยางไม้ที่พบในเรือ ค่าอายุล่าสุดที่ได้จากยางไม้คือ 1,143-1,177 ปีมาแล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นค่าอายุที่ใกล้เคียงกับการกำหนดอายุของสำนักศิลปากรที่ 1 จากค่าอายุดังกล่าวจึงอนุมานได้ว่าค่าอายุของเรือพนมสุรินทร์คงอยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 13 โดยประมาณ

ในแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์นี้ มีเมล็ดพืชปริศนาชนิดหนึ่งสำหรับนักโบราณคดี ปริมาณที่พบจากการขุดค้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2556-58 มีจำนวนมากถึง 224 เมล็ด และเมื่อนำเมล็ดพืชดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับเศษพืชที่พบในแหล่งเรือจมทั่วโลก ก็ไม่พบว่าเมล็ดพืชดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับพืชสินค้าในสมัยโบราณที่พบในแหล่งเรือจมต่างๆ เลย

ปริศนาเมล็ดพืชโบราณ

เมล็ดพืชโบราณที่พบในเรือพนมสุรินทร์นี้ มีขนาดราว 1.5-2 เซนติเมตร เมล็ดมีเปลือกแข็ง สัณฐานมีลักษณะกลมรี หัวท้ายมีปลายแหลม เมล็ดที่อยู่ส่วนขั้วของผลนั้นมีรูกลมเล็กบุ๋ม ส่วนอีกด้านหนึ่งของเมล็ดมีปลายแหลมและมักพบรอยแยก 3 รอยบรรจบกันที่ปลายเมล็ด ภายในเปลือกแข็งมีช่องเดี่ยว สัณฐานกลมรีมีปลายแหลม ด้านในเปลือกแข็งยังปรากฏเยื่อหุ้มเมล็ดที่มีลักษณะบางคล้ายกระดาษอยู่อย่างเห็นได้ชัด เมื่อผ่าตัดเปลือกเมล็ดตามขวาง หน้าตัดค่อนข้างกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1 เซนติเมตร (ภาพที่ 1: a.)

ในการศึกษาระยะแรก มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเมล็ดพืชปริศนาหลายประการ เช่น สันนิษฐานว่าเมล็ดพืชดังกล่าวน่าจะเป็นเมล็ดกัญชง (Cannabis sativa) [1] การศึกษาล่าสุดในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 สันนิษฐานว่า เมล็ดพืชโบราณที่พบในเรือจมพนมสุรินทร์นั้นคล้ายคลึงกับเมล็ดมะกอกเกลื้อน (Canarium subulatum), สมอจีน หรือกาน้า (Canarium album) หนำเลี้ยบ (Canarium pimela) ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังเชื่อว่าพุดดงป่า หรือเข็มป่า (Kopsia arborea) มีความคล้ายคลึงกับเมล็ดพืชโบราณที่พบอีกด้วย [2]

แต่เมื่อผู้เขียนได้ตรวจสอบลักษณะโครงสร้างของเมล็ดพืชทุกชนิดที่ถูกกล่าวถึงในข้อสันนิษฐานข้างต้นทั้งหมดอย่างละเอียด โดยเทียบลักษณะทางกายภาพของเมล็ดพืชทุกชนิดในข้อสันนิษฐานข้างต้นกับโครงสร้างและลักษณะทางกายภาพของเมล็ดพืชโบราณจากเรือพนมสุรินทร์ตามหลักทางโบราณพฤกษคดี (Archaeobotany/Palaeoethnobotany) ที่อาศัยการจำแนกเมล็ดพืชตามหลักพฤกษศาสตร์เป็นหลัก [9] โดยพิจารณาถึงลักษณะทางกายภาพพื้นฐาน เช่น ขนาด รูปทรง รวมทั้งโครงสร้างภายในและภายนอกของเมล็ดพืชที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยเทียบตัวอย่างพืชจากการขุดค้นกับตัวอย่างอ้างอิงจากสายพันธุ์ในปัจจุบัน รวมทั้งพิจารณาถึงกระบวนการทางกายภาพและชีวภาพในอดีต เช่น การเผาไหม้ ที่อาจทำให้เมล็ดพืชหรือเศษพืชมีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพไปจากเดิมได้ เช่น พองขึ้น ยุบลง หรือบางส่วนผุกร่อนหายไป ดังนั้น การจำแนกเศษพืชและเมล็ดพืชในสมัยโบราณจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

เมื่อใช้หลักเกณฑ์ข้างต้นในการวิเคราะห์เมล็ดพืชโบราณดังกล่าว พบว่าลักษณะทางกายวิภาคของเมล็ดพืชที่ปรากฏในข้อสันนิษฐานข้างต้นทั้งหมด ไม่มีเมล็ดพืชชนิดใดมีลักษณะทางกายภาพ ขนาด รูปร่างที่คล้ายคลึงกับลักษณะของเมล็ดพืชโบราณที่พบในแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ได้เลยแม้แต่ชนิดเดียว (ภาพที่ 1)

จากสัณฐานที่ปรากฏในภาพที่ 1 เห็นได้ชัดว่า เมล็ดพืชปริศนาจากเรือพนมสุรินทร์ (a.) มีขนาดและโครงสร้างภายในเมล็ดโดยมีช่องว่างภายในที่บรรจุเนื้อเมล็ด โดยช่องดังกล่าวมีลักษณะกลมรีเพียงช่องเดียว ซึ่งเป็นลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างจากเมล็ดพืชในสกุลมะเกิ้ม (Canarium) [11] ที่ถูกกล่าวถึงในข้อสันนิษฐานที่ 2 อย่างชัดเจน โดยเมล็ดพืชสกุลมะเกิ้มในข้อสันนิษฐานดังกล่าวล้วนแต่มีเปลือกแข็งและมีช่องด้านในเมล็ดจำนวน 3 ช่อง (b, c) เป็นจุดเด่น เปลือกของเมล็ดพืชโบราณยังบางกว่าเปลือกของพืชในสกุลมะเกิ้มอย่างมาก นอกจากนี้เมล็ดพืชโบราณจากเรือพนมสุรินทร์ยังไม่มีลักษณะทางกายภาพใดๆ ที่เทียบเคียงได้กับเมล็ดกัญชง (e.) ในข้อเสนอชุดแรก

ข้อมูลทั้งหมดบ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่า เมล็ดพืชโบราณจากเรือพนมสุรินทร์ ไม่ใช่เมล็ดกัญชง ไม่ใช่เมล็ดมะกอกเกลื้อนอย่างแน่นอน และเมล็ดพืชโบราณดังกล่าวยังไม่มีความคล้ายคลึงกับเมล็ดเข็มป่า เพราะเมล็ดเข็มป่ามีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดพืชโบราณมาก ทั้งยังมีลักษณะยาวรีและยังไม่มีลักษณะทางกายภาพอื่นใดที่คล้ายคลึงกับเมล็ดพืชโบราณจากเรือพนมสุรินทร์เลยแม้แต่ประการเดียว

หลังจากตามค้นหาเมล็ดพืชที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเมล็ดพืชโบราณจากฐานข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ จากการศึกษาพบว่ามีเมล็ดพืชชนิดหนึ่งที่มีลักษณะทางกายภาพเหมือนกับเมล็ดพืชปริศนาจากแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ ซึ่งพืชดังกล่าวคือประคำไก่ หรือมะคำไก่ (Putranjiva roxburghii) นั่นเอง

โฉมหน้าเมล็ดพืชโบราณ

ต้นประคำไก่ มะคำไก่ ปุตราชีวก ชีวานปุตรา Child life tree เป็นพืชในวงศ์ยางพารา (Euphorbiaceae) มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้น เมื่อโตเต็มที่ลำต้นอาจมีความสูงถึง 12 เมตร โดยพบได้ทั่วไปเขตร้อนแถบเอเชียใต้ เรื่อยมาถึงบริเวณทางตอนใต้ของจีนและญี่ปุ่น รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลมีขนาดราว 1.3-2 X 1.5 เซนติเมตร ในผลมีเมล็ดเดี่ยว โดยส่วนต่างๆ ของต้นประคำไก่ ไม่ว่าจะเป็น เปลือกไม้ ราก ใบ เมล็ด สามารถนำมาทำเป็นยาสมุนไพรได้ เมล็ดและใบของต้นประคำไก่เป็นยาสมุนไพรแก้โรครูมาตอยด์ในการแพทย์จีน [11] เมล็ดประคำไก่สามารถนำมาสกัดน้ำมันที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ [8] ปัจจุบันในประเทศอินเดียมีความเชื่อว่าผงที่ทำจากเมล็ดประคำไก่ หรือชีวานปุตรา มีสรรพคุณที่สามารถทำให้ตั้งท้องลูกชายเพื่อสืบสกุลได้ตามความเชื่อฮินดู ดังความหมายของชื่อสามัญของประคำไก่ในภาษาฮินดี คือ “ชีวานปุตรา” ที่แปลได้ว่า “ชีวิตของบุตรชาย” นั่นเอง [8], [9]

นอกจากต้นประคำไก่จะเป็นยาสมุนไพรแล้วก็ยังเป็นเครื่องรางด้วย โดยชาวอินเดียยังนำเมล็ดประคำไก่มาร้อยเป็นสร้อยประคำเพื่อห้อยคอเด็ก โดยเชื่อว่าสร้อยประคำไก่จะสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ห่างไกลได้ โดยสร้อยประคำจากเมล็ดประคำไก่ หรือชีวานปุตรา ได้ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ครุฑะปุราณะ (Garuda purana) ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาปุราณะที่เริ่มเขียนในช่วงราว 1,000 ปีก่อนคริสตกาล (ราว 500 ปีก่อนพุทธกาล) [7] ซึ่งการถูกกล่าวถึงในคัมภีร์ทางศาสนาก็เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสถานะความศักดิ์สิทธิ์ของพืชชนิดนี้ในศาสนาฮินดูโบราณได้เป็นอย่างดี

สำหรับในเอกสารโบราณของไทยนั้น ประคำไก่ มะคำไก่ ได้ถูกกล่าวถึงในฐานะสมุนไพรชนิดหนึ่งในตำราโอสถพระนารายณ์ ในยา 2 ตำรับ คือ 1. ยาทาพระเส้น โดยใช้ใบมะคำไก่เป็นเครื่องยา 2. น้ำมันภาลาธิไตล ใช้รากประคำไก่เป็นส่วนประกอบในตำรับยา [5]

เมื่อพิจารณาจากบริบททางโบราณคดีแล้ว สรุปได้ว่าเมล็ดประคำไก่โบราณที่พบนี้ มีความเป็นไปได้ 2 ประการ คือ อยู่ในฐานะสมบัติของลูกเรือ หรือสินค้าระหว่างการขนส่ง แต่จะอยู่ในสถานะใดหรือเป็นสินค้าประเภทใด สำหรับคนกลุ่มใดนั้นยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดจากหลักฐานในปัจจุบัน

หากพิจารณาจากลักษณะเมล็ดที่พบสันนิษฐานว่าเมล็ดประคำไก่เหล่านี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกขนส่งในรูปแบบเมล็ดแห้ง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบการใช้ประโยชน์กับข้อมูลทางชาติพันธุ์วรรณนาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พืชชนิดนี้ในปัจจุบันที่กล่าวมาข้างต้น พบว่าเมล็ดประคำไก่ในเรือพนมสุรินทร์นั้นอาจมีสถานะเป็นสมุนไพร เป็นวัตถุดิบในการทำเครื่องราง หรือกระทั่งเป็นการนำเข้า/ส่งออกเมล็ดพันธุ์พืช ก็เป็นข้อสันนิษฐานที่มีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น

จากการตรวจสอบข้อมูลทางโบราณพฤกษคดีจากทั่วโลก เบื้องต้นไม่พบว่ามีการค้นพบเมล็ดประคำไก่จากการขุดค้นทางโบราณคดี รวมถึงการขุดค้นแหล่งเรือจมโบราณ จึงกล่าวได้ว่าการค้นพบเมล็ดประคำไก่จากบริบททางโบราณคดีในเรือพนมสุรินทร์มีความสำคัญจึงมีความสำคัญต่อองค์ความรู้ทางโบราณพฤกษคดีโลกเป็นอย่างมาก การพบหลักฐานทางโบราณคดีที่มีความสมบูรณ์ดังเช่นที่แหล่งเรือจมพนมสุรินทร์นั้นยังเป็นข้อพิสูจน์ว่า แหล่งเรือจมไม่ได้มีเฉพาะโบราณวัตถุล้ำค่า หรือศิลปวัตถุอลังการเท่านั้น แต่ยังมีหลักฐานทางโบราณคดีประเภทอื่น เช่น เศษพืช ซากสัตว์ ที่รวมไปถึงไม้กระดานแต่ละแผ่นที่ประกอบขึ้นเป็นลำเรือที่สามารถเล่าถึงปฏิสัมพันธ์ของคนกับสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศในสมัยโบราณ ที่รวมไปถึงการติดต่อแลกเปลี่ยน การเคลื่อนย้ายสายพันธุ์พืชไปพร้อมกับเส้นทางการค้าและการเคลื่อนย้ายของผู้คนในช่วงปลายพุทธศตววรษที่ 12 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นยุคต้นของสมัยประวัติศาสตร์ในประเทศไทยได้

การค้นพบเศษพืชหลากหลายชนิดในเรือพนมสุรินทร์ นับว่าเป็นการท้าทายภาพจำของการศึกษาแหล่งโบราณคดีในสมัยประวัติศาสตร์โดยเฉพาะแหล่งเรือจมโบราณ รวมทั้งเปิดมุมมองความรู้และความเป็นไปได้ของการศึกษาหลักฐานประเภทอินทรียวัตถุต่างๆ ที่รอการค้นพบในแหล่งโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์รวมทั้งแหล่งโบราณคดีสมัยอื่นๆ ในประเทศไทยต่อไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ขอขอบคุณ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี, กลุ่มงานวิทยาศาสตร์ กรมศิลปากร สำหรับความช่วยเหลือในการเข้าศึกษาตัวอย่างพืชจากแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ (อาศัยความตามเอกสารเลขที่ วธ 0411/ 4999 ) Cristina Castillo, Dorian Fuller แห่งสถาบันโบราณคดี University College London และ Mark Nesbitt แห่ง Kew Garden กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อ้างอิง :

[1] กรมศิลปากร. 2559. แหล่งเรือโบราณพนม-สุรินทร์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร. กรุงเทพฯ : บริษัท บางกอกอินเฮาส์ จำกัด.

[2] จารุวรรณ แย้มพราย. 2563. เมล็ดพืชที่พบในเรือพนมสุรินทร์ จังหวัดสมุทรสาคร : กรณีศึกษา ข้าว หมาก และเมล็ดพืชไม่ทราบชนิด. ใบความรู้เผยแพร่ผ่าน Facebook กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์, กรมศิลปากร, วันที่ 28 ธันวาคม 2563 (accessed 28th December 2020).

[3] ณัฎฐา ชื่นวัฒนา, ปรียานุช จุมพรม, อภิรดา โกมุท. 2562. “ของป่า ข้าว และหมาก : ผลการวิเคราะห์ทางโบราณพฤกษคดีเบื้องต้น จากแหล่งเรือจมพนมสุรินทร์ จังหวัดสมุทรสาคร,” ใน ศิลปากร. 62 (4) : 65-79.

[4] ณัฎฐา ชื่นวัฒนา. 2563. แวววับ จับใจ ไร้ลิ้น : การเมือง โบราณคดีชาตินิยมอลังการ กับมื้ออาหารที่หายไป (1). The101.world, 9th Jul 2020 (accessed 27th May 2021).

[5] สำนักคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย, กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 2555. คัมภีร์ธาตุพระนารายณ์ ฉบับใบลาน (ตำราพระโอสถนารายณ์) ชุดตำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉบับอนุรักษ์. โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.

[6] Jumprom, P. 2014. “The Phanom Surin Shipwreck : New Discovery of an Arab-style Shipwreck in Central Thailand,” in Southeast Asian Ceramics Museum Newsletter. 8 (1) : 1-4.

[7] __. 2019. Recovery of a Lost Arab-Styled Ship at Phanom-Surin : The Wetland Excavation Site in Central Thailand. In Fine Arts Department (eds.), Ancient Maritime Cross-cultural Exchanges Archaeological Research in Thailand. Bangkok : Rung Silp Printing, pp. 227-247.

[8] Gupta, Shakti M. 2001. Plant Myths and Traditions in India. Munshirm Manoharlal Publisher.

[9] Kumar, M. 2020. Chapter 11 : Phytochemistry and Medicinal Value of Putranjiva roxburghii Wall. In J. K. Patra et. al. (eds.). Advances in Pharmaceutical Biotechnology. Singapore : Springer Nature.

[10] Martin, C. M. and Barkley, William D. 2000. Seed Identification Manual. New Jersey : The Blackburn Press.

[11] Wu, Z. Y., Raven, P. H. & Hong, D. Y. eds. 2008. Flora of China. Vol. 11 (Oxalidaceae through Aceraceae). Science Press, Beijing, and Missouri Botanical Garden Press, St. Louis.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 มกราคม 2566

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...