โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิวัฒนาการของ "ป๊อปคอร์น" จากสิ่งของบูชาเทพเจ้า สู่ขนมขบเคี้ยวคู่โรงหนัง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 ต.ค. 2567 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2567 เวลา 04.55 น.
รถบรรทุกป๊อปคอร์น

“ป๊อปคอร์น” (Popcorn) หรือข้าวโพดคั่ว อาหารทานเล่น หรือ ขนม ที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินระหว่างการชมภาพยนตร์และมหรสพอื่น ๆ ทุกวันนี้เราพบเห็นจนเป็นภาพจำไปแล้วว่าการชมภาพยนตร์พร้อมถังป๊อปคอร์นเป็นของคู่กัน แต่ที่มาของเมนูนี้และค่านิยมดังกล่าวเป็นมาอย่างไร เริ่มต้นที่ไหน ?

นอกจาก “ป๊อปคอร์น” จะเป็นชื่อ “ข้าวโพดคั่ว” แล้ว ยังเป็นชื่อของสายพันธุ์ข้าวโพดด้วย นั่นคือพันธุ์ Popcorn ทฤษฎีว่าด้วยที่มาของชื่อนี้จากเรื่องเล่าในหมู่ชาวอเมริกัน ชื่อ “ป๊อปคอร์น” มาจากเสียง “Pop pop pop” ตอนที่เมล็ดข้าวโพดโดนความร้อนจนแตกฟูกลายเป็นช่อนั่นเอง แล้วจึงนำมาประกอบกับคำว่า Corn ที่หมายรวมถึงข้าวโพดพันธุ์อื่น ๆ และธัญพืชอีกบางชนิดด้วย

ป๊อปคอร์นเกิดขึ้นครั้งแรกในดินแดนของชาวอินเดียน ทวีปอเมริกา นักโบราณคดีพบหลักฐานมากมายที่บ่งชี้ว่าพืชพื้นเมืองอย่าง “ข้าวโพด” ถูกพัฒนาสายพันธุ์และเป็นอาหารของคนที่นี่มาช้านานแล้วก่อนชาวยุโรปมาพบ เมืองโบราณในทวีปอเมริกาจึงมีร่องรอยซังข้าวโพดกระจายอยู่ทั่วไปตามนครเก่าแก่ในอเมริกากลางแถบประเทศเม็กซิโก ถิ่นฐานของชาวมายา แอซแท็ก รวมถึงทวีปอเมริกาใต้ในกลุ่มอารยธรรมแอนเดียนของชาวอินคาและชนพื้นเมืองในแอมะซอน

กลุ่มชนเหล่านี้นำข้าวโพดป่าพัฒนาเป็นข้าวโพดไร่ แล้วนำเมล็ดของมันมาคั่วก่อนบริโภค แต่ข้าวโพดในยุคแรก ๆ ไม่ได้ฝักใหญ่อวบอิ่มแบบที่เราเห็นกัน ซังข้าวโพดอายุราว 4,000 ปี ที่ค้นพบในถ้ำแห่งหนึ่งในรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา เมื่อ ค.ศ. 1948 และ 1950 มีขนาดฝักเล็กกว่าเหรียญเพนนีไปจนถึงขนาดสองนิ้วเท่านั้น

อาหารบูชาทวยเทพ

หลังจากการค้นพบทวีปอเมริกาของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในปี 1492 บันทึกต่าง ๆ ของชาวยุโรปมีการกล่าวถึงข้าวโพดและป๊อปคอร์น ซึ่งบ่งชี้ว่าป๊อปคอร์นเป็นส่วนประกอบในพิธีกรรมต่าง ๆ ของชาวอินเดียนเผ่าแอซเท็กในคริสต์ศตวรรษที่ 16

เบอร์นาดิโน เดอ ซาฮากัน (Bernardino de Sahagun) นักประวัติศาสตร์ชาวสเปนผู้ศึกษาวัฒนธรรมของชาวเมโสอเมริกันบันทึกว่า ระหว่างพิธีบูชาทวยเทพ หญิงสาวชาวแอซแท็กจำนวนมากจะเต้นรำพร้อมมาลัยป๊อปคอร์นหนาเท่าฝักข้าวโพดที่วางบนศีรษะของพวกเธอ

ปี 1517 เฮอร์นานโด คอร์เตซ (Hernando Cortes) นักสำรวจและนักล่าอาณานิคมชาวสเปน ผู้รุกรานอาณาจักรของชาวแอซเท็กในเม็กซิโกพบว่า ป๊อปคอร์นเป็นอาหารที่มีความสำคัญและมีบทบาทในวิถีชีวิตของชนพื้นเมืองสูงมาก เพราะนอกจากเป็นเครื่องประดับติดหมวกหรือมงกุฎสำหรับสวมระหว่างประกอบพิธีกรรมแล้ว ชาวแอซแท็กยังสวมสร้อยคอที่ร้อยจากป๊อปคอร์นและประดับประดามันบนรูปปั้นเทพเจ้าท้องถิ่นของพวกเขา โดยเฉพาะ “ทลาลอค” (Tlaloc) เทพแห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์

บันทึกของชาวสเปนยังบอกเล่าถึงพิธีบูชาเทพเจ้าให้ช่วยคุ้มครองชาวประมงแอซแท็กระหว่างการออกทะเล ความว่า “พวกเขานั่งกระจายกันอยู่ตรงหน้าเขาผู้คั่วข้าวโพดซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘โมโมชิทล์’ (Momochitl) เป็นข้าวโพดที่แตกฟูได้เมื่อคั่ว และเผยให้เห็นถึงเนื้อใน ทำให้ดูเหมือนดอกไม้สีขาวมาก ๆ เขากล่าวกันว่านี่เป็นสิ่งบูชาเทพแห่งวารี”

ราวปี 1650 ของ Spaniard Cobo เขียนบันทึกถึงการทำป๊อปคอร์นของชาวอินเดียนในประเทศเปรูว่า “พวกเขาปิ้งข้าวโพดชนิดหนึ่งจนกระทั่งมันระเบิดออก พวกเขาเรียกมันว่า ‘Pisancalla’ และพวกเขากินมันเหมือนเป็นขนม”

ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 18 ระหว่างการสำรวจประเทศปารากวัยของ เฟลิกซ์ เดอ อซารา (Felix de Azara) ผู้นำทหาร วิศวกร และนักธรรมชาติวิทยาชาวสเปน กล่าวถึงเมล็ดข้าวโพดชนิดหนึ่งที่ “เมื่อต้มในไขมันหรือน้ำมัน เมล็ดของมันจะแตกออกแบบไม่หลุด และผลที่ได้คือช่อดอกที่สวยงามที่สุดซึ่งเหมาะสมจะแต่งผมสตรีในเวลากลางคืนโดยไม่มีใครรู้เลยว่ามันคืออะไร ผมได้กินเมล็ดที่แตกออกนี้บ่อย ๆ และพบว่ามันรสชาติดีมาก”

แทบไม่ต้องสงสัยว่าข้อมูลทั้งหมดกล่าวถึง “ป๊อปคอร์น” ข้าวโพดคั่วจากสายพันธุ์ข้าวโพดที่ชนพื้นเมืองพัฒนาพันธุ์จนทำเป็นป๊อปคอร์นได้ และลูกหลานของมันกำลังจะแพร่กระจายไปทั่วจนเป็นที่นิยมของคนอีกมากมายทั่วโลก

ป๊อปคอร์น หน้าโรงหนัง อาหารโปรดของอเมริกันชน

หลังจากข้าวโพดเป็นที่รู้จักและถูกนำไปปลูกแทบทุกมุมโลก มีการทำไรข้าวโพดกันอย่างกว้างขวางในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษ 18 และ “ป๊อปคอร์น” กลายเป็นเมนูยอดนิยมในฐานะ ขนม ทานเล่น

ปี 1896 ชาร์ลส์ เครเตอร์ (Charles Cretors) ผู้ก่อตั้งบริษัท C. Cretors and Company ได้สร้างเครื่องคั่วข้าวโพดเคลื่อนที่ออกมาเสนอขาย นี่จึงเป็นเครื่องทำป๊อปคอร์นแบบเคลื่อนที่ได้เครื่องแรกของโลก เปิดตัวในงาน World’s Columbian Exposition ที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา

นิตยสาร Scientific American รายงานเรื่องนี้ว่า “เครื่องนี้ถูกออกแบบด้วยแนวคิดเพื่อเคลื่อนมันไปยังสถานที่ใด ๆ ก็ตามที่คนขายมีโอกาสทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์ที่เบาและแข็งแรงนี้มีน้ำหนักเพียง 400-500 ปอนด์ สามารถลากไปได้ด้วยแรงของเด็กชายหรือม้าตัวเล็ก ๆ สู่พื้นที่ปิกนิก งาน ลานหาเสียง ฯลฯ และไปยังสถานที่อื่น ๆ อีกมากมายซึ่งจะสร้างธุรกิจดี ๆ ได้ในเวลาเพียง 1-2 วัน”

ในปลายทศวรรษ 1890 จึงปรากฏ “รถป๊อปคอร์น” ของพ่อค้าแม่ขายเร่ขายเมนูทานเล่นยอดฮิตนี้ตามถนน รถเร่ติดเตาไฟที่ใช้พลังงานไอน้ำและก๊าซมักจะไปโผล่ตามงามรื่นเริง สวนสาธารณะ และงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา

ผู้ขายป๊อปคอร์นมักนำสินค้าของพวกเขาเข้าไปขายในโรงภาพยนตร์อยู่เสมอ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าตลอด กระทั่งปลายปี 1920 เจ้าของโรงภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกามีการสั่งห้ามการขายป๊อปคอร์นในโรงภาพยนตร์ เนื่องจากมองว่าไม่เหมาะสม และเป็นการรบกวนลูกค้าของพวกเขา (ขณะนั้นยังฉายเป็น “หนังเงียบ” อยู่)

ปี 1925 มีการประดิษฐ์เครื่องทำป๊อปคอร์นแบบไฟฟ้าขึ้น ผู้ขายป๊อปคอร์นมองเห็นถึงผลกำไรที่จะได้จากลูกค้านักชมภาพยนตร์ จึงเลือกที่จะเช่าพื้นที่ใกล้ ๆ กันตั้งเครื่องทำป๊อปคอร์นแล้วขายให้คนเหล่านี้

มีเรื่องเล่าว่า ที่รัฐโอคลาโฮมา (Oklahoma) นายธนาคารคนหนึ่งล้มละลายหลังธนาคารของเขาปิดตัวลง เขาซื้อเครื่องทำป๊อปคอร์นแล้วเริ่มธุรกิจร้านป๊อปคอร์นเล็ก ๆ ใกล้โรงภาพยนตร์ ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาเพียง 2-3 ปี ธุรกิจของเขาสามารถทำเงินจนสามารถซื้อฟาร์มที่เคยสูญเสียไปในช่วงล้มละลายคืนได้ และซื้อได้ถึงสามจากหนึ่งฟาร์มที่เขาเคยมี

แม้ไม่มีข้อมูลว่านายธนาคารคนนั้นคือใคร และเขาประสบความสำเร็จขนาดนั้นจริงหรือไม่ แต่เรื่องราวนี้ช่วยให้เราเห็นภาพว่าจุดเริ่มต้นและความนิยม “ป๊อปคอร์นหน้าโรงหนัง” ว่าเริ่มขึ้นประมาณไหน

จากความนิยมและรายได้จากการค้าป๊อปคอร์น ในที่สุดเจ้าของโรงภาพยนตร์ก็ตัดสินใจติดตั้งเครื่องทำป๊อปคอร์นไว้ในโรงภาพยนตร์เสียเอง ซึ่งทำรายได้ให้พวกเขามากยิ่งขึ้นไปอีก บรรดาเจ้าของโรงภาพยนตร์ที่ปฏิเสธการขายนี้อย่างหนักแน่นกลับต้องประสบปัญหาการขาดทุนจนบางรายต้องเลิกกิจการไป เจ้าของโรงภาพยนตร์บางรายถึงกับเลือกที่จะลดราคาตั๋วชมภาพยนตร์แล้วเพิ่มเครื่องทำป๊อปคอร์นแทน เพราะกำไรมหาศาลจากการขายป๊อปคอร์นนั้นคุ้มค่ากว่ามาก

นอกจากนี้ ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ธุรกิจอาหารอื่น ๆ ทยอยล้มเลิกไป ทว่า ธุรกิจป๊อปคอร์นกลับยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการขายป๊อปคอร์นหน้าโรงภาพยนตร์ อีกเหตุผลที่เป็นไปได้คือ นอกจากอาหารมื้อหลักแล้ว แทนที่จะซื้ออาหารทานเล่นราคาสูงอย่างอื่น ป๊อปคอร์นในราคาถุงละ 5-10 เซนต์ คือสิ่งเยียวยาจิตใจอย่างดีของผู้คนที่กำลังประสบภาวะยากลำบาก

ระหว่างสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II, 1939-1945) น้ำตาลจำนวนมากถูกส่งข้ามทะเลไปให้กองทัพในแนวหน้า ปริมาณน้ำตาลที่เหลือในประเทศจึงน้อยจนไม่เพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมลูกกวาด ภาวการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวอเมริกันที่ต้องการขนมขบเคี้ยวมีทางเลือกไม่มากนักก่อนเบนความสนใจไปยังป๊อปคอร์น เมื่อผู้คนบริโภคป๊อปคอร์นมากขึ้น ธุรกิจป๊อปคอร์นก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย และเติบโตขึ้นถึงสามเท่าในช่วงสงคราม

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น เพอร์ซี สเปนเซอร์ (Percy Spencer) แห่งบริษัท Raytheon Manufacturing Corporation ค้นพบวิธีผลิตแมกนีตรอน (Magnetron, ตัวเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นคลื่นไมโครเวฟ) พร้อมกันคราวละมาก ๆ ได้ นำไปสู่การประดิษฐ์ “เตาไมโครเวฟ” โดยมี “ป๊อปคอร์น” เป็นหนูทดลองในการปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวของเขาจนสำเร็จ

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ป๊อปคอร์นเป็นที่นิยมของทั้งชนชั้นกลางและชนชั้นล่างในสหรัฐอเมริกาตลอดทศวรรษ 1950 เมื่อโทรทัศน์ได้รับความนิยมสูงขึ้นตามลำดับ จำนวนคนเข้าโรงภาพยนตร์ที่ลดลงแม้ส่งผลต่อยอดขายป๊อปคอร์นหน้าโรงภาพยนตร์อยู่บ้าง แต่ในเมื่อพวกเขาสามารถบริโภคป๊อปคอร์นได้ที่บ้านระหว่างชมโทรทัศน์ แถมมีไมโครเวฟที่ทำป๊อปคอร์นได้เองง่าย ๆ ด้วย ความนิยมป๊อปคอร์นจึงอยู่ในระดับสูงแทบไม่ต่างจากเดิมเลย และความนิยมการดังกล่าวก็แพร่กระจายไปทั่วโลกพร้อมวัฒนธรรมความเป็นอเมริกันในช่วงสงครามเย็น…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

uspopcorn.in.th. เรื่องราวเกี่ยวกับป๊อปคอร์น
ข้อเท็จจริงของข้าวโพดป๊อปคอร์น. From https://www.uspopcorn.in.th/all-about-popcorn/

Stephanie Butler, History. A History of Popcorn. From https://www.history.com/news/a-history-of-popcorn

The Popcorn Board (Popcorn.org). History of Popcorn. From https://www.popcorn.org/All-About-Popcorn/History-of-Popcorn

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิวัฒนาการของ “ป๊อปคอร์น” จากสิ่งของบูชาเทพเจ้า สู่ขนมขบเคี้ยวคู่โรงหนัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...