โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรวจ HIV ด้วยตนเองได้ไหม? ชุดตรวจ HIV เชื่อถือได้หรือเปล่า?

Dek-D.com

เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2565 เวลา 07.29 น. • DEK-D.com
ชุดตรวจ HIV เชื่อถือได้แค่ไหน

ตรวจ HIV ด้วยตนเองได้ไหม? ผลตรวจเชื่อถือได้หรือเปล่า?

ปัจจุบันเทคโนโลยีเกี่ยวกับการตรวจเชื้อต่างๆ ด้วยตนเองนั้นพัฒนาไปไกลมากแล้วครับ อย่างที่เราเห็นกันชัดเจนก็โดยเฉพาะโควิด-19 กำลังระบาด แทบทุกคนน่าจะเคยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit หรือ ATK ด้วยตนเอง และผลการตรวจนั้นก็ช่วยคัดกรองโรคได้อย่างมากเลยทีเดียวครับ

ทีนี้พูดถึงโดยหลักการของการตรวจหาเชื้อโควิด-19 นั้นก็เหมือนกับการตรวจหาเชื้อไวรัสทั่วไปเลยครับ เช่นเดียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือไวรัส HIV (Human Immunodeficiency Virus) ที่น้องๆ ถามเข้ามาวันนี้นั่นเอง

ชุดตรวจ HIV Test Kit ลดการแพร่ระบาดและรักษาได้รวดเร็วขึ้น

หากใครจำได้… หรืออาจจะเพิ่งทราบก็ได้ครับ เมื่อปลายปี 64 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีประกาศอนุญาตใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้แล้ว โดยขณะนั้นมีชุดตรวจที่ผ่านมาตรฐาน อย. แล้ว และจะมีการวางขายตามร้านขายยาทั่วประเทศด้วย ทั้งนี้เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อเอชไอวี เพื่อผลในการเข้ารับการรักษาหรือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้เร็วขึ้นนั่นเอง

โดยสถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทยในขณะนั้น (ประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2565) มีเป้าหมายใจการยุติปัญหาเอดส์ให้ได้ภายในปี 2573 โดยลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ไม่เกิน 1,000 ราย/ปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ ไม่เกิน 4,000 ราย/ปี และลดการรังเกียจตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วย ให้ได้ร้อยละ 90

ชุดตรวจ HIV Test Kit ที่ผ่านการรับรองจาก อย.

เมื่อปี 2564 มีชุดทดสอบผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองมาตรฐานจาก อย.แล้ว 2 ชนิด คือ ชุดตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีจากการเจาะเลือดปลายนิ้วมือ รู้ผลภายใน 1 นาที และชุดตรวจโดยการใช้น้ำลายอ่านผลได้ใน 20 นาที

คล้ายกับชุดตรวจโควิด-19 อย่างที่พี่หมอบอกไปเลยใช่ไหมครับ ซึ่งความสะดวกก็คือ สมัยก่อนเราอาจสงสัยว่าได้รับเชื้อแต่ก็เขินอายที่จะไปรับการตรวจที่สถานพยาบาล แม้กระทั่งมีคลินิกนิรนามหลายแห่งช่วยอำนวยความสะดวกก็ตาม แต่ปัจจุบันชุดตรวจ HIV จะช่วยเรื่องความสะดวกมากขึ้น เนื่องจากเราสามารถคัดกรองโรคได้ด้วยตนเองผ่านวิธิการง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เพื่อได้รู้สถานะการติดเชื้อเบื้องต้น และรอตรวจยืนยันผลโดยสถานพยาบาลอีกครั้ง จากนั้นก็เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้ทันที

5 กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ HIV

  • กลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์ชาย
  • กลุ่มหญิงข้ามเพศ
  • กลุ่มพนักงานบริการ
  • ผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
  • ประชาชนทั่วไป

สถานการณ์การติดเชื้อ HIV ในไทย ปี 2527-2563

มีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ยังมีชีวิตอยู่ 462,376 คน ในปี 2563 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,855 คน เสียชีวิต 11,882 คน ผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิต รู้สถานะการติดเชื้อของตนเองร้อยละ 94.3 ขณะนี้อยู่ในระบบการรักษาในสถานพยาบาลทั่วประเทศด้วยยาต้านไวรัสร้อยละ 83.5 ในจำนวนนี้สามารถกดไวรัสได้สำเร็จ ร้อยละ 97.2

เราจะเลือกชุดตรวจ HIV Test Kit อย่างไรดี?

ปัจจุบัน ชุดตรวจ HIV test kit มีทั้งการตรวจทางเลือด และตรวจจากเนื้อเยื่อบุในช่องปากซึ่งวิธีการนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ และชุดตรวจที่ดีนั้นควรจะมีความแม่นยำ (Sensitiviity) และความจำเพาะ (Specitivity) มากกว่า 90% หรือมีผลที่ตรวจผิดพลาดต่างๆ ไม่เกิน 10 % โดยก่อนซื้อ หรือสั่งทางออนไลน์ ควรตรวจสอบตนเองและชุดตรวจก่อน ดังนี้

1. เป็นชุดตรวจที่ได้รับการรับรองโดย อย. (องค์การอาหารและยา) ประเทศไทย

ที่อนุญาตให้นำเข้ามาขายได้ในไทยหรือในร้านขายยา ซึ่งบางร้านเป็นการนำเข้ามา นำเลขที่อนุญาตไปตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขได้เลย จะเป็นชุดที่เขาตรวจสอบแล้วว่าเชื่อถือได้และมีความแม่นยำ

2. มีความเสี่ยงในการติดเชื้อมามากกว่า 2-3 สัปดาห์

ข้อนี้จริงๆ แล้วขึ้นกับชนิดการตรวจว่าตรวจเชื้อหรือตรวจหา Antibody (โปรตีนที่เป็นภูมิคุ้นกันของร่างกายที่จะคอยตอบสนองเวลามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย) ที่จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละชุดตรวจ ดังนั้น ถ้าให้ดี ควรจะตรวจในช่วงที่เลย window period(ช่วงเวลาฟักตัว หรือตรวจไม่พบเชื้อ) หลังจากมีความเสี่ยงด้วย แต่หากมีความเสี่ยงวันนี้ ตรวจเจอวันนี้นั้น อาจจะต้องลองคิดดูแล้วว่า มีความเสี่ยงมาก่อนหน้านี้ หรือติดมาก่อนหน้านี้แล้วหรือไม่

3. ผลบวกลวง (False positive) และผลลบลวง (False negative) สามารถเกิดขึ้นได้

แม้มีโอกาสเพียงเล็กน้อยจากชุดตรวจที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น การตรวจสอบซ้ำที่โรงพยาบาล ก่อนทำการรักษา หรือหากมีความเสี่ยงมาก ก็ควรจะพบแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาครับ เพราะยังมีการติดเชื้ออื่นๆที่ตามมาได้ หรือการรับประทานยาเพื่อป้องกันไว้ก่อนหากมีการได้รับเชื้อมา (Post-exposure Prophylaxis)

อย่างไรก็ตาม การตรวจหาเชื้อให้ไวที่สุด เพื่อที่จะได้เริ่มทำการรักษาเป็นสิ่งจำเป็นครับ หากน้องๆ คนไหน พลาดไปแล้ว และคิดว่าตนเองมีความเสี่ยง การลองตรวจด้วยตนเองก่อน ก็อาจจะคุ้มค่าดีกว่ารอปล่อยให้แสดงอาการของโรคหรือติดเชื้อแทรกซ้อน (Opportunistic infection) จากการที่เรามีภูมิคุ้มกันที่ต่ำมากๆ แล้วครับ เพื่อจะได้เริ่มทานยา แล้วใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไปเลยครับ

อ่านเรื่อง"HIV" ติดได้ หายยาก แต่ป้องกันได้!

อ่านเรื่อง รู้จักยา PrEP และยา PEP ใน 5 นาที ป้องกัน HIV ได้ดีแน่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...