โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Honda เผย ‘ระบบช่วยขับขี่’ เจนถัดไป ที่รองรับการขับขี่แบบ ‘แฮนด์ฟรี’

Car2day

อัพเดต 23 ธ.ค. 2565 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2565 เวลา 06.52 น. • Car2Day

เมื่อคุณนึกถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงและเทคโนโลยีการขับขี่กึ่งอัตโนมัติ Honda อาจไม่ใช่แบรนด์แรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของคุณ อย่างไรก็ตาม ค่ายผู้ผลิตรถจากญี่ปุ่นกำลังมองหาหนทางในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ตรงนั้น โดยการประกาศเปิดตัวคุณสมบัติใหม่สำหรับชุดเทคโนโลยี Sensing 360 และ Sensing Elite

Honda Sensing 360 เป็นชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับกลาง ซึ่งมันจะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถ Honda ทุกรุ่นที่ถูกขายในสหรัฐอเมริกา ภายในปี 2030

Honda Sensing 360 จะมีระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติแบบ Super Cruise ที่เรียกว่า ‘Advanced In-Lane Driving with Hands-off Function’ ตัวระบบจะรักษารถให้อยู่กึ่งกลางเลน ในขณะที่ควบคุมการเร่งความเร็ว การเบรก และการบังคับเลี้ยวของรถไปพร้อมกัน

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวระบบยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติม ‘Advanced Lane Change with Hands-off Function’ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเลนได้โดยอัตโนมัติเมื่อเปิดใช้งานระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ

Honda Sensing

นอกเหนือจากการขับขี่แบบแฮนด์ฟรีแล้ว Honda ยังมีระบบช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับผู้ขับขี่ ซึ่งมันจะใช้กล้องเพื่อตรวจสอบผู้ขับขี่ และดูว่าพวกเขาลืมตาหรือยังคงเงยหน้าขึ้นอยู่หรือไม่

ถ้าหากระบบตรวจจับได้ว่าผู้ขับขี่หมดสภาพในการขับขี่ ระบบจะรักษารถให้อยู่กึ่งกลางช่องทางเดินรถ พร้อมทั้งส่งเสียงและไฟสัญญาณเตือน เพื่อเรียกความสนใจกลับมาจากผู้ขับขี่

ถ้าหากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง เสียงเตือนจะดังขึ้นและคันเร่งจะถูกปิด เพื่อป้องกันการเร่งอย่างกะทันหันโดยไม่ได้ตั้งใจ

และถ้าหากนั่นยังไม่สามารถดึงความสนใจกลับมาจากผู้ขับขี่ได้ ตัวรถจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วเพื่อหยุด โดยในระหว่างนั้นมันจะทั้งเปิดไฟฉุกเฉินและกดแตรเตือนผู้ขับขี่รายอื่น ๆ รวมทั้งตัวรถจะติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน เผื่อเกิดกรณีที่ผู้ขับขี่อาจประสบกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น หัวใจวาย

Honda ระบบช่วยขับขี่

Honda นั้นยึดถือในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างมาก พวกเขายังใส่ลูกเล่นอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากระบบขับขี่อัตโนมัติเข้ามาในรถ พวกเขามี Exit Warning ซึ่งจะตรวจจับยานพาหนะและนักปั่นจักรยานที่กำลังขับขี่เข้ามาทางด้านหลังเมื่อรถจอดอยู่ โดยจะมีไฟเตือนสว่างขึ้นเพื่อเตือนผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และถ้าหากพวกเขาเปิดประตูโดยไม่ได้ตั้งใจ ไฟเตือนจะกะพริบและเสียงเตือนจะดังขึ้น

ชุดระบบช่วยเหลือนี้ยังมีฟังก์ชัน Driver Attention Warning และ Collision Warning รวมถึงเทคโนโลยี In-Lane Collision Behind Assist Technology ซึ่งจะชะลอรถและขับไปยังขอบนอกของเลนปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงคนเดินถนน คนขี่จักรยาน หรือรถที่จอดอยู่ และยังมี Emergency Steering Support ซึ่งจะช่วยลดความเร็วของรถและบังคับเลี้ยวในกรณีฉุกเฉิน

Honda คาดหวังให้ชุดระบบ Sensing Elite เจนถัดไป เป็นเรือธงทางด้านเทคโนโลยีที่มี AI ซึ่งจะ ‘เติบโตไปพร้อมกับสะสมประสบการณ์เหมือนกับมนุษย์’ สิ่งนี้จะช่วยให้ชุดระบบ ‘เพิ่มขีดความสามารถในการจดจำสถานการณ์ที่ซับซ้อน’ และจัดการกับสภาพแวดล้อมในการขับขี่ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น บนทางหลวงที่ไม่ใช่ทางด่วน

นอกจากนี้ ชุดระบบ Sensing Elite ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแบบแฮนด์ฟรีระหว่างการจราจรติดขัดบนถนนสายหลักได้อีกด้วย นอกเหนือจากการใช้งานบนทางหลวงที่รถวิ่งค่อนข้างเร็ว

ชุดระบบ Honda Sensing Elite รุ่นถัดไป ยังให้คำมั่นว่าจะต่อยอดความสามารถในการจอดรถที่มีอยู่ ด้วยฟังก์ชัน ‘บริการรับจอดรถอัตโนมัติ’ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของสามารถเรียกรถของตนเองได้

ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Honda Sensing Elite เหล่านี้ มีกำหนดที่จะเริ่มใช้งานในช่วงกลางทศวรรษนี้ ซึ่งจะออกมาช้ากว่าฟีเจอร์ Sensing 360 ใหม่ ที่จะเปิดตัวในปี 2024 เล็กน้อย

ทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางการจราจรที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของ Honda ลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2030 และพวกเขามีเป้าหมายที่จะกำจัดการเสียชีวิตจากการจราจรที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะของพวกเขาทั้งหมดในอีก 20 ปีถัดไป

อ้างอิง : carscoops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...