โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Haier Smart Home รายได้ครึ่งแรกปี 68 เกือบ 7 แสนลบ. ทุ่ม “หมื่นล้าน”สร้าง รง.แอร์ใหม่ในไทยใช้รุกตลาดโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 09.19 น.

Haier Smart Home ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2568 รายได้รวมทั่วโลกที่แข็งแกร่งเกือบ 7 แสนล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่ต่อเนื่องและมั่นคง แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจโลกภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก พร้อมขยายการลงทุนในต่างประเทศ ทุ่ม “หมื่นล้าน” สร้างโรงงานเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ในไทยวางตำแหน่งฐานการผลิตสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทั้งความตึงเครียดทางการค้า และความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม สามารถสร้างผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568ได้อย่างน่าสนใจโดยมี

  • รายได้รวมทั่วโลก พุ่งสูงถึง 156.49 พันล้านหยวน (ประมาณ 696,500.5 ล้านบาท) เติบโตขึ้น 10.2% จากปีก่อน
  • กำไรสุทธิ ของบริษัทแม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 15.6% หรือ 12.03 พันล้านหยวน (ประมาณ 53,500 ล้านบาท)
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน สูงถึง 11.14 พันล้านหยวน (ประมาณ 53,500 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 32.2% สะท้อนความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่อง
  • บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จำนวน 2.5 พันล้านหยวน (ประมาณ 11,100 ล้านบาท) ให้กับผู้ถือหุ้น
  • ความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์พรีเมียมอย่าง Casarte ที่ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดอย่างแข็งแกร่ง

โดยตัวเลขผลประกอบการที่น่าสนใจนี้มาจาก "3 กลยุทธ์หลัก" ได้แก่

  • การปรับโครงสร้างและยกระดับพอร์ตสินค้า: ไฮเออร์ใช้จุดแข็งของสินค้าขายดีทั้งในกลุ่มพรีเมียมและแมส เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความครอบคลุมในตลาดในประเทศ โดยเฉพาะแบรนด์ Casarte ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มไฮเอนด์ที่สร้างรายได้เติบโตถึง 20% จากการขายโซลูชันแบบครบชุด (suite-based solutions) สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดจีนที่มุ่งไปสู่สินค้าคุณภาพสูงและมีเทคโนโลยีที่ครบครัน ในขณะเดียวกัน แบรนด์ Leader ก็เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่แตกต่าง ทำให้ยอดขายเติบโตมากกว่า 15% กลยุทธ์นี้ช่วยให้บริษัทสามารถทำกำไรและชิงส่วนแบ่งตลาดในอัตราที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • การดำเนินงานแบบ Lean ด้วย AI: ไฮเออร์นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือดิจิทัลมาผสานในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค การวางแผนสินค้า ไปจนถึงการจัดส่ง นี่คือหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตราการเปลี่ยนผู้สนใจเป็นผู้ซื้อ (conversion rate), ลดสต็อกสินค้าคงค้าง, และลดต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและกำไรของบริษัท
  • การขยายตลาดและการกระจายการผลิตในแต่ละภูมิภาค: ไฮเออร์เดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยมีรายได้จากตลาดนอกประเทศเติบโตถึง 11.66% ทุกภูมิภาคล้วนมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ในตะวันออกกลางและแอฟริกาที่รายได้เติบโตสูงถึง 65.4% และในเอเชียใต้เติบโต 32.5%

นอกจากนี้ กลยุทธ์ "Local-for-Local" หรือการผลิตในท้องถิ่นเพื่อท้องถิ่น ก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น การขึ้นภาษี และความผันผวนด้านโลจิสติกส์ การมอบอำนาจการตัดสินใจให้ทีมงานในแต่ละภูมิภาคมากขึ้น ยังช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

Haier กับแผนการลงทุนในประเทศไทย เมกะโปรเจกต์หมื่นล้านสู่ฐานการผลิตหลักในอาเซียน

หนึ่งในก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ "Local-for-Local" คือการตัดสินใจลงทุนมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้าง โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศแห่งใหม่ ในประเทศไทย ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี โดยโรงงานแห่งนี้จะใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) และระบบจัดการที่ทันสมัย เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังอาเซียน ตะวันออกกลาง และตลาดโลก

ซึ่งโจว หยุนเจี๋ย ประธานกรรมการบริหาร ไฮเออร์ กรุ๊ป กล่าวว่า การลงทุนครั้งใหญ่นี้ไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ S-Curve และนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทย โดยโรงงานแห่งนี้จะกลายเป็น "ฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน" ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการแข่งขันและลดต้นทุนการนำเข้า

"ไฮเออร์มีแผนการลงทุนระยะยาวที่ไม่ใช่แค่การสร้างโรงงาน แต่เป็นการพัฒนาระบบการผลิตครบวงจรในรูปแบบ Smart Factory ใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง ควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและ R&D เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า ขณะเดียวกันยังมุ่งสนับสนุน New S-Curve ของประเทศไทย และเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งมั่นใจว่าก้าวต่อไปของไฮเออร์จะช่วยผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่สำคัญของอาเซียน"

สำหรับโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศไฮเออร์แห่งที่ 2 ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 324,000 ตารางเมตร ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (WHA ESIE 3) จังหวัดชลบุรี โดยแผนการผลิตของโรงงานแห่งใหม่นี้แบ่งเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกจะเริ่มเดินสายการผลิตในเดือนกันยายน 2568 ด้วยกำลังการผลิต 3 ล้านเครื่อง มูลค่าประมาณ 14,700 ล้านบาท ก่อนจะขยายสู่ 3.5 ล้านเครื่องในปี 2569 และแตะระดับสูงสุดที่ 6 ล้านเครื่องในปี 2570 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาค และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการสร้างงานกว่า 3,000 ตำแหน่ง

“บริษัทตั้งเป้าหมายชัดเจนในปี 2568 ว่ายอดขายเครื่องปรับอากาศภายในบ้านจะอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท และเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์อีก 1,108 ล้านบาท และพร้อมที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดกว่า 13% และเป็นแบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ของโลก ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...