โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก. ชี้ คลิปวางทุ่นระเบิด หลักฐานสำคัญกัมพูชาละเมิดข้อตกลง

INN News

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 06.59 น. • INN News

ศบ.ทก. ชี้ คลิปวางทุ่นระเบิดหลักฐานสำคัญกัมพูชาละเมิดข้อตกลง -ขัดอนุสัญญาระหว่างประเทศ กต.จ่อฟ้องที่ประชุม คกก.อนุสัญญาออตตาวา ศุกร์นี้ ย้ำ บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เป็นของไทย 100 % ติดตั้งลวดหนามเป็นสิทธิปกป้อง-คุ้มครองคนไทย

พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก.ด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า สถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วไปในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ภาพรวมอยู่ในสภาวะปกติ ส่วนการตรวจพบโทรศัพท์มือถือของฝ่ายกัมพูชา โดยกองทัพเรือ ได้ตรวจพบหลักฐานสำคัญ

ยืนยันว่าทหารกัมพูชาลักลอบใช้ทุนระเบิด PMN-2 บริเวณภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีวิดีโอและภาพถ่ายชัดเจนว่าทหารกัมพูชากำลังถือทุ่นระเบิด PMN-2 พร้อมบันทึกเสียงเป็นภาษาแขมร์ คาดว่าเป็นการสาธิตการใช้งานทุ่นระเบิด ก่อนนำไปฝังไว้ ในพื้นที่ชายแดนไทย ซึ่งในหลักฐานยังระบุวัน เวลา และสถานที่ด้วย จึงถือว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญว่ากัมพูชา ละเมิดข้อตกลงและการใช้ทุ่นระเบิด ขัดต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ซึ่งทางกองทัพได้ส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานประกอบ ยืนยันการละเมิดข้อตกลงของกัมพูชา ซึ่งจะเข้าในที่ประชุมของคณะกรรมการอนุสัญญาออตตาวา ที่ดูแลเรื่องการปฏิบัติของอนุสัญญาโดยเฉพาะที่จะมีการประชุมในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ด้วย

ส่วนการปฎิบัติของผู้สังเกตการณ์ IOT ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ร.ต. สุรสันต์ ระบุว่า 18 สิงหาคม คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวไปรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ที่ มทบ.22 โดยมีรองแม่ทัพภาคที่สอง เป็นผู้แทนให้การต้อนรับ และชี้แจงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

จากนั้น 19 สิงหาคม เดินทางไปที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานีเป็นจุดที่กัมพูชามาตัดลวดหนามของฝ่ายไทย ซึ่งไทยได้ชี้แจงให้คณะผู้สังเกตการณ์ฟังว่าเป็นพื้นที่ของประเทศไทยอย่างชัดเจน ก่อนจะเดินทางไปที่ผามออีแดงไปรับฟังการยิงของกัมพูชา โดยใช้ จรวด BM 21 เข้ามาฝั่งไทยทำให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่

จากนั้นไปที่ภูมะเขือ ฐานกฤษณา ซึ่งเป็นจุดที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด และมีการตรวจพบทุ่นระเบิดเพิ่มเติมอีก ซึ่งฝ่ายไทยได้ชี้แจงถึงการปฎิบัติของฝ่ายไทยในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และมีการตรวจสอบแล้ว พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

ช่วยเหลือส่งศพทหารกัมพูชาที่ตกค้างในพื้นที่ ส่งคืนฝ่ายกัมพูชาไปเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่วันสุดท้าย คือ วันนี้ (20 ส.ค.) วันสุดท้ายของการสังเกตการณ์ จะไปสถานที่ควบคุมเชลยศึกกัมพูชา 18 คนตามอนุสัญญาเจนีวา และไปโรงพยาบาลพนมดงรัก จ.สุรินทร์ที่โดนจรวด BM 21 ได้รับความเสียหาย และไปที่ช่องจุ๊ปตะโมก จุดที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดด้วย

โดยหลังจากการสังเกตการณ์นี้ทั้งหมดแล้ว ไทยโดยกองบัญชาการกองทัพไทย จะจัดประชุมสรุปผลการปฎิบัติการในวันที่ 21 สิงหาคม รวมทั้งจัดตั้งสำนักงานประสานงานกับคณะผู้สังเกตการณ์ ที่กองทัพไทย ส่วนต่างชาติและผู้สังเกตการณ์อาเซียนก็จะนำข้อมูลที่ได้ไปนำแจ้งในสายงานกองทัพของตนเอง

พล.ร.ต. สุรสันต์ ยังระบุอีกว่า พื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว เดิมเคยเป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวของชาวกัมพูชา ที่หนีสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ภายในประเทศกัมพูชามาพักพิงที่นี่ พบว่ามีการขยายชุมชน รุกล้ำอธิปไตยไทย การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ MOU 2543 อย่างชัดเจน โดยฝ่ายไทยได้มีการประท้วงหลายครั้ง แต่ฝ่ายกัมพูชากลับใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์กำบัง

นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชายังนำความช่วยเหลือนี้ไปบุกรุกพื้นที่ที่คนไทยเคยทำมาหากินต้องอพยพออกจากพื้นที่ไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชา และเจตนาร้ายในการรุกล้ำพื้นที่อย่างชัดเจน

ส่วนการติดตั้งลวดหนามของฝ่ายไทย พล.ร.ต. สุรสันต์ ระบุว่า เป็นสิทธิในการปกป้องและคุ้มครองประชาชนคนไทยและความมั่นคงของไทย ป้องกันไม่ให้เกิดการลุกลามเพิ่มเติม รวมถึงเป็นการลักลอบ การวางทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชาด้วย ย้ำว่าไทยปฏิบัติตามข้อตกลง GBC ที่มีการลงนามข้อตกลงกันไปแล้ว ยืนยันพื้นที่นี้เป็นของไทย 100 %

ด้านนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นางมาระตี กล่าวว่า การลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ไทยกัมพูชา ที่จังหวัดศรีสะเกษ
นอกเหนือจากคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวแล้ว ยังมีกระทรวงการต่างประเทศที่ได้จัดคณะลงพื้นที่ไปด้วยเป็นครั้งที่สอง ของภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยครั้งนี้ต่างจากครั้งแรกที่เป็นการลงพื้นที่ ที่เป็นเรื่องของทุ่นระเบิดสังหารบุคคลโดยเฉพาะ นำ คณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นคณะทูตผู้แทนรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และองค์กรภาคประชาสังคม ที่ทำงานด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมทั้ง สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ได้รับฟังข้อมูลและไปเห็นหลักฐานเชิงประจักษ์จากทุ่นระเบิดและอาวุธอื่นๆที่ฝ่ายไทยได้เก็บกู้มาว่าเป็นการลอบ วางใหม่โดยฝ่ายกัมพูชาที่มีเจตนาใช้และได้ใช้เรียบร้อยไปแล้ว

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจเป็นพิเศษในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้สัมผัสและได้รับรู้ข้อมูลตัวทุ่นระเบิด และได้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กระทรวงการต่างประเทศยินดีที่จะรับการประสานให้ข้อมูลกับสื่อต่างประเทศ เพื่อให้ได้เผยแพร่ข้อมูลที่เท็จจริงไปสู่โลกภายนอก การลงพื้นที่ของคณะผู้แทนจากต่างประเทศในครั้งนี้ย้ำชัดว่า ไทยพร้อมให้ความร่วมมือ
กับทุกภาคส่วน มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ และไม่มีอะไรที่จะปิดบัง สะท้อนด้วยว่าเป็นฝ่ายกัมพูชาที่กำลังบิดเบือนข้อเท็จจริง และกำลังเล่นละครฉากใหญ่ โดยอ้างว่าเป็นผู้ถูกกระทำ

อย่างไร้หลักฐานมาโดยตลอด โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์กรระหว่างประเทศจะทบทวนความช่วยเหลือกัมพูชาในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและร่วมกันกดดันให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธะกรณีในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาออตตาวา รวมทั้ง ข้อตกลงการหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา

นางมาระตี ยังระบุถึงคลิปวิดีโอเก็บภาพทหารกัมพูชากำลังวางทุ่นระเบิดในไทยนั้น ที่ยังมีความพยายามบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชา ว่า เป็นนักแสดงไทยนำเอาชุดทหารกัมพูชามาสวมใส่ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า คลิปวิดีโอ

ดังกล่าวนั้นเป็นเหตุการณ์จริง ซึ่งจะนำไปประกอบเป็นหลักฐานข้อมูลที่ฝ่ายไทยจะนำไปชี้แจงฟ้องกัมพูชาในกรอบของอนุสัญญาออตตาวา ที่กระทรวงกต่างประเทศกำลังเดินเรื่องอยู่ และในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุมของคณะกรรมการกรอบอนุสัญญาออตตาวา ที่ดูแลเรื่องของการปฎิบัติตามอนุสัญญาโดยเฉพาะ คณะกรรมการนี้ได้มีการประชุมแล้วหลายรอบ ซึ่งในครั้งนี้ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จะเข้าร่วมเพื่อสืบข้อเท็จจริงของหลักฐานทั้งหมดที่ฝ่ายไทยที่เก็บมาเพื่อเป็นข้อมูลชี้แจงที่มีน้ำหนัก

นอกจากนี้ ความร่วมมือของไทยในกรอบคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC ในช่วงระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กองทัพบกได้นำผู้แทน ของคณะกรรมการกาชาดฯลงพื้นที่ แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อติดตามการดูแลทหารกัมพูชาที่ดูแลอยู่ในการดูแลของฝ่ายไทย แต่เพื่อรับทราบข้อมูลความเสียหายและผลกระทบของประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

รวมทั้งการโจมตีที่ไม่เลือกเป้าหมายของกัมพูชา ในจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญของความพร้อมที่ฝ่ายไทยมีในเรื่องของความร่วมมือกับองค์กรนี้และองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ไทยยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนหลักปฏิบัติสากลต่างๆ

ทั้งนี้ ศบ.ทก ยังคงขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่านให้ระมัดระวังเรื่องข่าวบิดเบือนในขณะนี้ต้องช่วยกันแชร์ข้อมูลชี้แจงที่ตอบโต้ข่าวบิดเบือนที่หน่วยงานราชการได้จัดทำ เพื่อตอบโต้การจัดฉากที่นำเสนอโดยฝ่ายกัมพูชา

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...