ม.มหิดล เปิดเวทีสัมมนา “เข้าใจ รับมือ และป้องกัน: ความปลอดภัยมิติเพศในที่ทำงานของภาคเอกชน”
ม.มหิดล เปิดเวทีสัมมนา “เข้าใจ รับมือ และป้องกัน: ความปลอดภัยมิติเพศในที่ทำงานของภาคเอกชน”
กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2568 ได้มีการเปิดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “เข้าใจ รับมือ และป้องกัน : คว ามปลอดภัยมิติเพศในที่ทำงานของภาคเอกชน” จัดโดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมพร้อมเปิดตัวโครงการพัฒนาหลักสูตรและคู่มือแนวปฏิบัติ เพื่อสร้างมาตรการป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงบนฐานเพศและการคุกคามทางเพศในสถานประกอบการเอกชน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย ผศ.ดร.นุชราภรณ์ เลี้ยงรื่นรมย์ รอง ผอ.สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาครั้งนี้
ที่มาของการจัดการสัมมนาฯ เนื่องจากพบว่า แม้ประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญ อาทิ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน แต่สถานประกอบการเอกชนจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติที่เป็นระบบ ขณะที่มาตรฐานแรงงานระดับโลก โดยเฉพาะอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO C190) กำหนดให้องค์กรต้องสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและปราศจากการคุกคาม ซึ่งประเทศไทยกำลังเตรียมการศึกษาเพื่อรับรองอนุสัญญานี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสถานประกอบการ โครงการจึงได้พัฒนา หลักสูตรออนไลน์ (E-learning Application: MU-ZeroGBV in Workplace) เพื่อให้สถานประกอบการนำไปใช้อบรมพนักงานได้ทันที
รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา ทวีสิทธิ์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวถึงความรุนแรงบนฐานเพศ ไม่เพียงทำลายศักดิ์ศรีของพนักงาน แต่ยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและชื่อเสียงต่อองค์กรด้วย พร้อมเผยถึงผลการสำรวจสถานการณ์ปัจจุบัน โครงการได้เก็บข้อมูลจาก 67 สถานประกอบการ ใน 5 อุตสาหกรรมส่งออก ได้แก่ ยานยนต์ อาหารส่งออก สิ่งทอ อิเล็กโทรนิกส์/เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งโรงแรม/ท่องเที่ยว โดย สัมภาษณ์พนักงาน 603 คน
พบว่า 44.4% ของพนักงานเคยถูกละเมิดหรือคุกคามทางเพศ กลุ่มหลากหลายเพศ, เผชิญการคุกคามสูงสุดถึง 60.2% , ผู้หญิงเผชิญการคุกคาม 45.9% และผู้ชาย 33.9% , กลุ่มอายุ 20–24 ปี เป็นช่วงวัยที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุด (57.6%) และพฤติกรรมที่พบบ่อย ได้แก่ การล้อเลียนรูปร่างหน้าตา (27.2%) การแซวหรือหยอกล้อส่อทางเพศ (16.4%) การถูกลูบคลำแตะเนื้อต้องตัว (9.5%) และคำพูดแทะโลม (9.1%)
ด้านมาตรการภายในองค์กร เกือบครึ่งหนึ่ง (45.4%) ของพนักงานบอกว่าสถานประกอบการที่ตนทำงานอยู่ไม่มีมาตรการป้องกันเรื่องนี้ที่ชัดเจน , 41.6% ของพนักงานบอกว่าสถานประกอบการที่ตนทำงานอยู่ไม่เคยจัดการอบรมหรือรณรงค์ เรื่องนี้แก่พนักงาน , พนักงานผู้ที่เคยถูกละเมิดในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เลือก หลีกเลี่ยงผู้กระทำ (49.6%) มากกว่าการร้องเรียนผ่านกลไกที่มีอยู่ และข้อมูลเชิงคุณภาพชี้ว่าหากมีการรายงานเหตุการณ์ละเมิดในเรื่องนี้ สถานประกอบการจัดการปัญหานี้โดยการไล่ออก ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ทำให้ผู้ถูกกระทำถูกข่มขู่จากผู้กระทำ และรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะแจ้งเหตุหรือร้องทุกข์ ทั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลในช่วงเดือน มกราคม -เมษายน 2568 ที่ผ่านมา
กิจกรรมในงานสัมมนาครั้งนี้ มีหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ ทิศทางนโยบายการดำเนินงานเรื่องการคุกคามทางเพศและการทำความรุนแรงบนฐานเพศในที่ทำงานภาคเอกชน และการอภิปราย ชวนคิด ชวนคุย เรื่องการคุกคามทางเพศและความรุนแรงบนฐานเพศในโลกของการทำงาน
และการเสวนาเรื่อง “การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา” โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ คุณนัยนา สุภาพึ่ง มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ คุณอภัณตรี เจริญศักดิ์ รองประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทยฝ่ายสตรีและเยาวชน, คุณมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทยฯ (CTL) โดยมี ดร.ชเนตตี ทินนาม อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการ