โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ม.มหิดล เปิดเวทีสัมมนา “เข้าใจ รับมือ และป้องกัน: ความปลอดภัยมิติเพศในที่ทำงานของภาคเอกชน”

77kaoded

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 22.04 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 15.04 น. • 77Kaoded

ม.มหิดล เปิดเวทีสัมมนา “เข้าใจ รับมือ และป้องกัน: ความปลอดภัยมิติเพศในที่ทำงานของภาคเอกชน”

กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2568 ได้มีการเปิดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “เข้าใจ รับมือ และป้องกัน : คว ามปลอดภัยมิติเพศในที่ทำงานของภาคเอกชน” จัดโดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมพร้อมเปิดตัวโครงการพัฒนาหลักสูตรและคู่มือแนวปฏิบัติ เพื่อสร้างมาตรการป้องกันและจัดการปัญหาความรุนแรงบนฐานเพศและการคุกคามทางเพศในสถานประกอบการเอกชน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย ผศ.ดร.นุชราภรณ์ เลี้ยงรื่นรมย์ รอง ผอ.สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาครั้งนี้

ที่มาของการจัดการสัมมนาฯ เนื่องจากพบว่า แม้ประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญ อาทิ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน แต่สถานประกอบการเอกชนจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติที่เป็นระบบ ขณะที่มาตรฐานแรงงานระดับโลก โดยเฉพาะอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO C190) กำหนดให้องค์กรต้องสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและปราศจากการคุกคาม ซึ่งประเทศไทยกำลังเตรียมการศึกษาเพื่อรับรองอนุสัญญานี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับสถานประกอบการ โครงการจึงได้พัฒนา หลักสูตรออนไลน์ (E-learning Application: MU-ZeroGBV in Workplace) เพื่อให้สถานประกอบการนำไปใช้อบรมพนักงานได้ทันที

รองศาสตราจารย์ ดร. สุชาดา ทวีสิทธิ์ หัวหน้าโครงการ กล่าวถึงความรุนแรงบนฐานเพศ ไม่เพียงทำลายศักดิ์ศรีของพนักงาน แต่ยังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและชื่อเสียงต่อองค์กรด้วย พร้อมเผยถึงผลการสำรวจสถานการณ์ปัจจุบัน โครงการได้เก็บข้อมูลจาก 67 สถานประกอบการ ใน 5 อุตสาหกรรมส่งออก ได้แก่ ยานยนต์ อาหารส่งออก สิ่งทอ อิเล็กโทรนิกส์/เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งโรงแรม/ท่องเที่ยว โดย สัมภาษณ์พนักงาน 603 คน

พบว่า 44.4% ของพนักงานเคยถูกละเมิดหรือคุกคามทางเพศ กลุ่มหลากหลายเพศ, เผชิญการคุกคามสูงสุดถึง 60.2% , ผู้หญิงเผชิญการคุกคาม 45.9% และผู้ชาย 33.9% , กลุ่มอายุ 20–24 ปี เป็นช่วงวัยที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุด (57.6%) และพฤติกรรมที่พบบ่อย ได้แก่ การล้อเลียนรูปร่างหน้าตา (27.2%) การแซวหรือหยอกล้อส่อทางเพศ (16.4%) การถูกลูบคลำแตะเนื้อต้องตัว (9.5%) และคำพูดแทะโลม (9.1%)

ด้านมาตรการภายในองค์กร เกือบครึ่งหนึ่ง (45.4%) ของพนักงานบอกว่าสถานประกอบการที่ตนทำงานอยู่ไม่มีมาตรการป้องกันเรื่องนี้ที่ชัดเจน , 41.6% ของพนักงานบอกว่าสถานประกอบการที่ตนทำงานอยู่ไม่เคยจัดการอบรมหรือรณรงค์ เรื่องนี้แก่พนักงาน , พนักงานผู้ที่เคยถูกละเมิดในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เลือก หลีกเลี่ยงผู้กระทำ (49.6%) มากกว่าการร้องเรียนผ่านกลไกที่มีอยู่ และข้อมูลเชิงคุณภาพชี้ว่าหากมีการรายงานเหตุการณ์ละเมิดในเรื่องนี้ สถานประกอบการจัดการปัญหานี้โดยการไล่ออก ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ทำให้ผู้ถูกกระทำถูกข่มขู่จากผู้กระทำ และรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะแจ้งเหตุหรือร้องทุกข์ ทั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลในช่วงเดือน มกราคม -เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

กิจกรรมในงานสัมมนาครั้งนี้ มีหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ ทิศทางนโยบายการดำเนินงานเรื่องการคุกคามทางเพศและการทำความรุนแรงบนฐานเพศในที่ทำงานภาคเอกชน และการอภิปราย ชวนคิด ชวนคุย เรื่องการคุกคามทางเพศและความรุนแรงบนฐานเพศในโลกของการทำงาน

และการเสวนาเรื่อง “การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา” โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ คุณนัยนา สุภาพึ่ง มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ คุณอภัณตรี เจริญศักดิ์ รองประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทยฝ่ายสตรีและเยาวชน, คุณมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทยฯ (CTL) โดยมี ดร.ชเนตตี ทินนาม อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินรายการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...