โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เพื่อไทย" ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว พร้อมซักฟอกหาก แทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว ส.ว.

The Better

อัพเดต 07 ก.ย 2568 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2568 เวลา 04.12 น. • THE BETTER
“เพื่อไทย” ประกาศเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว จับตา รัฐบาล “อนุทิน” พร้อมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ  หากแทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว ส.ว.

น.ส. ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว พรรคเพื่อไทยขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการลงมติจากเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร แม้วันนี้ พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้เป็นพรรครัฐบาลแล้ว แต่ดิฉันขอยืนยันว่า เราจะยังเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ภายใต้หลักการของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา พร้อมตรวจสอบรัฐบาลตั้งแต่วินาทีแรก และพร้อมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทันทีที่พบการใช้อำนาจโดยมิชอบ

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเริ่มงานตั้งแต่วินาทีแรกที่รัฐบาลชุดใหม่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เราขอยืนยันว่า ประเด็นใหญ่และสำคัญที่รัฐบาลเพื่อไทยได้ดำเนินการมาตลอด จะไม่สูญเปล่า ประเด็นแรก คือ การดำเนินคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง และประเด็นที่สอง คือ การตรวจสอบการดำเนินคดีเกี่ยวกับการฮั้ว ส.ว.ทั้งสองเรื่องนี้ เป็นข้อสงสัยสำคัญของสังคม ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองซึ่งปัจจุบันเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พรรคเพื่อไทยจะตรวจสอบและจับตาทุกฝีก้าว ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการเรื่องเหล่านี้อย่างไร

"ดิฉันขอย้ำว่า หากพบว่ามีความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือทำให้คดีความล่าช้า พรรคเพื่อไทยจะใช้ทุกช่องทางตรวจสอบที่มีอยู่ในการหยุดยั้งการกระทำดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาและหลักนิติรัฐ หากเมื่อใดก็ตามที่เห็นว่ามีความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทั้งกรณีเขากระโดง และคดีฮั้ว ส.ว. ส.ส. พรรคเพื่อไทยพร้อมเข้าชื่อเสนอเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีทันที แม้จะยังไม่ครบกำหนด 4 เดือน ตามบันทึกข้อตกลง “ส้ม–น้ำเงิน" ความยุติธรรมต้องไม่ถูกซื้อ ความจริงต้องไม่ถูกปกปิด อำนาจต้องถูกตรวจสอบ รัฐบาลที่ตั้งขึ้นจากเงื่อนไขพิสดาร"น.ส.ขัตติยา กล่าว

รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า แม้รัฐบาลภูมิใจไทยชุดนี้ตั้งขึ้นตามระบบรัฐสภา ผ่านการตัดสินใจเลือกยกมือให้ของพรรคประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่พิสดารเช่นนี้ ย่อมยากที่จะคาดหวังความสำเร็จในการบริหารประเทศ และพรรคประชาชนในฐานะคะแนนเสียงหลักของการตั้งรัฐบาล ย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า การตั้งรัฐบาลชุดนี้ แตกต่างจากการจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยในปี 2566 อย่างไร ดิฉันขอเรียนว่า มีความต่างอย่างสิ้นเชิงพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับสอง ได้เคยยกมือสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงสองครั้งเต็ม ๆ และพรรคก้าวไกลเองก็ส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อเจรจาหาคะแนนเสียงเพิ่มเติมจากพรรคอื่น ๆ ทุกพรรคกลับปฏิเสธที่จะร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล โดยพรรคแรกที่ปฏิเสธชัดเจนก็คือ พรรคภูมิใจไทย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงต้องเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลต่อโดยไม่มีพรรคก้าวไกลเข้าร่วม และเลือกจัดตั้งรัฐบาลโดยมีนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำของรัฐบาล ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญกับสิ่งที่พรรคประชาชนทำในวันนี้ คือยกมือสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยให้เป็นแกนนำ และกลายเป็นการตั้งรัฐบาลอนุรักษนิยมที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากไม่นับรวมรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า บทบาทของพรรคประชาชน เมื่อการตั้งรัฐบาลนี้สำเร็จ บทบาทของพรรคประชาชนก็ยังไม่จบเพียงแค่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ยังต้องทำหน้าที่เป็นองค์ประชุมสภาให้กับพรรคภูมิใจไทยด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดปกติของการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แม้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะประกาศเชิญชวนให้พรรคเพื่อไทยร่วมทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง ดิฉันยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่เคยเป็นฝ่ายค้านที่อ่อนแอ แต่วันนี้อยากให้พรรคประชาชนทบทวนความหมายของการเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอีกครั้ง ว่า ฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง ควรทำหน้าที่เป็นผู้ประคองรัฐบาล หรือควรเป็นผู้คานอำนาจของรัฐบาล กันแน่

“ฝ่ายค้านที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ประคองรัฐบาล แต่คือตัวแทนของประชาชนที่คอยตรวจสอบรัฐบาล”

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า และเมื่อคำขวัญของพรรคประชาชนคือ “พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค” ดิฉันเห็นว่า ณ วันนี้ ควรจะต่อท้ายไปด้วยว่า “พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค อนุรักษนิยมใหญ่กว่าใคร” เราอยากเห็นพรรคประชาชนซึ่งวันนี้ยังไม่ชัดเจนว่าตัวเองจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว หรือฝ่ายค้านครึ่งบกครึ่งน้ำ ได้ร่วมตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงจัง เพื่อสร้างมาตรฐานทางการเมืองที่โปร่งใส ต่อข้ออ้างเรื่องการป้องกันการกลับมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ดิฉันขอตอบกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคประชาชนโหวตให้นายอนุทินเพื่อฝ่าทางตัน และเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้น ดิฉันยืนยันว่า พรรคประชาชนต้องเลิกจินตนาการ และเลิกสร้างทางตันเทียมมาเป็นข้ออ้าง เพราะสำหรับพรรคเพื่อไทย การเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นองคมนตรี ไม่เคยอยู่ในสมการของเราเลย"

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่า เรายังมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกหนึ่งท่าน คือคุณชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งเป็นเหตุผลที่พรรคเสนอชื่อแคนดิเดตไว้ถึง 3 คนตั้งแต่ตอนแรก แม้จะถูกล้อเลียนว่าเป็น “นายกฯ กล่องสุ่ม” แต่วันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่า การมีรายชื่อสำรองไว้คือการเตรียมรับมือกับกลไกของรัฐธรรมนูญปี 2560 และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดทางตัน ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยยังแข็งแรง พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มกำลัง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน เราจะไม่ยอมให้กระบวนการประชาธิปไตยถูกบิดเบือน และจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามาตรฐานการเมืองที่โปร่งใส “รัฐบาลอาจเปลี่ยนขั้ว แต่พรรคเพื่อไทยไม่เปลี่ยนหัวใจ เพราะหัวใจของเรายืนอยู่ข้างประชาชนเสมอ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...