โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2568

สวพ.FM91

อัพเดต 15 ต.ค. 2568 เวลา 22.47 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 22.37 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2568

>> รถตู้จอดเก็บของ จยย. 2 คันขับชนท้าย เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1

09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง ได้รับแจ้งมีเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ตู้มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานพระนั่งเกล้า (ตัวใหม่) ถนนรัตนาธิเบศร์ ฝั่งขาเข้า ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ทะเบียนจังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ในลักษณะพุ่งชนท้ายรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร พบร่างของชาย อายุ 30 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นอนเสียชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ตู้ก่อนหน้านี้

ด้าน คนขับตู้ กล่าวว่า ในขณะที่ขับรถมาระหว่างทางแผ่นกระจกมองข้างด้านซ้ายหลุดและตกหล่นตนจึงจอดรถชิดขอบทางด้านซ้ายพร้อมเปิดสายสัญญาณไฟกระพริบและเดินย้อนลงไปเก็บ ในจังหวะที่กำลังจะเดินกลับมาที่รถ ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีดำ ได้ขับเฉี่ยวท้ายรถของตนก่อนจะล้มไถลไปอยู่กลางถนน หลังจากนั้นตนเองจึงเข้าไปช่วยคนเจ็บและนำรถจักรยานยนต์เข้าข้างทาง ผ่านไปไม่ถึง 5 นาที รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตก็ขับมาพุ่งชนท้ายซ้ำ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับรถตู้ไว้โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำคนขับรถรถตู้เพิ่มเติม ส่วนผู้เสียชีวิต ได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป

>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ คกก.นโยบายเศรษฐกิจ เคาะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ชู นโยบาย Quick Big Win “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว”

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมีคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า การประชุม กนศ. มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้เวทีนี้พูดคุย อัปเดตข้อมูลงานที่กำลังขับเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ให้เกิดความสำเร็จ เห็นผลภายในเวลาอีกไม่ถึง 4 เดือน ตามแนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ให้ปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยเพื่อเป็นสะพานเชื่อม นำสิ่งที่หารือไปช่วยกันดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้เชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลและความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นายกฯ เน้นย้ำถึงความคล่องตัว ลดขั้นตอน และถ้าอยู่ในอำนาจตามกฎหมาย ให้ทำทันที หากมีความคืบหน้าหรือติดขัดให้มารายงานในที่ประชุม เพราะจะมีการประชุมนี้ทุกวันจันทร์ช่วงบ่าย และหากต้องใช้อำนาจของ ครม. จะได้นำเรื่องเสนอ ครม. ต่อไป
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตรา Quick Big Win 5 เสาหลัก “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ได้แก่ 1. กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว 2. ลดภาระหนี้ประชาชน 3. เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs 4. เพิ่มการออมของประชาชน และ 5. การลงทุนเพื่ออนาคต โดยมอบกระทรวงต่างๆ ที่มีโครงการภายใต้นโยบาย Quick Big Win กำหนด Action Plan ตัวชี้วัดความสำเร็จให้ชัดเจน และสามารถประเมินผลได้จริง

>> รวบหนุ่มขับกระบะไม่ติดป้ายทะเบียน พร้อมตรวจค้นเจอ ปืน 9 มม. ซ่อนใต้เบาะ

10.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พร้อมตรวจยึดของกลาง

อาวุธปืนสั้น ชนิด กึ่งอัตโมมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุน(แม็กกาซีน) จำนวน 1 อัน, เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 8 นัด, ซองพกหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง

โดยจับกุมได้บนถนน ทล.41 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำรถวิทยุตรวจการณ์ ออกตรวจพื้นทีรับผิดชอบ จนมาถึงที่เกิดเหตุพบ นายเอ ขับรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผ่านมา จึงเรียกได้ส่งสัญญาณไฟและเสียงเพื่อเรียกให้หยุด และทำการตรวจสอบเอกสารประจำรถ และขอตรวจสอบภายในรถพบอาวุธปืนสั้นพร้อมกระสุนปืน วางไว้บริเวณใต้เบาะที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเอให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จากนั้นจึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางและเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น ทำบันทึกการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> เขื่อนป่าสักฯ ทยอยปรับเพิ่มการระบาย หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

11.11 น. กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังมีฝนตกในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ประกอบกับยังคงมีปริมาณน้ำจากทางตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงเขื่อนอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จึงมีมติให้กรมชลประทาน ปรับแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบาย ในอัตราวันละ 50 ลบ.ม./วินาที จากอัตราเดิม 100 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 200 ลบ.ม./วินาที ภายในวันที่ 16 ต.ค.68 ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 0.80 - 1.00 ม. ซึ่งระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ยังคงอยู่ในระดับตลิ่งและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน

ถึงอย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของร่องมรสุม หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

>> น้ำป่าไหลหลากที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 10 หลังคาเรือน
11.30 น. อำเภอเชียงดาว ได้รับแจ้งเหตุในพื้นที่เนื่องจากเกิดฝนหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของคืนวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือนราษฎร ม.2 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 10 ครัวเรือน

ด้าน นายกฤตพล รชตเมธานนท์ นายอำเภอเชียงดาว ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชนจิตอาสา ในพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ทุกจุดที่เกิดสาธารณภัยเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดขณะนี้ปริมาณน้ำป่าไหลหลากได้ทยอยลดปริมาณลงเรื่อยๆ แล้ว

>> คุณลุง ขับรถกระบะเข้าสวนยาง เสียหลักตกข้างทางฟาดกับต้นไม้ หลานชายวัย 9 ขวบอยู่หลังกระบะเสียชีวิต

12.30 น. พ.ต.ท.เสน่ห์ พรมรัตน์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.นครไทย ศูนย์บริการข้อมูลอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินหน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ ( ไซทีฮุกตึ๊ง ) จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ จุดเกิดเหตุ ม.21 บ.น้ำดั้น ต.หนองท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์ ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต เป็นเด็กชาย อายุ 9 ขวบ

เบื้องต้นรับแจ้งจากลุงของผู้ตายให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์กระบะดังกล่าว เข้าสวนยางโดยมีหลานนั่งอยู่หลังกระบะ เส้นทางลาดชันพร้อมกับมีฝนตกตลอดเวลา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เสียหลักพลิกคว่ำตะแคงเป็นไปฟาดกับต้นยางพารา ซึ่งหลานชายที่นั่งอยู่ด้านหลังกระบะนั้นกระเด็นไปถูกอัดกับต้นไม้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตนำส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย

>> ไล่ล่าระทึกชายแดน กระบะขน 10 แรงงานกัมพูชา ก่อนเสียหลักตกข้างทาง ผู้นำพาชาวไทย สารภาพทำเพราะขาดรายได้

13.07 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา , ฉก.อรัญประเทศ , ชค.ทพ.12 โดยร้อย.ทพ.1206 ได้เข้าสกัดจับขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวขนาดใหญ่ บริเวณเส้นทางระหว่างบ้านสลองคอง – บ้านกุดหิน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบข้ามแดน จึงออกปฏิบัติการและตรวจพบ รถยนต์กระบะต้องสงสัย 1 คัน วิ่งมาบนเส้นทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับ เร่งเครื่องขับหลบหนี นำไปสู่การไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด

โดยระหว่างการหลบหนี รถกระบะได้ เสียหลักตกข้างทาง บริเวณบ้านสลองคอง ม.3 เมื่อเจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบ บุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถได้พากันวิ่งหลบหนี ออกจากรถทันทีอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามควบคุมตัวผู้ที่วิ่งหลบหนี พบว่าเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด 10 คน (ชาย 6 คน หญิง 3 คน และผู้ติดตามเยาวชนหญิง 1 คน) และจากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบผู้ขับขี่รถยนต์เป็นชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้เช่นกัน โดยรับสารภาพได้รับจ้างขนข้ามแดนจริงจาก

การสอบสวนเบื้องต้น ผู้นำพาชาวไทย ยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากชาวกัมพูชา ให้มารับกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวกัมพูชาที่บริเวณชายแดน เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยชาวกัมพูชา 10 คน สารภาพว่า เดิมเคยทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเนื่องจากมาตรการคุมเข้มการเข้าออกชายแดนของทั้งสองประเทศ แต่ด้วยเหตุผล ไม่มีงานทำและขาดรายได้ จึงตัดสินใจติดต่อผู้นำพาชาวกัมพูชาให้พาเดินเท้าลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติ ข้ามมายังฝั่งไทย ก่อนจะมีผู้นำพาชาวไทยมารับช่วงต่อ จนมาถูกตรวจพบและจับกุมในที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้นำพาชาวไทย พร้อมแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 10 คน ไปซักถามเพิ่มเติมที่ กองบังคับการ ร้อย.ทพ.1206 และจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

>> สืบ สน.ห้วยขวาง ตามยึดฟิกเกอร์กว่า 200 ตัวคืนสาวจีน คนเก็บของเก่าอ้างคิดว่าทิ้ง

13.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง สามารถติดตามทรัพย์สินเป็นโมเดลตุ๊กตาลิขสิทธิ์การ์ตูนแท้กว่า 200 ตัว มูลค่ารวมประมาณ 100,000 บาท คืนให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้สำเร็จ หลังเกิดเหตุเข้าใจผิดว่าถูกลักทรัพย์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.25 น. นักท่องเที่ยวสาวจีน เข้าแจ้งความว่าถูกลักทรัพย์ "โมเดลตุ๊กตา จำนวนมาก" ไปจากบริเวณหน้าบ้าน ซอยประชาราษฏร์บำเพ็ญ 20 ซึ่งขณะที่กำลังขนของ เพื่อย้ายที่อยู่อาศัยและออกไปทำธุระนอกบ้านประมาณ 15 นาที โดยเมื่อสอบถามกับเพื่อนบ้านจึงทราบว่า เห็นชายหญิงคู่หนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาหยิบสิ่งของดังกล่าวไป

หลังรับแจ้ง ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย ขับรถซาเล้งขนของเก่าเข้ามาบริเวณบ้านผู้เสียหาย และติดตามไปจนพบทั้งคู่จอดรถอยู่ที่ตลาดจันทร์หุ่น ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ 26

จากการเข้าตรวจสอบ พบคนเก็บของเก่าชายหญิงคู่นึง กำลังครอบครองโมเดลตุ๊กตาจำนวนหนึ่ง เมื่อสอบถามทั้งคู่ให้การว่า ไม่ได้มีเจตนาลักทรัพย์แต่อย่างใด และเข้าใจผิดว่าผู้เสียหายนำของออกมาวางไว้ให้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเคยนำเสื้อผ้ามาให้ทั้งคู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวทั้งสองมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อให้ผู้เสียหายตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่าเป็นของตนจริง และจากการสอบถามจนทราบว่าเป็นเหตุเข้าใจผิด ไม่ได้ติดใจเอาความใด ๆ ทั้งคู่จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เป็นอันยุติเรื่องราวดังกล่าวด้วยดี

ด้าน พ.ต.อ. ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง ฝากขอบคุณ และชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่สามารถตามของคืนได้โดยเร็ว เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว ถึงแม้ท้ายที่สุดจะจบลงด้วยความเข้าใจผิด แต่ก็สามารถติดตามทรัพย์คืนผู้เสียหายได้อย่างเรียบร้อย

>> 2 สาวน้อยเล่นน้ำตก ก่อนจมหาย ช่วยเหลือทัน 1 ส่วนอีก 1 เสียชีวิต

14.06 น.รับแจ้งจาก ศูนย์สั่งการเพชรบูรณ์ พร้อมหน่วยกู้ภัยเพชรบูรณ์ มูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ตรวจสอบเหตุบุคคลสูญหายภายในน้ำ จำนวน 2 ราย บริเวณ น้ำตกธาราเอราวัณ ต.ตะเบาะ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

โดยที่เกิดเหตุ พบว่า สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 1 ราย ปลอดภัยดี เป็นหญิงไทย อายุ 15 ปี เบื้องต้นสามารถช่วยชีวิตขึ้นมาได้ นำรักษา รพ.เพชรบูรณ์ ส่วนอีก 1 รายนั้น เจ้าหน้าที่ทีมประดาน้ำลงค้นหา พบว่าร่างจมอยู่ในน้ำและเสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 15 ปี
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบร่างให้อาสาสมัครนำส่ง รพ.เพื่อชันสูตรหาสาเหตุต่อไป

>> อดีตกำนันเก่า จมน้ำเสียชีวิตในบ่อเลี้ยงปลาที่บ้านพัก คาดว่าลื่นระหว่างให้อาหารปลา จ.ระยอง

15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง จ.ระยอง พร้อมด้วยอาสากู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์อำเภอแกลง เข้าตรวจสอบเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในสระน้ำ หมู่ 9 ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ที่เกิดเหตุเป็นสวนทุเรียน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณกลางสวน ใกล้กับบ้านพักของผู้เสียชีวิต พบร่างของชาย 1 ราย ลอยคว่ำหน้าอยู่ในสระน้ำ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมาตรวจสอบ เป็นชายไทย อายุ 70 กว่าปี อดีตกำนันอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว

จากการสอบถามคนงานในสวน ซึ่งเป็นผู้พบศพ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 14.30 น. ตนเดินผ่านบริเวณสระน้ำแล้วเห็นร่างคนลอยอยู่ จึงรีบแจ้งอาสากู้ภัยและตำรวจมาตรวจสอบ โดยระบุว่าผู้เสียชีวิตมักจะออกมาให้อาหารปลาในสระเป็นประจำทุกเช้าประมาณ 08.00 น. ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นนายอรรถเดชเดินกลับเข้าบ้าน จนกระทั่งมาพบเป็นศพลอยน้ำอยู่

ขณะเดียวกัน ผู้ที่รู้จักผู้ตายเผยว่า ผู้ตายเป็นอดีตกำนันในจังหวัดชลบุรี ภายหลังขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม และย้ายมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยเป็นบุคคลที่มีจิตอาสา ชอบช่วยเหลืองานส่วนรวม และร่วมกิจกรรมของชุมชนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่ง ประธานยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญวัดในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านในละแวกนั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด รวมถึงจะตรวจกล้องวงจรปิดภายในบ้านเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจพลัดตกลงไปในน้ำขณะให้อาหารปลา แต่ต้องรอผลชันสูตรและการสอบสวนเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

>> รฟม. เร่งถมทรายหลุมยุบสามเสน เสริมฐานอาคาร สน.สามเสนใหม่ ก่อนรื้อถอน คาดปิดถนนสลับช่วงเพื่อความปลอดภัย

15.01 น. ความคืบหน้ากรณีหลุมยุบขนาดใหญ่ กว้าง 30×30 เมตร ลึก 20 เมตร บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิระพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ ใกล้โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ และจุดรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนใหม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายวัชรพล คงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานก่อสร้าง รฟม. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการถมทรายเสริมความแข็งแรงใต้ฐานอาคาร เพื่ออุดโพรงและสร้างความมั่นคง โดยใช้ทรายแล้วกว่า 8,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ยังต้องเพิ่มอีก เนื่องจากพื้นที่หลุมยุบขยายกว้างขึ้น พร้อมทำงานแข่งกับเวลา ก่อนเปิดเทอมและการจราจรหนาแน่น

ทั้งนี้ รฟม.จะติดตั้งแผ่นกันดินสไลด์ด้านถนนสุโขทัย และเร่งถมทรายให้ได้ระดับ ก่อนเริ่มรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนใหม่ทันที โดยระบุว่าอาจต้องปิดถนนสลับบางช่วงเพื่อความปลอดภัย ขณะที่นายปฏิเวช เหระยัง ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 รฟม. เผยว่า ขณะนี้ถมทรายได้แล้วราว 2,500 ลูกบาศก์เมตร และยกระดับพื้นขึ้นประมาณ 2 เมตร พร้อมตรวจสอบอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายและเร่งคืนสภาพถนนให้ใช้การได้โดยเร็ว

>> ตำรวจ ดส.จับดาวติ๊กต็อกลักลอบจำหน่ายยาเสพติดหัวพอตซอมบี้

15.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) นำกำลังเข้าจับกุม นางสาวเอ (นามสมมุติ)ดาวติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก พร้อมของกลาง ประกอบด้วย หัวพอตซอมบี้ 116 หัว ,ยาอี 47 เม็ด ,แฮปปี้วอเตอร์ 6 ซอง น้ำหนักรวมซอง 44 กรัม, คีตามีน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 1.19 กรัม โดยจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. ได้จับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดหัวพอตซอมบี้ หรือพอตเอโท ได้หลายราย จนสืบสวนจนทราบว่ามี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ที่เป็นดาวติ๊กต็อกคนดังกล่าว นอกจากจะรับรีวิวสินค้าทั่วไปแล้ว ยังมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายพอตซอมบี้ ให้กับลูกค้าจำนวนมากอีกด้วย จึงวางแผนจับกุมพร้อมกับแฟนหนุ่มของ น.ส.เอ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา 1.ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี, แฮปปี้วอเทอร์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 2.ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสียรับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนี่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.2560 ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีต่อไป

>> นักท่องเที่ยว เพิ่งเช็กอินช่วงเที่ยง ก่อนดิ่งตึกชั้น 16 รร.ดังสีลมดับ เร่งสอบสาเหตุ

16.15 น. พ.ต.ท.อภิศักดิ์ นิยมสุข สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา รับแจ้งเหตุตกที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.

ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถด้านข้างโรงแรม พบร่างของ ชาย 1 ราย เป็นชาวต่างชาติ อายุประมาณ 35-40 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลกะโหลกศีรษะแตก ร่างกาย แขนขาหักผิดรูป ค้นในตัวไม่พบเอกสารหลักฐานระบุว่าเป็นใคร

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติยังระบุสัญชาติไม่ได้ เพิ่งเข้ามาเช็กอินที่โรงแรมเกิดเหตุเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผานมา โดยเข้าพักบนห้องชั้นที่ 16 ดูท่าทางเครียด กระวนกระวาย ก่อนจะมาเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใครสาเหตุเกิดจากอะไร

>> จับ 3 คนไทย ยอมจ่ายหัวละ 7,500 บาท ลอบกลับบ้านเกิดฝั่งไทย

16.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา,ฉก.อรัญประเทศ,ชค.ทพ12 (ร้อย.ทพ.1202 ) ,ร.9 พัน 3 ได้เข้าสกัดจับกุมหญิงไทย 3 คน ขณะลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณบ้านภูน้ำเกลี้ยง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทั้งสามคนมีอายุตั้งแต่ 30-31 ปี และเคยมีงานที่มั่นคงในไทยมาก่อน

ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ถูกจับกุมทั้งสามคนต่างเคยไปทำงานในปอยเปต โดยสองคนเป็น นักดนตรี ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง และอีกหนึ่งคนเป็นเจ้าของธุรกิจโต๊ะจีนที่ไปอยู่กับแฟน แต่หลังจากทำงานได้พักใหญ่ รายได้กลับลดลงอย่างมาก ประกอบกับงานโต๊ะจีนในไทยเริ่มกลับมา จึงตัดสินใจเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม แต่เลือกที่จะลักลอบเข้าประเทศทางชิองทางธรรมชาติ เนื่องจากปิดด่านพรมแดน

โดยทั้ง 3 คนได้ติดต่อเพื่อนชาวไทยที่รู้จักกันในสถานบันเทิง เพื่อให้หานายหน้าชาวกัมพูชาพาข้ามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งพวกตนยอมเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 7,500 บาทต่อคน ต่อมาหลังจากที่ติดต่อผู้นำพาได้แล้วในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 15 ต.ค.65 ผู้นำพาได้พาเดินเท้าลัดเลาะตามป่าละเมาะข้ามช่องทางธรรมชาติเข้าสู่ฝั่งไทย เพื่อรอขึ้นรถ แต่ถูกทิ้งไว้ในป่าเพ็ก

จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานและทหารราบชุดลาดตระเวนร่วมตรวจพบและจับกุมตัวไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวหญิงไทยทั้ง 3 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักลอบเข้าออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายต่อไป

>> ตำรวจไซเบอร์บุกจับสาวสุราษฎร์ฯ ขายยาลดน้ำหนักผ่านออนไลน์ พบสาร “ไซบูทรามีน” วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1

17.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (กก.3 บก.สอท.5) พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังสืบพบการจำหน่ายยาควบคุมน้ำหนักทางออนไลน์ โดยจับกุม น.ส.พอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาลดน้ำหนัก วิตามิน และอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก

ผลตรวจสารประกอบในยาที่จำหน่ายพบ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 รวมถึงสาร บิซาโคดิล (Bisacodyl) และ ฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) ซึ่งจัดเป็นยาแผนปัจจุบันประเภทอันตราย เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาครอบครองและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 รวมถึงขายยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และโฆษณาเกินจริง ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> ในหลวง - พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

17.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามแรกในกฐินกาล พุทธศักราช ๒๕๖๘

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทอดผ้าไตรสดับปกรณ์พระอัฐิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ พระราชอุปัธยาจารย์ ด้วย

อนึ่ง เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายเหรียญเสมาอักษรพระนาม ชส ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวาวงศ์ ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตรและพระภควัม เนื้อทองคำ เงิน และทองแดง แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระอัฐิพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ขึ้นเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์

>> ปะทะกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง วิสามัญ 1 จับกุม 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 444 ชุดอีโอดี พลีชีพ 1 นาย ที่ จ.ปัตตานี

17.30 น. ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ระหว่างการเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ หมู่ 4 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และวิสามัญกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ 1 ราย พร้อมทั้งสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงได้อีก 1 ราย

รายงานข่าวแจ้งว่า การปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ฝึกร่างกายและแหล่งหลบซ่อนพักพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยชุดปฏิบัติการเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ร้อย ตชด.444 และชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.) ร้อย ตชด.444 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.สายบุรี เข้าตรวจสอบสถานที่และเก็บวัตถุพยานหลักฐาน

ด.ต.สมศักดิ์ ซึ่งเป็น ผบ.กก.ตชด. EOD พร้อมชุดสืบสวน สภ.สายบุรี ได้เข้าตรวจสอบขนำด้านหลังปอเนาะ และได้เผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุรุนแรง 1 ราย ที่หลบซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ผู้ก่อเหตุฯ ได้ยิงใส่ทันที ทำให้ ด.ต.สมศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สายบุรี ได้ยิงตอบโต้ ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงรายดังกล่าวเสียชีวิตข้างขนำ
ด.ต.สมศักดิ์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสายบุรี และทีมแพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ท่านได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ถูกจับกุมตัวได้ 1 ราย พร้อมอาวุธปืน

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังควบคุมสถานการณ์และตรวจค้นพื้นที่โดยรอบเพื่อสกัดกั้นผู้ก่อเหตุรายอื่นที่อาจหลบหนีและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

>> สภาฯ โหวตร่างแก้ไข รธน.ของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ด้วยเสียง 300 ต่อ 287

19.40 น. ภายหลังที่ประชุมสภารับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา วินิจฉัยให้ที่ประชุมลงมติแบบขานชื่อว่าจะใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นร่างหลัก โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง

ต่อมา นายวันมูหะมัดนอร์ ขานผลคะแนนว่า ร่างของนายพริษฐ์ ได้ 300 คะแนน ร่างของนายอนุทินได้ 287 คะแนน จึงเห็นว่าที่ประชุมมีมติใช้ร่างของ นายพริษฐ์ เป็นร่างหลัก

>> รถสปอร์ตหรู เสียหลักพุ่งลงคูน้ำข้างทาง กู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยคนขับนำออกจากตัวรถ รอดหวุดหวิด จ.เชียงใหม่

23.20 น. ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์พลิกคว่ำตกคูน้ำ ริมถนนวงแหวนรอบที่ 3 บริเวณก่อนถึงปั๊ม PT สันผักหวาน ในพื้นที่เขต อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งสปอร์ต ยี่ห้อปอร์เช่ สีเขียว พลิกหงายท้องจมอยู่ในคูน้ำเกือบมิดคัน ภายในมีผู้ขับขี่ เป็นผู้ชาย 1 รายติดอยู่ไม่สามารถออกมาได้ ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจจึงระดมกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ใช้อุปกรณ์ ตัด-ถ่าง เฉพาะกิจเชียงใหม่ เปิดทางช่วยเหลือผู้ติดภายในรถ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

หลังใช้เวลาหลายนาที ทีมกู้ภัยสามารถนำร่างผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 รายออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งมอบให้ทีมการแพทย์ฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา

01.11 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.5 ความลึก 11 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา กลางถนนพหลโยธิน

01.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนพหลโยธิน ขาเข้า ช่วงทางกลับรถหน้ากรมทหารราบที่ 11 ในพื้นที่ เขตบางเขน กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีเทา ยังไม่พบป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับรถนั่งส่วนบุคคล เนต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส มอบให้รถกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.ใกล้เคียงจำนวน 1 ราย ส่วนอีก 1 รายนั้นดำเนินการปั๊มหัวใจในที่เกิดเหตุ แต่ไม่เป็นผล ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน

>> แผ่นดินไหว ที่เวียดนาม

04.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 329 กม. ยังไม่มี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...