โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การจัดการอินทรียวัตถุในพื้นที่ดินเค็ม เพื่อการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 จ.ร้อยเอ็ด

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 08.11 น. • The Bangkok Insight

การจัดการอินทรียวัตถุในพื้นที่แพร่กระจายดินเค็ม เพื่อการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในระบบเกษตรอินทรีย์ จังหวัดร้อยเอ็ด

ลักษณะของทรัพยากรดิน "ทุ่งกุลาร้องไห้" ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายละเอียดถึงทราย มีความลึกมากชั้นดินล่างมักเป็นดินเหนียว ทำให้สามารถกักเก็บน้ำขังในฤดูฝนได้บ้าง ดินมีการระบายน้ำปานกลางถึงค่อนข้างเลว และมีการซึมผ่านของน้ำช้า มีโดมเกลือใต้ดิน และน้ำใต้ดินเค็ม เนื้อดินมีการตกตะกอนแน่นแข็งอย่างรวดเร็ว ทำให้ยากต่อการปักดำต้นกล้าสมบัติทางเคมีและกายภาพของดิน

ดินเค็ม

โดยรวมไม่ดี มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์มีปริมาณน้อย ส่งผลต่อการเกษตรทำให้ผลผลิตข้าวต่ำ หากไม่ปรับปรุงดิน เกษตรกรต้องเผชิญกับทั้งปัญหาดินเค็ม น้ำท่วม และขาดแคลนน้ำในบางฤดู

ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ประสบปัญหาดังที่กล่าวข้างต้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการผลิตข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105

ดินเค็ม

ประมวล (2567) ศึกษา วิธีการจัดการอินทรียวัตถุเพื่อฟื้นฟูดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิในระบบเกษตรอินทรีย์ โดยทำการทดลอง 3 ปี (พ.ศ. 2564–2566) ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยใช้การออกแบบการทดลองแบบ RCBD รวม 6 ตำรับการทดลอง ได้แก่ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ร่วมกับวิธีการต่าง ๆ เช่น ไถกลบตอซัง พืชปุ๋ยสด และน้ำหมักชีวภาพ

ดินเค็ม

ผลการวิจัย พบว่า คุณสมบัติดินดีขึ้น โดยค่า pH และอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น ส่วนความเป็นประโยชน์ของฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมลดลง เพราะ ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยพื้นฐานมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีปริมาณ P และK ที่เป็นประโยชน์น้อยอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อมีการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ติดต่อกัน ธาตุอาหารบางชนิดจะถูกพืชใช้ไปและบางส่วนอาจถูกตรึงไว้ในดิน ทำให้ระดับที่วัดได้หลังการทดลองมีแนวโน้มลดลง

ในด้านผลผลิต พบว่า ตำรับ 5 การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 200 กก./ไร่ ร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ ให้ผลผลิตสูงสุด 838.40 กก./ไร่ ขณะที่ ตำรับ 1 การใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ร่วมกับการไถกลบตอซัง ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีที่สุด โดยมีผลตอบแทนเหนือต้นทุนสูงถึง 7,527 บาท/ไร่ และมีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุน (B/C Ratio) สูงสุด 2.14

ดินเค็ม

ผลการวิจัยครั้งนี้ยืนยันว่า การจัดการดินด้วยอินทรียวัตถุและปุ๋ยชีวภาพมีประสิทธิภาพในการปรับปรุงสมบัติดิน โดยเฉพาะการเพิ่มค่า pH และอินทรียวัตถุ ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดของการผลิตข้าวในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ แต่ในขณะเดียวกันยังสะท้อนความจำเป็นที่ต้องหาวิธีการเสริมฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในรูปที่เป็นประโยชน์ เพื่อรักษาสมดุลธาตุอาหารในระยะยาว

สรุปได้ว่า การใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพร่วมกับการจัดการตอซังและพืชปุ๋ยสดอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและเคมีของดิน และสนับสนุนการผลิตข้าวหอมมะลิ 105 ในระบบเกษตรอินทรีย์ให้มีความยั่งยืน ทั้งยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดินเค็ม
ดินเค็ม
ดินเค็ม
ดินเค็ม

บทความงานวิจัย โดย นายประมวล บัวกฎ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กลุ่มวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 4

อ่านข่าวเพิ่มติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...