มันสำปะหลังไทยวิกฤตสารพัดปัญหารุม
มันสำปะหลังเข้าขั้นวิกฤตหนัก 4 สมาคมตั้งทีมสำรวจพื้นที่ เผยฤดูการผลิตใหม่ปี’68/69 พื้นที่เพาะปลูกลด 8.4 แสนไร่ ผลผลิตลด 8.61% ชี้สารพัดปัญหา อากาศแปรปรวน ไร้ท่อนพันธุ์ดี เจอโรคใบด่างระบาด ฉุดรายได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย
นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช ประธานคณะสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2568/2569 เปิดเผยว่า สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลัง ทั้ง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ดำเนินการสำรวจภาวะการผลิตและการค้ามันสำปะหลัง ฤดูการผลิตปี 2568/2569 พบผลผลิตมันสำปะหลังของประเทศกำลังเผชิญวิกฤตหนัก
ผลผลิตรวมลดลงเหลือ 22.83 ล้านตัน หดตัวถึง 8.61% จากฤดูการผลิตปีก่อน แม้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่พื้นที่เพาะปลูกกลับลดลงกว่า 8.4 แสนไร่ ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำลังกดดันเกษตรกรทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ปัจจัยที่กระทบทำให้ผลผลิตลดลง เช่น ยังขาดแคลนพันธุ์ต้านทานและพันธุ์ทนทาน เช่น พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50, ระยอง 72, ห้วยบง 60 และพันธุ์ต้านทานอย่าง อิทธิ 1, อิทธิ 2 และอิทธิ 3 ทำให้เกษตรกรยังจำเป็นต้องใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ติดโรคใบด่างมาปลูก ส่งผลให้โรคใบด่างระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ได้รับการแก้ไขจากภาครัฐแต่อย่างใด ซึ่งทำให้เกษตรกรยังใช้ท่อนพันธุ์ที่ติดโรคใบด่างและไม่สมบูรณ์มาเพาะปลูก ส่งผลให้การระบาดของโรคใบด่างกระจายไปเกือบทุกพื้นที่ ทำให้ผลผลิตลดลง
นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สนใจคัดแยกท่อนพันธุ์ดีที่ปลอดโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งแปลงที่มีการจ้างเก็บเกี่ยว สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เช่น ฝนตกชุกจะทำให้หัวมันเน่าเสีย และภัยแล้งผิดปกติจะทำให้เกิดโรคพืช เช่น โรคพุ่มแจ้ ไรแดง เป็นต้น อันจะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณผลผลิตลดลง หากราคามันสำปะหลังดีขึ้นช่วงหลังเดือนตุลาคม เกษตรกรอาจจะหันมาปลูกมันสำปะหลัง หลังเก็บเกี่ยวข้าวโพด
โดยพื้นที่ที่คณะลงไปสำรวจพบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยวลดลง จากปี 2567/2568 อยู่ที่ 8.445 ล้านไร่ เป็น 7.589 ล้านไร่ หรือลดลง 10.14% โดยผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้น จากปี 2567/2568 จาก 2.958 ตัน เป็น 3.009 ตัน หรือ 1.72% ขณะที่ผลผลิตรวมคาดว่าลดลง จากปี 2567/2568 จาก 24.983 ล้านตัน เป็น 22.831 ล้านตัน หรือ 8.61%
นอกจากนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้น จะส่งผลให้รายได้เกษตรกรไม่คุ้มกับการเพาะปลูก จากผลผลิตต่อไร่ลดลง รวมถึงผลกระทบจากปัญหาโรคใบด่างที่ยังคงแพร่ระบาด ขาดแคลนพันธุ์ทนโรคและปลอดโรค ปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และปัญหาแรงงานขาดแคลน ซ้ำเติมด้วยสภาพอากาศแปรปรวนที่ทำให้ผลผลิตเสียหาย อีกทั้งยังมีแนวโน้มเกษตรกรจำนวนหนึ่งหันไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และอ้อยโรงงาน หากไม่มีมาตรการรองรับอย่างจริงจัง อาจกระทบต่อความมั่นคงของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยทั้งระบบ
อย่างไรก็ดี คณะสำรวจได้เสนอให้ภาครัฐและเอกชนเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือ อาทิ เร่งผลิตพันธุ์มันสำปะหลังที่ทนโรคและปลอดโรคให้เกษตรกรอย่างเพียงพอ ส่งเสริมการตรวจแปลงและคัดเลือกท่อนพันธุ์สะอาด สนับสนุนเทคโนโลยีการผลิต เช่น ระบบน้ำหยด เกษตรแม่นยำ และเครื่องจักรกล ปรับปรุงระเบียบการขนย้ายท่อนพันธุ์ที่เป็นอุปสรรค สนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร วิกฤตมันสำปะหลังครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านปริมาณผลผลิต แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบเกษตรกรรมไทย หากไม่เร่งแก้ไขอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มันสำปะหลังไทยวิกฤตสารพัดปัญหารุม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net