โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PETPAL ชี้เทรนด์ ‘Pet Humanization’ ดันตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกโตต่อเนื่อง คาดปี 72 แตะ 1.94 แสนล้านเหรียญฯ เตรียมบุกตลาดไทย-ต่างประเทศรับกระแส

TODAY

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.22 น. • workpointTODAY

บมจ.เพ็ทพัลโปรดักส์หรือPETPAL ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกเติบโตต่อเนื่องดันมูลค่าตลาดรวมปี2567-2572 เพิ่มขึ้นจาก126,660 ล้านเหรียญสหรัฐเป็น193,650 ล้านเหรียญสหรัฐเติบโตเฉลี่ยร้อยละ5.52 ต่อปี(CAGR) รับเทรนด์การเลี้ยงสัตว์เป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัว(PetHumanization หรือPet Parents) และกลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลที่นิยมเลี้ยงสัตว์ก่อนมีลูกเพื่อเตรียมความพร้อมวางแผนรุกขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศจากปัจจุบันที่จัดจำหน่ายสินค้ากว่า20 ประเทศเน้นประเทศที่ยังไม่มีผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงหรือมีเพียงไม่กี่ราย

‘วสกรโมรากุล’ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัทเพ็ทพัลโปรดักส์จำกัด(มหาชน) หรือPETPAL เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า10 ปี ประเมินว่าภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกนับจากปี2567-2572 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากFortune Business Insights คาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมเพิ่มขึ้นจาก126,660 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น193,650 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยร้อยละ5.52 ต่อปี(CAGR) นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ยังมีแนวโน้มเติบโตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน

ปัจจัยการเติบโตมาจากการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกภายในครอบครัว(PetHumanization หรือPet Parents) และการเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนและคู่รักรุ่นมิลเลนเนียลที่นิยมเลี้ยงสัตว์ก่อนมีลูกเพื่อเตรียมความพร้อม จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและพร้อมใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง ซื้ออาหารที่มีคุณภาพดีหรือระดับพรีเมียม ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้รับรองมาตรฐาน หรือมีความใกล้เคียงกับอาหารของมนุษย์ อาทิ อาหารปลอดธัญพืช, อาหารออกานิกส์, อาหารจากธรรมชาติ ฯลฯ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยบวกจากจำนวนประชากรทั่วโลกและรายได้ที่เพิ่มขึ้น จำนวนผู้สุงอายุที่เพิ่มขึ้นซึ่งนิยมเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นเพื่อน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางที่นิยมเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น เอเชียแปซิฟิก,
ละตินอเมริกา, ตะวันออกลาง, แอฟริกา และยุโรปตะวันออก เป็นต้น

ขณะที่ภาพรวมตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงภายในประเทศไทยปี2568 คาดว่าจะเติบโตในทิศทางเดียวกับตลาดโลก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ46,000 ล้านบาท หรือประมาณ3.98 แสนตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ12 และร้อยละ6 จากปีก่อน เนื่องจากจำนวนสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี2564-2567 จำนวนแมวและสุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ28 และร้อยละ19 ตามลำดับ ส่วนตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในปี2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ3,100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ15 จากปีก่อน จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น อังกฤษที่มีสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นมากกว่า3.2 ล้านตัวหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นต้น การยกเว้นภาษีนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงระหว่างไทย–นิวซีแลนด์ตามข้อตกลงFTA

ทั้งนี้ จากภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยและทั่วโลกที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศของบริษัทฯ จากปัจจุบันที่จำหน่ายสินค้ากว่า20 ประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย ฯลฯ โดยมุ่งเน้นประเทศที่ยังไม่มีผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงหรือมีผู้ผลิตไม่กี่ราย และใช้จุดแข็งของบริษัทฯ ที่มีความเชี่ยวชาญการดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ด(Dry Pet Food) ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า(Original Design Manufacturer: ODM) พร้อมบริการแบบครบวงจร(One-stop Service) ครอบคลุมการให้คำปรึกษา คิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การผลิต จัดเตรียมเอกสาร และจัดส่งสินค้า รวมถึงการให้บริการที่มีความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โ

ดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารสัตว์เลี้ยงทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน และการได้รับรองมาตรฐานภายในประเทศและระดับสากล อาทิ มาตรฐานการผลิตที่ดี(GMP), มาตรฐานระบบการจัดการและควบคุมความปลอดภัยของอาหาร(GHP/HACCP – Food Safe), มาตรฐานHALAL ที่รับรองผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ว่าเป็นไปตามหลักของศาสนาอิสลาม ฯลฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแมวและสุนัขชนิดเม็ดแบบแห้งภายใต้แบรนด์ของตนเอง(House Brand) เพื่อเพิ่มโอกาสขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...