โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CASE ชี้ไทยต้องลดพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติ ขยายพลังงานหมุนเวียน บรรลุเป้าหมายคาร์บอนปี 93

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ส.ค. 2568 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2568 เวลา 06.13 น.

ผลวิจัยจากจุฬาฯ และ Agora Energiewende ระบุความเสี่ยงจากการพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติ ในระยะยาว ทั้งด้านอุปทานและราคาแนะผู้กำหนดนโยบายเร่งปรับแผนพลังงาน ทบทวนการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ และส่งเสริมพลังงานสะอาดแบบกระจายศูนย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2593

รายงาน “Thailand’s Natural Gas Crossroads: Strategic Risk Mitigation for a Carbon-Neutral Era” ชี้ให้เห็นว่า แม้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) จะมีเป้าหมายลดสัดส่วนก๊าซฯ ลงเหลือร้อยละ 41 ภายในปี 2580

แต่หากพิจารณาจากแบบจำลองฉากทัศน์เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนแล้ว สัดส่วนดังกล่าวควรลดลงให้ต่ำกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2593 การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่องในระยะยาวมีความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งความมั่นคงด้านอุปทานที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG มากขึ้น ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากราคาพลังงานที่ผันผวนตามตลาดโลก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ดร.วีรินทร์ หวังจิรนิรันดร์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “รายงานฉบับนี้นำเสนอมาตรการแบบองค์รวมเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติของประเทศไทย สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมและทันเวลา พร้อมกรอบการประเมินความเสี่ยงและแนวทางลดความเสี่ยงเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระยะยาว”

อย่างไรก็ดีโครงสร้างพื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติของไทยที่มีอยู่เดิม สร้างข้อจำกัดในการบูรณาการพลังงานสะอาดเข้าระบบและเพิ่มความเสี่ยงต่อราคา LNG ที่ผันผวน รายงานได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงด้านคาร์บอน ดังนี้:

1. ทบทวนบทบาทของก๊าซธรรมชาติ

รายงานแนะนำให้มีการชะลอการเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่ ควบคู่ไปกับการปรับเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และสัญญาซื้อขายก๊าซ เพื่อให้ระบบสามารถผนวกพลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังระบุถึงศักยภาพในการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิม เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซและท่อส่งก๊าซ สำหรับการขนส่งไฮโดรเจนหรือการรักษาระบบส่งจ่ายไฟฟ้าในอนาคต

ดร. ศุภวรรณ แซ่ลิ้ม หัวหน้าโครงการ นโยบายพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Agora Energiewende กล่าวว่า “การลดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติฉบับใหม่ และเพิ่มเงื่อนไขเพื่อเสริมความยืดหยุ่นให้ระบบไฟฟ้าในสัญญา PPA และสัญญาซื้อขายก๊าซ จะช่วยให้การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนสอดคล้องกับระบบ ลดต้นทุนการจัดหาก๊าซธรรมชาติ และเพิ่มความคล่องตัวของระบบ”

2. เสริมความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยีลดคาร์บอน

เทคโนโลยีใหม่อย่าง การดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) ไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ และไบโอมีเทน อาจมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในอนาคต แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีเหล่านี้จะยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและการขยายขนาด

รายงานจึงเน้นย้ำความสำคัญของการจัดทำแผนที่ชัดเจนสำหรับ CCUS ที่มีการสนับสนุนทางนโยบายและแรงจูงใจทางการเงิน ควบคู่กับการดำเนินมาตรการลดคาร์บอนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตอนนี้ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการเร่งขยายพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีเหล่านี้ในอนาคต

3. ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์

แม้การเติบโตของพลังงานหมุนเวียนจะเผชิญข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายและความมั่นคงทางพลังงาน แต่รายงานมองว่านี่คือโอกาสในการเร่งปรับปรุงระบบ การเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าผ่านการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์และการจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า ควบคู่กับการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ดร. ศุภวรรณ แซ่ลิ้ม ระบุว่า “ผู้กำหนดนโยบายควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ ควบคู่กับการวางแผนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ทั้งนี้ การขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง หรือ DPPAs ให้ครอบคลุมลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ จะเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถจัดหาพลังงานไฟฟ้าสะอาดได้มากขึ้น”

การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมและเสมอภาค

รายงานชี้ให้เห็นโอกาสที่ไทยจะเสริมความแข็งแกร่งให้การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยการจัดทำโรดแมปการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมสำหรับก๊าซธรรมชาติ และเดินหน้ายุทธศาสตร์การเปิดเสรีตลาดก๊าซอย่างเต็มรูปแบบ การจัดทำแผนแม่บทการเปลี่ยนผ่านด้านก๊าซที่ครอบคลุม โดยคำนึงถึงความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ แรงงาน และผู้บริโภคในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ขณะที่กลไกตลาดที่โปร่งใสและโครงสร้างราคาที่เหมาะสมจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนในทางเลือกที่สะอาดขึ้น โดยไม่กระทบต่อราคาพลังงาน

การบูรณาการปัจจัยเหล่านี้เข้าไปในการวางแผนพลังงานและการพัฒนากฎระเบียบ จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนเปลี่ยนผ่านพลังงานได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และคุ้มค่า พร้อมรักษาความมั่นคงทางพลังงานและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...