พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก : กรณีเรือมายาเกวซ... ที่เป็นปริศนามาถึงทุกวันนี้
เรือมายาเกวซ – ข้อมูลรั่วต่อมาภายหลังว่า…เรือลำนี้น่าจะบรรทุกอาวุธ
เหตุการณ์เล็กๆ ในปี พ.ศ.2518 …ที่กลายเป็น “เรื่องใหญ่” ในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ
พ.ศ.2513 ปธน.นิกสัน สั่งให้กองทัพสหรัฐทยอยถอนตัวออกจากสงครามเวียดนาม หลังจากเด็กหนุ่มอเมริกันราว 58,000 คน มาเสียชีวิต บาดเจ็บ พิการอีกมหาศาล ในสงครามโหดเพื่อปกป้องเวียดนามใต้นานกว่า 10 ปี
กองทัพสหรัฐใช้เวลาก่อนถอนตัวเพื่อ “ถ่ายโอน” ภารกิจการสู้รบให้กับกองทัพเวียดนามใต้ที่แสนจะกลวง อ่อนแอ คอร์รัปชั่น ไม่รบจริง
29 มีนาคม 2516 เป็น “วันสุดท้าย” ที่สหรัฐทยอยถอนทหารสหรัฐนับแสนนายออกจากสงครามในเวียดนาม
(ก่อนหน้านั้น สหรัฐ-เวียดนามเหนือ-เวียดนามใต้ ไปเจรจาเพื่อทำข้อตกลงปารีส ข้อตกลงปารีส : Paris Peace Accords เป็นข้อตกลงที่ยุติสงครามเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยมีการลงนามเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2516 ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยุติการสู้รบและฟื้นฟูสันติภาพในเวียดนาม เพื่อยุติสงคราม)
เมื่อไม่มีกองทัพสหรัฐ รัฐบาล รวมถึงกองทัพเวียดนามใต้ ทำได้แค่ประคองสถานการณ์ไปวันๆ การบริหารบ้านเมืองเหลวแหลก
30 เม.ย.2518 กองทัพเวียดนามเหนือที่รบจริง เก่งจริง ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตและจีน “บุกเข้าสู่กรุงไซ่ง่อน” เมืองหลวงของเวียดนามใต้ เรียกกันว่า ไซ่ง่อนแตก (Fall of Saigon)
ผู้นำเวียดนามใต้ประกาศยอมแพ้ ต่อมาเปลี่ยนชื่อไซ่ง่อน เป็นเมือง เป็นนครโฮจิมินห์ ตามชื่อผู้นำเวียดนามเหนือที่เป็นฮีโร่
2 ธันวาคม พ.ศ.2518 ราชอาณาจักรลาวล่มสลาย ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์
ทหารสหรัฐถอนตัวออกไปจากภูมิภาคเวียดนาม ลาว
เหลือเพียงกำลังทหารสหรัฐในประเทศไทย (หน่วยทางเทคนิค) จำนวนไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานในฐานทัพของไทยในภาคอีสาน เช่น ค่ายรามสูร สัตหีบ อู่ตะเภา
ค่ายรามสูร (Ramasun Station) ตำบลโนนสูง สร้างขึ้นโดยสหรัฐเมื่อปี พ.ศ.2507 โดยสำนักงานความมั่นคงกองทัพบกสหรัฐ (ASA) เป็นหน่วยข่าวกรองคลื่นสัญญาณ โดย ทบ. สหรัฐร่วมกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA)
มาเข้าสู่ประเด็นหลัก เรื่องเรือมายาเกวซ (Mayaguez)
ผู้เขียนเป็นนักเรียนนายร้อย จปร.ปี 3 ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ที่หมุนเวียนซื้อกันมาแบ่งอ่าน…สนใจเรื่องของสงครามเวียดนาม
ข่าวเรื่องเรือมายาเกวซปะทุขึ้นมาดังเปรี้ยง ผสมรวมไปกับ “กระแส” นักศึกษาในกรุงเทพฯ ที่ทรงพลังในการควบคุมรัฐบาล
ผู้เขียนค้างคาใจมาตลอดว่านี่มันอะไรกัน หากแต่ไปค้นพบ …และขอนำมาเล่าต่อดังนี้ครับ
12 พฤษภาคม 2518 เรือสินค้าขนาดยักษ์ของสหรัฐ ชื่อมายาเกวซ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เต็มลำ ซึ่งแล่นระหว่างฮ่องกง-ไทย ขณะที่แล่นอยู่ห่างจากชายฝั่งของประเทศกัมพูชา 60 ไมล์ ซึ่งถือเป็นเขตน่านน้ำสากล ถูกเรือปืนของกองกำลังเขมรแดง 3-4 ลำ ปล้น แล้วบังคับเรือเข้าสู่น่านน้ำของกัมพูชา
ลูกเรือคนหนึ่งได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งลูกเรือของเรือออสเตรเลียได้รับและส่งต่อไปยังฝ่ายอเมริกัน
รัฐบาล (เขมรแดง) แถลงต่อมาว่า เรือสหรัฐรุกล้ำน่านน้ำกัมพูชา จึงนำเรือไปจอดไว้ที่เกาะตาง (Tang Island) ใกล้กับเมืองกำปงโสม (เมืองพระสีหนุในปัจจุบัน) เขมรจับตัวกัปตันและลูกเรือไว้ได้ทั้งหมด 39 คน
นี่เป็นเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น หลังสงครามเวียดนามสิ้นสุดลง
รัฐบาลสหรัฐถือว่าการปล้นเรือสินค้าสหรัฐเป็นการละเมิดสิทธิ กองทัพสหรัฐจึงออกค้นหาเรือที่ถูกยึด เครื่องบิน P-3 Orion ของกองทัพเรือสหรัฐ ไปพบเรือลำดังกล่าวนอกชายฝั่งเกาะตาง
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา…สหรัฐส่งหน่วยนาวิกโยธินจากเกาะโอกินาวาและอ่าวซูบิกเข้ามาที่สนามบินอู่ตะเภา โดยมีเครื่องบินรบจากฐานทัพอเมริกันที่จังหวัดอุดรธานีและนครราชสีมาออกปฏิบัติการร่วมด้วย
13 พฤษภาคม 2518 เครื่องบิน F-111 ของ ทอ.สหรัฐ 2 ลำก็เข้ามาในพื้นที่ ในคืนนั้นเรือปืน AC-130 Spectre มาบินวนรอบเกาะเพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ ตลอดทั้งวันและจนถึงช่วงเย็น
เรือปืนเขมรแดงเดินทางไปกลับระหว่างเรือ เกาะตาง และแผ่นดินใหญ่ของกัมพูชา กองกำลังสหรัฐและเขมรแดงยิงต่อสู้กัน
14 พฤษภาคม 2518 เครื่องบินของ ทอ.สหรัฐ ยังคงยิงกราดใส่เรือปืนและเรือข้าศึกในพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้เรือเหล่านั้นเข้าถึงแผ่นดินใหญ่
15 พฤษภาคม กองกำลังสหรัฐได้รับคำสั่งให้ยึดเรือมายาเกวซและนำลูกเรือกลับมาให้ได้โดยเร็ว
หน่วยกองทัพอากาศที่ 7 (7 AF) วางแผนจะเข้าควบคุมเรือและค้นหาลูกเรือ ซึ่งคาดว่าถูกกักตัวอยู่บนเกาะ
สหรัฐปรับแผน ตัดสินใจใช้ “นาวิกโยธิน”
เครื่องบิน C-141 Starlifter ของ ทอ.สหรัฐ ลำเลียงนาวิกโยธินมาลงสนามบินอู่ตะเภาในประเทศไทยแบบเร่งด่วน
ภารกิจนี้ใช้ ฮ.ทั้งหมด 14 ลำ เพื่อนำ นย.สหรัฐไปยังเรือพิฆาต USS Harold E. Holt ซึ่งจะต้องเข้ายึดคืนเรือ Mayaguez
กองกำลังของสหรัฐมืดบอด ไม่มีข้อมูลข่าวกรองทหารเขมรบนเกาะ ไม่ทราบว่าลูกเรืออยู่ที่ไหน แต่ก็ต้องเดินหน้าปฏิบัติการ
ผลปรากฏว่า…ลูกเรือไม่ได้อยู่บนเกาะ และกองกำลังเขมรเตรียมการรบกับทหารอเมริกันไว้เต็มพิกัด
นย.ประมาณ 230 นาย ไปถึงเพื่อโจมตีเกาะ ปะทะกับเขมรแดง
ฮ. 3 ลำไปลงจอดบนเรือ USS โฮลต์ ซึ่งต่อมาได้ขึ้นเรือมายาเกวซสำเร็จและพบว่าบนเรือไม่มีใครอยู่
ฮ.ทั้ง 2 ลำถูกยิงอย่างหนัก ส่ง นย.ลงพื้นแล้วก็ต้องรีบบินออกทะเล หนีห่ากระสุนเขมร ฮ. 1 ลำ ตกลงในทะเลห่างจากฝั่งไป 1 ไมล์
ฮ. ทอ.สหรัฐลำหนึ่งถูกยิงเสียหายอย่างหนักแต่ก็ประคองบินกลับถึงอู่ตะเภาของไทยได้ ช่างเครื่องได้รับบาดเจ็บสาหัส
มีกำลังพล นย. 109 นาย และ ทอ. 5 นาย ปฏิบัติการอยู่บนเกาะ ซึ่งถูกข้าศึกยิงอย่างหนัก
เครื่องบิน A-7 F-4 และเครื่องบินรบ Spectre AC-130 ของกองทัพอากาศสหรัฐ ได้เพิ่มการโจมตีทางอากาศและทิ้งระเบิดใส่ทหารเขมรบนเกาะ
เครื่องบิน Jolly 41 ซึ่งบินกลับไปเติมเชื้อเพลิงจากอู่ตะเภาแล้ว บินกลับมาเพื่อพยายามขนถ่าย นย.ลงจอดที่ชายหาดฝั่งตะวันตก ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถบินขึ้นบินได้อีก
นี่คือสงครามระหว่างทหารเขมรแดง-สหรัฐที่ไม่ค่อยมีใครทราบ
เรื่องนึกไม่ถึงปรากฏขึ้น
เช้าวันที่ 15 พฤษภาคม 2518 เพียง 3 ชั่วโมงหลังจากเปิดการโจมตีดุเดือด เรือประมงไทยชักธงสีขาวแล่นเข้ามาใกล้เกาะตาง และถูกลูกเรือของเรือพิฆาต USS Henry B. Wilson สกัดไว้ กัปตันเรือมายาเกวซและลูกเรือทั้งหมดอยู่บนเรือประมง ทุกคนปลอดภัย (ข้อมูลตรงนี้สับสน มีบันทึกหลายแง่มุม)
กองกำลังสหรัฐได้รับคำสั่งให้ถอนตัวออกจากเกาะตางอย่างกะทันหัน ลูกเรืออเมริกันได้รับการช่วยเหลือแล้ว
ช่วงเวลานั้น ฟอร์ดเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สรุปแล้ว เวลาปฏิบัติการช่วยเรือมายาเกวซ คือระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2518
ทหารสหรัฐเสียชีวิต 15 นาย บาดเจ็บ 41 นาย สูญหาย 3 นาย (เสียชีวิต) ฮ. ซีเอช-53 ซีสตัลเลียน 3 ลำถูกยิงตก สหรัฐยึดเรือมายาเกวซและตัวประกันกลับคืนมาได้
ขอตัดฉากมาที่ “การเมือง” ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ
ในเวลานั้น นรม.ไทยคือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช รมว.กต. คือ พลตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อ
หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ของไทยตั้งหลักได้ เริ่มรายงานข่าวเข้มข้นอึกทึกว่า กองกำลังสหรัฐที่เข้ามาที่อู่ตะเภา ในการปฏิบัติการเรือมายาเกวซนั้นมิได้ขออนุมัติจากรัฐบาลไทยก่อน
นักศึกษาเริ่มก่อตัวเรียกร้อง ประท้วง ขอให้รัฐบาลจัดการ
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เรียกประชุมด่วน ครม. สั่งการให้ ออท.ไทยในวอชิงตันยื่นบันทึกต่อรัฐบาลสหรัฐ แล้วให้เดินทางกลับมากรุงเทพฯ เพื่อปรึกษาข้อราชการ
นักศึกษากลุ่มหนึ่งนำพวงหรีดดำไปวางหน้าสถานทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ เครือข่าย-ขบวนการนักศึกษาทำงานเข้มแข็ง รวมถึงผู้นำกลุ่มพลังต่างๆ ออกมาส่งเสียงเพื่อจัดการชุมนุมประท้วงสหรัฐ
16 พฤษภาคม 2518 นักศึกษา ประชาชน ตั้งขบวนหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วเคลื่อนตัวพร้อมป้ายที่มีข้อความติหนิ ขับไล่กองทัพสหรัฐ …แล้วไปหยุดลงหน้าสถานทูต
พลตรีชาติชาย รมว.กต. เห็นว่าอุณหภูมิบนท้องถนนเริ่มระอุ จึงเชิญ นายเอ็ดเวิร์ด มาสเตอร์ อุปทูตสหรัฐ มาที่กระทรวงการต่างประเทศ
นายเฮนรี คิสซินเจอร์ มีหนังสือแสดงท่าที่เป็นมิตร ระบุว่า หากเป็นการรบกวนก็ขอแสดงความเสียใจ รวมทั้งส่งจดหมายจากวอชิงตันแสดงความเสียใจต่อการปฏิบัติ
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ นรม. และพลตรีชาติชาย รมว.กต. รับมือกับสถานการณ์ร้อนแรงได้ดี ประชาชนคนไทยพอใจ
มีการเจรจา ทำข้อตกลงเรื่องการถอนทหารสหรัฐ (เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคในค่ายทหารในภาคอีสาน) ออกจากไทยอย่างรอบคอบ สุขุม
(ถ้าจะว่าไปแล้ว…เมื่อ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์เข้ารับตำแหน่ง นรม. เมื่อมีนาคม 2518 ก็ได้แถลงนโยบายว่าจะดำเนินการให้มีการถอนทหารและฐานทัพสหรัฐออกจากประเทศไทยภายใน 1 ปี)
บันทึกต่อไปนี้เป็นข้อมูลจากสถาบันพระปกเกล้าฯ ผู้เรียบเรียง คือ ธิกานต์ ศรีนารา…
…4 กรกฎาคม พ.ศ.2518 มีการชุมนุมใหญ่ของฝ่ายนักศึกษาประชาชน เพื่อแสดงมติต่อต้านอเมริกาอีกครั้ง ที่ ม.ธรรมศาสตร์
แต่การเคลื่อนไหวต่อต้านครั้งใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2519 ซึ่งเป็นวันกำหนดเส้นตายของรัฐบาลไทย ให้สหรัฐถอนทหารและฐานทัพออกจากประเทศไทย ได้มีการชุมนุมใหญ่ต่อต้านอเมริกาที่สนามหลวง ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์ และปรากฏว่า รัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยืดกำหนดให้ฝ่ายสหรัฐอีก 4 เดือน เพื่อเก็บข้าวของออกจากประเทศ เมื่อนักศึกษาได้ทราบผลเช่นนั้น ก็ได้มีการประณามรัฐบาลว่าไม่จริงใจ และตกลงให้มีการเดินขบวนไปยังสถานทูตอเมริกาในวันรุ่งขึ้น เพื่อกดดันให้ฝ่ายสหรัฐให้ทำตามกำหนดเวลาในครั้งนี้ได้
ดังนั้น ในวันที่ 21 มีนาคม จึงมีการเดินขบวนใหญ่ของนักศึกษาประชาชน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังสถานทูตสหรัฐที่ถนนวิทยุ กรณีนี้ได้กลายเป็นเหตุรุนแรงเมื่อมีคนร้ายโยนระเบิดใส่ขบวนแถวของประชาชน เมื่อเคลื่อนไปถึงหน้าบริเวณโรงภาพยนตร์สยาม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน แต่ขบวนของนักศึกษาก็ยังเคลื่อนต่อไปจนถึงหน้าสถานทูตสหรัฐ และนำโปสเตอร์ผ้า ประกาศเจตนารมณ์ 20 มีนาคม ไปติดประกาศไว้
มาจนถึงวันนี้…ยังเป็นปริศนาว่า…เรือลำนี้บรรทุกอะไร ไปให้ใคร
เป็นประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของประเทศไทยนะครับ
พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก : กรณีเรือมายาเกวซ… ที่เป็นปริศนามาถึงทุกวันนี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th