โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เวียดนามเศรษฐกิจพุ่ง ! ค้าเกินดุลแตะ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางอุปสรรคภาษีทรัมป์ เตรียมทยานเป็นยักษ์ใหญ่อาเซียน

BT Beartai

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 10.19 น.
เวียดนามเศรษฐกิจพุ่ง ! ค้าเกินดุลแตะ 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ท่ามกลางอุปสรรคภาษีทรัมป์ เตรียมทยานเป็นยักษ์ใหญ่อาเซียน

สร้างเสียงฮือฮา ! หลังรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3 โตแบบก้าวกระโดด อีกทั้งมูลค่าการค้า 9 เดือนแรกของปีนี้พุ่งสูง เกินดุล 16.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอกย้ำการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศที่พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่

ทั้งสื่อไทยสื่อนอกต่างรายงานตรงกันว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดในช่วงนี้ต้องยกให้กับเวียดนามทั้งด้านการนำเข้า-ส่งออก การท่องเที่ยว ต่างสะท้อนออกมาเป็นตัวเลข GDP มวลรวมว่าประเทศเวียดนามอยู่ในจุดที่เรียกว่ายักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในเวลานี้

Photo by Toàn Văn (pexels)

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 โต 8.22% โดยตัวเลขนี้เกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรคทางเศรษฐกิจ แม้มีมรสุมลูกใหญ่ อย่างภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จากนโยบายของภาษีทรัมป์ ซึ่งกระทบโดยตรง เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่สำคัญมากของเวียดนาม และภาษีที่เวียดนามโดนเรียกเก็บสูงถึง 20% ถือว่าตัวเลขนี้สูงและเสียหายมาก

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาความเสียหายจากพายุใต้ฝุ่นบัวลอย ซึ่งได้รับการประเมินความเสียหายสูงถึง 625.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท) นี่เป็นความมูลค่าความเสียหายจากพายุเพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วในปีนี้ เวียดนามเผชิญกับพายุใหญ่อีกกว่า 8 ลูก ซึ่งหากจะประเมินความเสียหายทั้งหมดอาจจะสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้

สำนักงานสถิติแห่งชาติของเวียดนาม รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2025 ระบุว่า มูลค่าการค้าทั้งหมดใน 9 เดือนแรกของปีพุ่งสูงถึง 680.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 22.3 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (2024) จากการนำเข้าและส่งออกเป็นส่วนสำคัญ โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 16% เป็น 348.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 11.4 ล้านล้านบาท) โดยสินค้าส่งออก มีสินค้า 7 กลุ่มที่มีมูลค่าเกิน 10 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3 แสนล้านบาท) ส่วนสินค้าแปรรูปและสินค้าอุตสาหกรรมคิดเป็น 85.2% ของรายได้การส่งออกทั้งหมด สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ สิ่งทอ และรองเท้า

Photo by Tom D’Arby (pexels)

ซึ่งสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีตัวเลข 112.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท) ตามมาด้วยจีน สหภาพยุโรป อาเซียน และญี่ปุ่น

สำหรับการนำเข้าเพิ่มขึ้น 18.8% เป็น 332 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 10 ล้านล้านบาท) โดยสินค้าเพื่อการผลิตคิดเป็น 89% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการวัตถุดิบและเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น จีนเป็นผู้นำเข้าสินค้าไปจากเวียดนามรายใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยเกาหลีใต้ อาเซียน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

แม้การนำเข้าจะโตเร็วกว่าการส่งออก แต่เวียดนามยังคงเกินดุลการค้าอยู่ที่ 16.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งการที่เวียดนามยังคงเกินดุลการค้าแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของเวียดนามแข็งแกร่งในแง่การค้าระหว่างประเทศ โดยสามารถทำเงินจากการขายสินค้าไปต่างประเทศได้มากกว่าที่ต้องจ่ายเพื่อซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา

แม้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเตือนว่าการขึ้นภาษีสินค้าไม้ของเวียดนามโดยสหรัฐฯ และการระงับการนำเข้าข้าวในบางตลาดอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของการส่งออกได้

Photo by Hiển Hồ (pexels)

ทั้งนี้รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายการเติบโตของ GDP ทั้งปีไว้ที่ 8.3% – 8.5% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของปีที่แล้วที่ร้อยละ 7.09% และสูงกว่าการคาดการณ์ของธนาคารโลก (World Bank) ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 6.6% และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจะอยู่ที่ 6.5% สะท้อนความไม่แน่นอนในอนาคต เนื่องจากมองถึงปัจจัยของจากผลกระทบของภาษีทรัมป์ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจมีการชะลอตัวลง และปัจจัยทางภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งอาจจะไม่ถึงตามที่เวียดนามได้ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจเวียดนามในครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีของไทยได้แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ หลังมีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ GDP ของไทยรวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน โดยตั้งเป้าให้คำมั่นกับประชาชนนำประเทศไทยเป็นที่ 1 ของภูมิภาค พร้อมยอมรับว่าการตามหลังเวียดนามถือเป็นฝันร้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...