โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. ชี้ ‘Net Error & Omission’ ไม่ใช่ปัจจัยกดดันเงินบาทแข็งค่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ก.ย 2568 เวลา 16.24 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 09.14 น.

ธปท.ยันยังไม่พบเงินทุนไหลเข้าผิดปกติ แม้เงินบาทแข็งค่าเร็ว ชี้ 'Net Error & Omission' ไม่ใช่ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท จับมือป.ป.ง.สอบธุรกรรมสีเทาแฝงส่งออกทองคำ

19 ก.ย. 2568 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ยังไม่พบความผิดปกติของการไหลเข้าของเงินทุน แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมชี้แจงว่าตัวเลข "Net Error & Omission (NEO)" ไม่ใช่ปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาทเพิ่มเติม เนื่องจากเงินทุกเม็ดที่เข้ามาก่อนจะถูกบันทึกเป็น NEO ได้ส่งผลต่อค่าเงินไปแล้ว

ทั้งนี้ตัวเลขเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา มีเงินลงทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทยประมาณ 534 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่หุ้นมีเงินไหลออกราว 100 ล้านดอลลาร์ฯ และหากดูตลอดทั้งปี (Year-to-Date) เงินลงทุนยังคงไหลเข้าพันธบัตรสุทธิ 1.2 พันล้านดอลลาร์ฯ แต่หุ้นยังคงมีสถานะเป็นเงินไหลออกสุทธิ

“ยังไม่เห็นความผิดปกติของการเคลื่อนไหวเหล่านี้”

โดยมองว่าการเคลื่อนไหวของเงินทุนเป็นไปตามธรรมชาติของนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทน และการปรับฐานของธนาคารเป็นกลไกปกติของตลาด

ด้านประเด็นเกี่ยวกับ NEO หรือส่วนต่างทางสถิติในบัญชีดุลการชำระเงิน (Balance of Payment) ที่เคยกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทนั้น นางสาวชญาวดี กล่าวว่า NEO เป็นเพียง ช่องว่างทางสถิติ ที่เกิดจากข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์หรือมีความล่าช้า เช่น การบันทึกข้อมูลกำไรจากบริษัทต่างชาติที่ล่าช้า หรือข้อมูลธุรกรรมที่ซับซ้อนอย่างการซื้อขายออนไลน์ต่างประเทศ ไม่ใช่เงินที่เข้ามาใหม่เพื่อกดดันค่าเงินเพิ่มเติม

โดยเงินที่เข้ามาในระบบก่อนจะถูกบันทึกเป็น NEO ได้สะท้อนกับค่าเงินไปแล้วทุกเม็ด และตัวเลข NEO มักจะลดลงเมื่อมีการปรับปรุงข้อมูลในแต่ละปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่ตกค้างได้รับการบันทึกอย่างสมบูรณ์แล้ว

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ตัวเลข NEO ของไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศเอเชียรายได้ปานกลางมี NEO เฉลี่ย 1.4-1.5% ของมูลค่าการค้า ขณะที่ไทยยังมีสัดส่วนที่ต่ำกว่านั้น

แม้ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทราว 80-90% คือทิศทางของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เงินบาทกลับแข็งค่ามากกว่าประเทศอื่น ๆ ด้วยปัจจัยเฉพาะภายในประเทศ ดังนี้:

  • บัญชีเกินดุลสูงกว่าคาด: ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเกินดุลในระดับสูงกว่าที่ประเมินไว้
  • ความชัดเจนทางการเมือง: สถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
  • ความสัมพันธ์กับราคาทองคำ: ความสัมพันธ์ระหว่างราคาทองคำกับค่าเงินบาทสูงถึง 0.7 ทำให้เงินบาทเคลื่อนไหวตามราคาทองคำ แม้จะไม่มีการซื้อขายจริง

“ทาง ธปท. ได้หารือกับผู้ค้าทองคำเพื่อหามาตรการลดผลกระทบต่อค่าเงินบาท เช่น การขายทองคำในสกุลดอลลาร์ หรือการศึกษาเรื่องภาษีธุรกรรมทองคำออนไลน์ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะพิจารณาร่วมกันกับทุกฝ่าย”

สำหรับประเด็นเงินทุนสีเทาที่อาจปะปนอยู่ในธุรกรรมการส่งออกทองคำ ทาง ธปท. ระบุว่าเห็นเพียงข้อมูลการส่งออกเท่านั้น จึงได้ทำหนังสือถึง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ปปง. ในการพิจารณาธุรกรรมที่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตามทาง ธปท. จะมีการแถลงข้อมูลดุลการชำระเงิน รวมถึงตัวเลข NEO ในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบันต่อสาธารณะต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...