แรงกดเศรษฐกิจผันผวนธุรกิจเท “ขายและเช่ากลับ” อสังหาฯ อุดสภาพคล่อง
อสังหาฯ อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ไทยยังมีดึงดูดนักลงทุนต่อเนื่อง กลยุทธ์ "ขายและเช่ากลับ" โตพุ่งรับดีมานด์ผู้ประกอบการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน -นักลงทุนแสวงหาสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน
7 ต.ค. 68 ภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ในประเทศไทยยังคงเป็นจุดสนใจหลักสำหรับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ รายงานจาก JLL ระบุว่า ทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ในไทยได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ครบถ้วน การเข้าถึงท่าเรือน้ำลึก และการเชื่อมโยงกับแหล่งซัพพลายเชนหลัก ทำให้ไทยเป็น ศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ ที่สำคัญของภูมิภาค
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่บริษัทข้ามชาติใช้กลยุทธ์ "China+1" เพื่อกระจายฐานการผลิตและความเสี่ยงทางธุรกิจออกจากประเทศจีน กลยุทธ์นี้ส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตแห่งที่สอง ซึ่งจะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้
"ขายและเช่ากลับ" ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและนักลงทุน
จากการสังเกตการณ์ของ JLL กลยุทธ์ การขายและเช่ากลับ ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างชัดเจน นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน JLL ประเทศไทย กล่าวว่า กลยุทธ์นี้เป็นแนวทางบริหารสินทรัพย์ที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win Solution) ให้ทั้งสองฝ่าย
สำหรับผู้ประกอบการ: กลยุทธ์นี้เปิดโอกาสให้บริษัทอุตสาหกรรมสามารถ แปลงสินทรัพย์ถาวร (โรงงาน, คลังสินค้า) เป็นเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปทุ่มเทให้กับการขยายธุรกิจหลัก (Core Business) นวัตกรรม หรือการปรับโครงสร้างทางการเงิน โดยยังสามารถใช้งานสินทรัพย์นั้นได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สัญญาเช่าระยะยาว
สำหรับนักลงทุน: กลยุทธ์นี้ดึงดูดกลุ่ม กองทรัสต์เพื่อการลงทุน (REITs) และนักลงทุนสถาบันที่มองหาสินทรัพย์เสี่ยงต่ำในอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง การเข้าซื้อสินทรัพย์พร้อมผู้เช่าที่มีคุณภาพสูง (High-Quality Tenants) และสัญญาเช่าระยะยาว ทำให้ได้รับ ผลตอบแทนที่มั่นคง ในระยะยาว
“อสังหาริมทรัพย์ในภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ได้รับความสนใจสูงทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ เราเชื่อว่า แนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไป หนุนด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ การที่ทำเลที่ได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ประกอบกับการมีระบบสาธารณูปโภคที่แข็งแกร่งที่รวมถึงท่าเรือน้ำลึกต่างๆ และการเชื่อมโยงกับตลาดหลักๆ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค นอกจากนี้ ภาครัฐฯ ยังมีนโยบายสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุน
ในขณะเดียวกัน แนวคิด China+1 ที่ว่าด้วยกลยุทธ์ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการกระจายฐานการผลิตและความเสี่ยงทางธุรกิจ โดยลดการพึ่งพาประเทศจีนเพียงแห่งเดียว และมองหาประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเป็นฐานการผลิตหรือดำเนินงานแห่งที่สอง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มโอกาสการมีบริษัทข้ามชาติเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเสริมสร้างให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”
ล่าสุด JLL ประสบความสำเร็จในการปิดธุรกรรมการขายและเช่ากลับครั้งสำคัญ โดยเป็นตัวแทนของ พรีซิชั่น โกลบอล (Precision Global) บริษัทผลิตวาล์วสเปรย์ระดับโลก ในการขายโรงงานพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด (WHA ESIE) จังหวัดระยอง ให้แก่ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท (AIMIRT)
พรีซิชั่น โกลบอล ได้ดำเนินการเช่าโรงงานดังกล่าวกลับคืนทันทีด้วยสัญญาเช่าระยะยาว เพื่อเพิ่ม ความคล่องตัวทางการเงิน ลดการถือครองสินทรัพย์ถาวร และนำเงินทุนที่ได้ไปต่อยอดการเติบโต
ขณะเดียวกัน ธุรกรรมนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ AIMIRT ในการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงพร้อมผู้เช่าที่มั่นคง ทำให้กองทรัสต์ได้รับกระแสรายได้ที่แน่นอนและมีโอกาสรับประโยชน์จากมูลค่าสินทรัพย์ที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ธุรกรรมนี้ตอกย้ำถึงความต้องการของตลาดในการใช้การขายและเช่ากลับเป็นเครื่องมือบริหารจัดการเงินทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย